Tag Archive สิงคโปร์

ซอกแซกสิงคโปร์

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดจะมาแนะนำการเตรียมตัวเพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์ที่สาวๆ anitaphilipson.comหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าโหดหินและใครดวงไม่ดีก็โดนส่งกลับกันแบบดื้อๆ เลยทีเดียวค่ะ ยิ่งสาวๆ สวยๆ แบบแอดล่ะก็ ตม. จ้องตั้งแต่ตอนต่อแถวกันเลยทีเดียว (คนสวยทำอะไรก็ถูกจับตามอง อิอิ)

#ส่วนหลักๆจะเป็นเรื่องเอกสาร และ #สิ่งที่ควรมีก็คือ

1.#พาสปอร์ต ควรมีวันเหลือก่อนหมดอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ของใครใกล้หมดไปทำใหม่เลยค่ะ จะได้ไม่มีปัญหา กันไว้ดีกว่าแก้ (ใครมีเล่มเก่าที่เคยเดินทางเข้าออกหลายๆ ประเทศพกมาด้วยค่ะ เผื่อเขาขอดูจะได้การันตีได้ว่า เราเดินทางมาเยอะแล้ว ไม่มาลักไก่อยู่บ้านคุณหรอก ทำหน้ามั่นๆ ตอนตอบเขานะ 555)
.
2.#สำเนาใบจองตั๋วขากลับหรือตั๋วขาออก กรณีที่เราต่อเครื่องไปประเทศอื่นต่อ หลังจากที่เราเที่ยวที่สิงคโปร์เสร็จ อันนี้ห้ามขาด #ต้องมี ในทุกกรณีนะคะ ยกเว้นมีใบอนุญาตทำงานหรืออยู่อาศัยที่สิงคโปร์ค่ะ
.
3.#สำเนาหรือใบยืนยันการจองโรงแรมค่ะ เวลาเขาถามก็ต้องตอบให้ได้นะคะว่า ชื่อโรงแรมอะไร อยู่แถวไหน พักกี่วันประมาณนี้ ถ้าไม่มีการจองโรงแรมมาเจ้าหน้าที่จะห่วงว่าเราจะนอนที่ไหน เขาอาจจะเชิญเข้าห้องเย็นได้นะคะ ดังนั้นใบจองโรงแรมก็ควรปริ้นติดมือมาด้วย หากใครพักกับญาติ กับแฟน ก็ต้องมีที่อยู่ให้ครบถ้วนรวมถึงเบอร์ติดต่อนะคะ ตม. อาจจะโทรไปขอสอบถามว่าเรามาจริง ไม่ได้เอาที่อยู่คนอื่นมาใส่ลอยๆ ข้อนี้สำคัญอยู่ที่อย่าโกหกเด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้นประวัติไม่สวยและอาจจะถูกส่งกลับพร้อมรับโทษแบนไม่ให้เข้าประเทศอีก 5ปี 10ปี กันเลยทีเดียว
.
4.#ตารางการท่องเที่ยวอย่างย่อ เขียนเล่นๆ หรือจะพิมพ์จริงเป็นเหมือนตารางทัวร์ของบริษัทนำเที่ยวเลยก็ได้ ตอนแอดมา แอดปริ้นสีมาแบบโบรชัวร์นำเที่ยวเลยค่ะ เอาเวอร์ไว้ก่อน 5555 อันนี้เอาไว้เผื่อเขาถามว่าไปไหนยังไงบ้าง จะได้บอกเขาถูกว่าเฮ้ย มาเที่ยวจริงๆ และทำการบ้านมานะคะ ไม่ได้มาเบลอจับต้นชนปลายไม่ถูก หรือแอบหนีมาหางานทำแล้วไม่กลับประเทศ
.
ส่วนหลักๆ หมดไปแล้วทีนี้มาส่วนรองกันบ้าง
เรื่องที่จะบอกก็คือสาวๆ นะคะ หนุ่มๆ ไม่ค่อยมีปัญหานี้ แต่สาวๆ ห้ามแต่งตัววับๆ แวมๆ เกินงามในวันที่เดินทางมาค่ะ เพราะจะเป็นเป้าเด่นสง่าแก่ท่าน ตม. และจะโดนรุมจีบ เอ้ยยยย ไม่ใช่ละ
.
ความจริงคือจะโดนเพ่งเล็งว่าตกลงจะมาเที่ยวหรือจะมาเชียเบียร์ในผับบาร์ ตม.บางคนเซนส์เรื่องแฟชั่นอาจจะไม่สูงมากเพราะท่านจบตำรวจไม่ได้จบวิชาการออกแบบและแฟชั่นมาเนาะ ดังนั้นแต่งสุภาพๆ ให้ดูเหนียมๆ เข้าไว้ ผ่านด่านเข้าไปได้แล้วค่อยจัดเต็มค่ะ จะสั้นเสมอหูเลยก็ยังได้ค่ะ
.
เอาหละยาวหน่อยนะคะโพสต์นี้ แต่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน หากจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางกับทุกคนก็อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ แบ่งปันกันไปนะคะ
.
รักนะคะ และอยากให้ผ่าน ตม. ได้เข้ามาเที่ยวกันตามตั้งใจ ไม่ถูกส่งกลับกันทุกคนค่ะ จุ๊บ จุ๊บ ส่วนใครตั้งใจมาหลบ มาทำงานไม่ถูกกฏหมาย แอดแนะนำว่าอย่าทำเลยค่ะ ถ้าถูกจับขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ

มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ มารู้จักสิงคโปร์กันให้มากขึ้น

ประเทศสิงคโปร์ ถึงแม้จะเป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ แต่ประเทศ นี้ก็เต็มไปด้วยประชากรที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและความเป็น ระเบียบเรียบร้อย ด้วยเหตุนี้สิงคโปร์จึงเป็นประเทศที่คุณภาพ ในหลายๆด้านสูง รวมทั้ง ระบบการศึกษาประเทศสิงคโปร์ด้วย สิงคโปร์ยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยการผสมผสาน ความเป็นชาวเอเชียอย่างลงตัวและคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย เนื่อง จากประชากรมีหลากหลายเชื้อชาติ เช่น จีน มาเลย์ อินเดีย และ ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ และไม่มีปัญหา ขัดแย้งเรื่องชนชาติระหว่างกัน ทั้งยังดำรงวิถีชีวิต ประเพณีและ วัฒนธรรมของตนไว้ เมื่อเรามีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ เราคงจะนึกถึง

สัญลักษณ์ของประเทศนี้ที่คุ้นเคยเป็นอย่างแรก นั่นก็คือ “Merlion” หรือสิงโตทะเลแห่งเกาะสิงคโปร์ วันนี้เรามารู้จัก Merlion กันมากขึ้นดีกว่าว่าเจ้า Merlion นี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ ของประเทศสิงคโปร์ได้ เริ่มแรกเดิมทีนั้น สิงโตทะเล (Melion) ที่มีลักษณ์เป็นสัตว์ประหลาด กล่าวคือ มีหัวเป็นสิงโตแต่มีส่วนตัวเป็นปลา ส่วนหางยืนอยู่บน ยอดคลื่น ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourist Promotion Board – STPB)

เตรียมตัวไปสิงคโปร์

คนไทยสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องใช้ VISA และสามารถอยู่ในสิงคโปร์ได้สูงสุด 30 วัน ถ้าหากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องทำ VISA
ในการเข้าประเทศสิงคโปร์ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และหนังสือเดินทางจะเป็นต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน anitaphilipson.comหากมีอายุน้อยกว่านั้นทางสายการบินอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
โดยปกติแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าง่าย ตม.สิงคโปร์ ไม่ค่อยจะถามอะไรมาก แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้พกแผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองโรงแรม เงินสด-บัตรเครดิตที่เพียงพอกับจำนวนวันที่ไปเที่ยว เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. สิงคโปร์ขอเรียกดู

เรื่องต้องรู้ สำหรับการอยู่ในสิงคโปร์

เรื่องต้องรู้ สำหรับการอยู่ในสิงคโปร์

การแต่งกาย

สิงคโปร์มีสภาพอากาศอบอุ่นชื้นตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อหนึ่งวันอยู่ระหว่าง 24 ถึง 31 เซลเซียส ชุดที่สวมใส่ประจำวันควรเป็นเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนที่เบาสบายและทำจากเส้นใยธรรมชาติ อย่างเช่น ผ้าฝ้าย คุณสามารถใส่ชุดลำลองได้ในเกือบทุกสถานการณ์และทุกโอกาส แต่บางสถานที่อาจต้องใช้ชุดที่เป็นทางการ คุณควรตรวจสอบล่วงหน้าเกี่ยวกับระเบียบการแต่งกาย

ความแตกต่างของเขตเวลา

สิงคโปร์เวลาจะเร็วกกว่ากรุงเทพ 1 ชั่วโมง

ไฟฟ้า

แรงดันไฟฟ้าของสิงคโปร์คือ 220-240 โวลต์กระแสสลับ 50 รอบต่อนาที ดังนั้นเมื่อคุณเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรจำไว้ว่าต้องตรวจสอบแรงดันของเครื่องใช้นั้นว่าตรงกับแรงดันของประเทศคุณหรือไม่ โดยเฉพาะปลั๊กไฟของสิงคโปร์เป็นปลั๊กแบบสามขารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

น้ำดื่ม

คุณสามารถดื่มน้ำจากก๊อกน้ำประปาในสิงคโปร์ได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าคุณชอบน้ำแร่ใส่ขวด คุณก็สามารถหาซื้อได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านของของชำใกล้ๆ

โทรศัพท์มือถือ

มีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสองรายคือ – GSM900 และ GSM1800 – และมีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามรายคือ – SingTel, M1 และ StarHub หากต้องการโทรระหว่างประเทศ ให้ใช้รหัส 001, 013, หรือ 019 สำหรับ SingTel / และ 002 หรือ 021 สำหรับ M1 / และ 008 หรือ 018 สำหรับ StarHub

การแลกเปลี่ยนเงินตรา

นอกจากธนาคารและโรงแรมแล้ว คุณสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่ร้านที่มีเครื่องหมาย “Licensed Money Changer” (บริการแลกเปลี่ยนเงินตราได้รับอนุญาต) ปรากฏอยู่ ที่ศูนย์การค้าส่วนใหญ่จะมีร้านเหล่านี้อยู่ และไม่ควรแลกเปลี่ยนเงินตราจากผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาต

บริการโทรศัพท์สาธารณะ

โทรศัพท์สาธารณะของที่นี่ทำงานโดยใช้บัตรเครดิต และ/หรือบัตรโทรศัพท์ ใช้ได้กับทั้งการโทรในประเทศและต่างประเทศ คุณสามารถหาโทรศัพท์สาธารณะได้จากห้างสรรพสินค้าและสถานีรถ MRT เกือบทุกแห่ง การโทรในประเทศจะเสียค่าโทร 10 เซ็นต์ทุกสามนาที

ส่วนบัตรโทรศัพท์มีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ SGD 2, SGD 5, SGD 10, SGD 20 และ SGD 50 ซึ่งคุณสามารถซื้อได้จากสำนักงานไปรษณีย์และตัวแทนขายบัตร หากต้องการโทรออกต่างประเทศ ให้กดรหัส Access code ตามด้วยรหัสประเทศ รหัสพื้นที่ และหมายเลขโทรศัพท์ บริษัทโทรศัพท์แต่ละรายจะใช้ Access code ที่แตกต่างกัน ดังนี้ – 001 สำหรับ SingTel, 002 สำหรับ M1 และ 008 สำหรับ Starhub บัตรโทรต่างประเทศมีหลายราคาตั้งแต่ SGD 10, SGD 20 และ SGD 50 ซึ่งคุณสามารถหาซื้อได้ตามสำนักงานไปรษณีย์ทุกสาขา

วิธีการเดินทางทั้งหมดของสิงคโปร์ รถไฟใต้ดิน รถบัส และแท๊กซี่

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก มีเครือข่ายรถไฟแบบต่างๆกระจายครอบคลุมเขตตัวเมือง และมีเครือข่ายรถบัสครอบคลุมในส่วนที่เหลือ โดยมีบัตรชำระเงินแบบเติมเงินที่ใช้ร่วมกันได้หมดทุกระบบ รวมทั้งบางซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย เรียกว่า บัตร EZ-Link Card ซึ่งสามารถหาซื้อได้หลายแห่งเช่นที่สนามบิน นอกจากนี้ก็จะมีรถแท๊กซี่ระบบมิเตอร์ที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง เหมือนๆกับบ้านเรา เพียงแต่จะมีเงื่อนไขการเพิ่มค่าโดยสารที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร ทั้งหลายทั้งปวงทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ค่อนข้างจะง่ายแม้แต่กับนักท่องเที่ยวมือใหม่ก็ตาม เราไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าว่า การเดินทางแต่ละแบบของประเทศสิงคโปร์เป็นยังไงกันบ้าง

สำหรับข้อมูลวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

สำหรับข้อมูลบัตรเดินทางประเภทต่างๆ เช่น EZ-Link, City Pass ของสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

1. การเดินทางด้วยรถไฟ จะเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นที่นิยมที่สุด เพราะเข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็ว และราคาประหยัด เครือข่ายรถไฟหลักของสิงคโปร์ เรียกว่าระบบ MRT(Mass Rapid Transit) เหมือนกับบ้านเรา ที่ส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่ใต้ดินยกเว้นสถานีห่างไกลก็จะขึ้นมาบนดิน โดย ณ ปัจจุบันปี 2016 มีอยู่ทั้งหมด 6 สายกับประมาณ 121 สถานี ซึ่งสิงคโปร์ก็ยังมีแผนในการก่อสร้างเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ วิธีการใช้งานรถไฟใต้ดินสิงคโปร์ก็เหมือนที่เมืองไทยแทบจะทุกประการ โดยสามารถกดซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติทีละรอบก็ได้ หรือจะซื้อบัตรเติมเงิน EZ-Link เอาแทนก็จะสะดวกมากกว่า ซึ่งใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะหลักๆของสิงคโปรได้หมด ทั้งรถไฟ รถราง และรถบัส

ราคาเริ่มต้นของค่าโดยสารรถไฟ MRT ประมาณ 0.78 เหรียญ SGD ถึง 2.6 เหรียญ SGD รถไฟเริ่มวิ่งเที่ยวแรกประมาณ 5:30 และเที่ยวสุดท้ายตอนเที่ยงคืน

ใครอยากรู้ว่าไปสถานีไหนราคาเท่าไหร่บ้าง เพื่อจะคำนวนว่าจะใช้บัตรแบบไหน แนะนำให้เข้าไปลองกันที่เว็บนี้เลย ถ้าเรารู้แล้วว่าเราจะไปที่ไหนบ้าง เราก็จะคำนวนออกมาได้หมดว่าจะใช้ค่าโดยสารเท่าไหร่

FREE DOWNLOAD: แผนที่รถไฟใต้ดินสิงคโปร์ Singapore MRT Map

2. การเดินทางด้วยรถบัส เป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางที่นิยมกันรองลงมาจากรถไฟ เพราะราคาถูกมากเช่นกัน และมักจะมีป้ายจอดมากกว่ารถไฟทำให้หลายสถานที่จะเดินน้อยกว่า แถมระบบรถบัสของประเทศสิงคโปร์ก็ดีมากเหมือนกับประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ คือจะมีข้อมูลบอกอยู่ที่ป้ายรถบัสเลยว่า รถเบอร์อะไรผ่านที่ไหนบ้าง และเบอร์ สายไหนอะไรกำลังจะมา อีกกี่นาที เวลาขึ้นรถบัสก็ง่ายเหมือนกับขึ้นรถไฟ จะจ่ายเป็นเงินสดหรือบัตร EZ-Link ก็ได้ แค่แตะตอนขึ้นแล้วก็แตะตอนลงเหมือนรถไฟเลย ค่าโดยสารก็พอๆกับรถไฟ จึงเหมาะกับการเดินทางออกนอกเส้นทางที่รถไฟวิ่ง เพราะประเทศสิงคโปร์ รถไม่ติดมาก และปริมาณรถบัสก็มีค่อนข้างเยอะ ข้อดีอีกข้อน่าจะเป็นการได้นั่งชมวิวเมืองสิงคโปร์ไปด้วยเพราะรถบัสสิงคโปร์ตอนกลางวันจะมีแบบ 2 ชั้นให้บริการเยอะเลย ส่วนข้อเสียน่าจะเป็นเรื่องเสี่ยงเจอรถติดกับรอรถนานนั่นเอง

ราคาเริ่มต้นของรถบัสแบบเบสิก 0-3.2 กิโลเมตรแรก เพียงแค่ 0.79 เหรียญ SDG เท่านั้น! และค่าโดยสารจะแพงขึ้นไปเรื่อยๆตามระยะทาง แต่ทั้งนี้ราคาจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาของวันด้วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาและรถบัสบางประเภทที่จะราคาแพงกว่านี้ เช่นช่วง Peak หรือช่วงดึก จะราคาแพงขึ้น อย่างไรก็ตามการชำระค่าโดยสารด้วยเงินสดจะไม่มีการถอนเงินต้องเตรียมเงินไว้ให้พอดีเท่านั้น

การใช้บริการรถบัส ให้ต่อคิวขึ้นรถบัสที่ด้านหน้า ถ้าใช้บัตร EZ-Link ก็แตะเข้าไปที่แป้น หรือถ้าใช้เงินสดก็ใส่เข้าไปที่ช่องข้างคนขับ ตอนจะลงก็กดปุ่มสีแดงเมื่อกำลังจะถึงป้ายที่เราจะลง ให้ลงที่ประตูตรงกลางรถบัส ถ้าใช้บัตร EZ Link ก็แตะอีกทีที่หน้าประตูทางลง

เดินท่องไปในพื้นที่สีเขียว

มีสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในสิงคโปร์ที่มีประวัติศาสตร์น่าประทับใจกว่าเดมพ์ซีย์ ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถานที่อันเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกแห่งแรกในสิงคโปร์ และมีสถานที่รับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งเป็นดุจอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ ดังนั้นcasino-viva9988.net ถึงเวลาแล้วที่จะออกสำรวจหนึ่งในย่านพื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

หากต้องการสัมผัสความหมายของเมืองแห่งสวน คุณควรไปที่สวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสถานที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก และเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ สวนแห่งนี้ถูกย้ายมายังสถานที่ตั้งในปัจจุบันเมื่อปี ค.ศ. 1859 และถือเป็นแบบจำลองของสวนหย่อมของประเทศอังกฤษ (แต่มีการดัดแปลงให้เหมาะกับเอเชีย)

จากทางเข้าถนนไทเออร์แซลล์ อเวนิว (Tyersall Avenue) ให้มุ่งหน้าไปที่รูปปั้นสวอนเลคที่ตั้งชื่อตามหงส์ที่อาศัยอยู่ในที่นี้ รูปปั้นหงส์ขนาดใหญ่เป็นจุดสำคัญที่ผู้คนพากันมาถ่ายรูปที่นี่ ก่อนที่คุณจะมุ่งหน้าสู่ แบนด์สแตนด์ (Bandstand) ที่ได้รับการก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1930 สถานที่นี้ไม่ได้ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีอีกต่อไปแล้ว แต่คุณอาจยังเห็นคู่รักหนุ่มสาวมาโพสท์ท่าถ่ายรูปแต่งงานกัน

อย่าพลาดชมสวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden) ที่มีกล้วยไม้มากกว่า 1,000 พันธุ์ และสวนวิวัฒนาการ (Evolution Garden) ที่ทำให้เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงในอดีตมาจนปัจจุบันในโลกของธรรมชาติ ลองนึกถึงต้นไม้ในยุคจูราสสิคแล้วคุณจะพอมองออกว่าจะได้พบสิ่งใด อันดับสุดท้าย คุณก็จะมาถึงทางออก โปรดอย่าลืมแวะที่ซิมโฟนี่เลค (Symphony Lake) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเวทีกลางน้ำและใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตในสวนอยู่เป็นประจำ

ใบเตรียมตัวเดินทางประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์มี 2 ฤดูจะมีแค่ 2 ฤดู ก็คือ ฤดูร้อน และฤดูฝนครับ เป็นเพราะว่าประเทศสิงคโปร์นั้นมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากทะเลนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วการไปเที่ยวสิงคโปร์ ก็ควรที่จะพกร่มคันเล็กๆ ติดตัวไปด้วย เพราะว่าใน 1 วันยังไงก็ต้องใช้ครับ ไม่เจอแดด ก็เจอฝนแน่นอนครับ เรื่องอากาศร้อน จะร้อนน้อยกว่าบ้านเราครับ เพราะว่ามีลมจากทะเลมาช่วย เลยทำให้อากาศไม่ร้อนจนเกินไป

ฤดูร้อน : จะอยู่ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ไปจนถึง เดือนตุลาคม

ฤดูฝน : จะอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมกราคม

เสื้อผ้าการแต่งกาย :

สิงคโปร์เป็นประเทศในเขตร้อนชื้น อากาศใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ มาก สามารถแต่งตัวได้ตามสบายเหมือนอยู่บ้านเรา วัยรุ่นส่วนมากจะใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือ กางเกงยีนส์ สำรับผู้หญิงอาจจะใส่เป็นชุดแซก กระโปรง กางเกงขาสั้น หรือสายเดี่ยวก็ได้ตามสะดวก

เวลา :

สิงคโปร์ใช้ Time zone GMT +8 เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา :

ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ ป้ายบอกทาง รถไฟฟ้า สถานที่ต่างๆ จะใช้ภาษาอังกฤษ จีนเป็นหลัก และอาจจะมีภาษาฮินดีปนอยู่ในย่านที่มีคนแขกอยู่เยอะ คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะพูดได้ 2 ภาษาได้แก่ภาษาอังกฤษ และ จีนกลาง (Mandarin) บางคนที่ติดต่อค้าขายก็สามารถพูดภาษามาเลย์ได้อีกด้วย สำเนียงภาษาอังกฤษของคนสิงคโปร์จะมีเอกลักษณ์ไม่มีเหมือนใครเป็นภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงคล้ายภาษาจีน บางคนก็เรียกสำเนียงนี้ว่า Singlish (Singapore + English)

เงินตรา :

สกุลเงินของสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือ เหรียญสิงคโปร์ ตัวย่อ SGD) และ เซ็นต์ สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาด มี ตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์

ระบบไฟฟ้า :

สิงคโปร์ใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ เหมือนกับประเทศไทย แต่รูปแบบของปลั๊กจะไม่เหมือนเมืองไทย คือจะเป็นแบบเต้่าเสียบ 3 ขา (ของไทยจะใช้สองขา) ดังนั้นจึงต้องใช้ตัวแปลง (จาก 2 ขาเป็น 3 ขา) โดยปกติโรงแรมส่วนใหญ่จะมีปลั๊กสำหรับแปลงไว้ให้บริการ (ค่ามัดจำประมาณ 1 เหรียญสิงคโปร์ ได้เงินคืนเมื่อคืนของ)

การใช้โทรศัพท์ :

หากโทรศัพท์จากไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดรหัสผู้ให้่บริการ 001 หรือ 008 หรือ 009 ตามด้วยรหัสประเทศ 65 แล้วตามด้วยหมายเลขที่ต้องการโทร 8 หลัก แต่หากโทรภายในประเทศสิงคโปร์ สามารถกดเบอร์โทรได้เลย โดยอัตราค่าโทรจะเป็น 0.10 SGD ต่อ 3 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ช่วงไหนดี สภาพอากาศของแต่ละเดือนเป็นยังไง

หลายคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ คงจะอยากรู้ว่าไปช่วงไหน เดือนไหนดีที่สุด? และเราจะแต่งตัวไปเที่ยวสิงคโปร์แบบไหนกันดี? anitaphilipson.comเราลองดูสภาพอากาศและอุณภูมิเฉลี่ยของประเทศสิงคโปร์ดูจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ประเทศสิงคโปร์มีลักษณะเป็นเกาะอยู่ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร จึงมีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมือนกับบ้านเราภาคใต้ คือจะมีฝนตกมากเกือบทั้งปี และมีอุณภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนพอๆกัน

จึงสรุปได้สั้นๆเลยว่า ประเทศสิงคโปร์สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี! อาจจะมียกเว้นช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เพราะอาจจะพบกับปัญหาหมอกควันที่เกิดจากไฟป่าของประเทศอินโดนีเซียพัดมาปกคลุม ซึ่งประเทศสิงคโปร์ก็พยายามจะแก้ปัญหานี้อยู่

ประเทศสิงคโปร์แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของฤดูเลยในหนึ่งปี มีสภาพอากาศที่คล้ายกับเกาะต่างๆทางภาคใต้ของไทย มีโอกาสที่ฝนจะตกได้ทุกวันตลอดทั้งปี แต่ฝนที่ตกส่วนใหญ่มักจะตกเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น จากตารางด้านล่างนี้จะเห็นว่าประเทศสิงคโปร์มีอุณภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนใกล้เคียงกันมากคือประมาณ 25-31 องศาเซลเซียส เย็นกว่ากรุงเทพประมาณ 2 องศา มีสภาพอากาศทั่วไปคล้ายกับเมืองไทย คือ ร้อนชื้น และมีฝนตกตลอดทั้งปี แต่จะตกมากที่สุดอยู่ 3 เดือน คือ เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม และเดือนมกราคมอุณภูมิต่ำสุดของวันโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปี คือ 25 องศาเซลเซียส

อุณภูมิสูงสุดของวันโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปี คือ 31 องศาเซลเซียส

เดือนที่เย็นที่สุด คือ เดือนมกราคมและเดือนธันวาคม มีอุณภูมิเฉลี่ยร้อนสุด 29 องศาและเย็นสุด 23 องศา

เดือนที่ร้อนที่สุด คือ เดือนเมษายน มีอุณภูมิเฉลี่ยร้อนสุด 31 องศาและเย็นสุด 25 องศา

เดือนที่ฝนตกมากที่สุด คือ เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ที่มีวันที่ฝนตกเฉลี่ยเกือบทุกวัน
เกี่ยวกับเรา

เตรียมตัวไปสิงคโปร์ เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสิงคโปร์

คนไทยสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องใช้ VISA และสามารถอยู่ในสิงคโปร์ได้สูงสุด 30 วัน ถ้าหากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องทำ VISA
ในการเข้าประเทศสิงคโปร์ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และหนังสือเดินทางจะเป็นต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน หากมีอายุน้อยกว่านั้นทางสายการบินอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
โดยปกติแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าง่าย ตม.สิงคโปร์ ไม่ค่อยจะถามอะไรมาก แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้พกแผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองโรงแรม เงินสด-บัตรเครดิตที่เพียงพอกับจำนวนวันที่ไปเที่ยว เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. สิงคโปร์ขอเรียกดู

ประเทศสิงคโปร์ใช้สกุลเงินดอลล่าร์สิงคโปร์ (SGD) ตัวย่อ : $ อัตราแลกเปลี่ยน 1 SGD เท่ากับ 25-26 บาท หน่วยย่อยของดอลล่าร์สิงคโปร์คือหน่วยเซนต์ (Cent) 100 Cent = 1 SGD
เงิน (เหรียญ) ที่ใช้กันบ่อย 5, 10, 20, 50 cents, $1
ธนบัตร ที่ใช้กันบ่อย $2, $5, $10, $50, $100 & $1000