Tag Archive ประเทศสิงคโปร์

ท่องเที่ยวสิงคโปร์…กับ 5 อาหารจานเด็ด

สิงคโปร์ เกาะเล็กๆที่เป็นเมืองท่าการค้ามาแต่อดีต เป็นสถานที่ที่ประกอบด้วยผู้คนจากหลายเชื้อชาติเข้ามาอยู่รวมกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ชาวสิงคโปร์จะเป็นศูนย์รวมของความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่มีให้เลือกสรรมากมาย  ทั้งอาหารอินเดีย อาหารมาเลย์ และอาหารจีนจากหลายภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานอาหารจากต่างถิ่นจนเกิดเป็นสำรับอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ดังเช่นอาหารพารานากัน วันนี้เลยจะมาแนะนำอาหารจานเด่นที่ใครไปสิงคโปร์แล้วไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

1.หย่งเต่าฝู่ (Yong Tau Foo) หรือก็คือต้นตำหรับ เย็นตาโฟของบ้านเรานั่นเอง หย่งเต่าผู่ เป็นอาหารของชาวจีนแคะ ประกอบด้วยเต้าหู้นานาชนิด มีทั้งที่สอดใส้ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ทอด ฟองเต้าหู้ เกี๋ยว ลูกชิ้นปลา นอกจากนี้ยังมี กระเจี๊ยบยัดใส้ลูกชิ้น มะเขือยาวยัดใส้ พริกยัดใส้ ปกติการสั่งหย่งเต่าฝู่แต่ละร้านจะมีถาดให้เราได้เลือกหยิบได้ตามที่ต้องการ โดยคิดราคาต่อชิ้น เมื่อหยิบได้เป็นที่เรียบร้อยก็ส่งให้ทางร้านไปปรุง ส่วนใหญ่จะทำเป็นน้ำซุปใสราดด้วยซอสข้น ทานกับข้าวสวยหรือบะหมี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Fu Lin Tou Fu Yuen

Fu Lin Tou Fu Yuen  ร้านนี้ขายหย่งเต่าฝู่แบบแห้งเพียงอย่างเดียว เมื่อเราเลือกชนิดของเต้าหู้ตามต้องการแล้ว ทางร้านจะนำไปทอดจนกรอบ เสริฟพร้อมกับ บะหมี่ราดซอสหมูสับ แกล้มด้วยผักกวางตุ้งไต้หวันลวกราดซอดข้น  การเดินทางไปร้านนี้ก็นั่ง MRT ไปลงสถานี Bedok แล้วต่อรถที่ Bus Interchange มองหาท่ารถสาย 40 นั่งไปประมาณ 10 นาที แล้วลงป้าย Siglap Center

นอกจากร้านนี้แล้ว ใกล้ๆกันก็มีหย่งเต่าฝู่ลักษณะนี้อีกร้านที่รสชาติอร่อยเช่นกัน ร้านนี้ตั้งอยู่ในศูนย์อาหารหรือที่เรียกว่า โกปิเตี่ยม (Hawker Center) ติดกับ Siglap Center

2.บักกุ๊กเต๋ (Bak Kut Teh) อาหารจานเด็ดอีกชนิดหนึ่งของสิงคโปร์ สันนิษฐานว่าถูกนำมาพร้อมกับแรงงานชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลฟูเจี้ยนในช่วงคริสตศวรรษที่ 19 คำว่า บักกุ๊กเต๋ แปลว่าซุปกระดูกหมู ลักษณะเป็นซุปกระดูกหมูสีเข้ม อุดมไปด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร ร้านส่วนใหญ่เสิร์ฟบักกุ๊กเต๋ พร้อมเครื่องเคียงอย่างผักกาดแก้วหรือผักกวางตุ้งไต้หวันผัดน้ำมันหอย ถั่วลิสงต้ม แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ปาท่องโก๋ที่หั่นเป็นชิ้นๆสำหรับจุ่มกับซุปกระดูกหมูจนชุ่ม ทานพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

สำหรับร้านที่แนะนำ เป็นร้านดังที่ร่ำลือว่านายกรัฐมนตรีของไทยหลายคนได้เคยมาลิ้มลองกันแล้ว ร้าน Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House ตั้งอยู่บนถนน Rangoon นั่ง MRT มาที่สถานี Farrer Park แล้วเดินไปตามถนน Rangoon จะพบกับร้านบักกุ๊กเต๋ชื่อดังที่มีลูกค้าหนาแน่นตลอดเวลา บักกุ๊กเต๋ ของร้านนี้รสชาติจัดจ้านและเผ็ดร้อนด้วยพริกไทย ถึงแม้พนักงานเสิร์ฟจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้แต่ก็มีเมนูที่มีรูปประกอบชัดเจน เครื่องเคียงบักกุ๊กเต๋ที่นี่มีให้เลือกหลายชนิด ทั้ง ปาท่องโก๋ ถั๋วลิสงต้ม ใส้หมูพะโล้ ผักดอง และผักผัดน้ำมันหอย อย่าลืมสั่งชาร้อนที่มีเตาไฟกับกาต้มน้ำให้ชงกันที่โต๊ะได้เลย และที่สำคัญ น้ำซุปที่นี่เติมฟรี ซดกันได้เต็มที่เลย

3.นาซี ลมะก์ (Nazi Lemak) เมนูอาหารเช้าของชาวมาเลย์ที่ปัจจุบันมิใช่เพียงชาวมาเลย์เท่านั้นที่ชื่นชอบ นาซี ลมะก์ ยังเป็นที่นิยมของชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนและอินเดียอีกด้วย นาซี ละมะก์ เป็นภาษามาเลย์แปลว่าข้าวมัน เป็นการหุงข้าวเจ้ากับกะทิ รับประทานกับเครื่องเคียงที่ประกอบด้วย ปีกไก่ทอด ไข่ดาว ถั่วลิสง ปลากรอบ และน้ำพริก บางครั้งในศูนย์อาหาร เราจะนาซี ลมะก์ห่อด้วยใบเตย เป็นอาหารจานด่วนของชาวสิงคโปร์ที่ซื้อหาติดตัวได้สะดวก  มีชื่อดังถึง 2 ร้านติดกัน สังเกตุได้จากความยาวของแถวที่มาต่อคิวซื้อข้าวมันทรงเครื่องนี้ อันที่จริงเคล็ดลับความอร่อยของนาซี ลมะก์ อยู่ที่น้ำพริกที่ออกหวานนิดๆ กลมกล่อมด้วยกลิ่นเครื่องเทศ คลุกกับข้าวมันหอมๆ และไก่ทอดหนังกรอบ จึงไม่แปลกใจว่าทำไม นาซี ลมะก์ ของที่นี่จึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวสิงคโปร์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ (Nazi Lemak)

4. อาหารพารานากัน (Peranakan Cuisine) อาจเป็นคำพูดที่ไม่เกินเลยไปนัก ถ้าจะบอกว่าใครที่มาถึงสิงคโปร์แล้วยังไม่ได้ลิ้มลองอาหารพารานากัน เหมือนกับมาไม่ถึงสิงคโปร์ เพราะอาหารชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวพารานากันที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น คำว่าพารานากัน เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ที่เดินทางเข้ามายังดินแดนแถบแหลมมลายูและมีการแต่งงานกับชนพื้นเมืองชาวมาเลย์ เกิดเป็นลูกผสมซึ่งมีทั้งจีน-มาเลย์ อินเดีย-มาเลย์ และลูกครึ่งตะวันตก โดยนิยมเรียกหญิงพารานากันที่มีเชื้อสายจีนว่า นอนยา (Nyonya) หรือทางภาคใต้ของบ้านเราเรียกว่า ย่าหยา นั่นเอง ดังนั้นบางครั้งเราอาจได้ยินชื่ออาหารพารานากันในอีกชื่อคือ อาหารนอนยา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

อาหารพารานากัน มีความละเอียดอ่อนทั้งในเรื่องของกรรมวิธี การเตรียมวัตถุดิบที่ใช้เวลามากและเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ลักษณะของอาหารพารานากัน คือการผสมผสานอาหารจีนเข้ากับอาหารมาเลย์ และอาหารอินโดนีเซีย โดยประกอบด้วยวัตถุดิบที่คนไทยคุ้นเคยเช่น กะทิ พริก น้ำมะขามเปียก กะปิ ลักษณะอาหารพารานากัน จะว่าไปก็คล้ายกับแกงต่างๆของบ้านเรา มีบ้างที่บางชนิดอาจมีหน้าตาต่างกันออกไป

ร้านอาหารพารานากัน แม้จะมีอยู่ทั่วไปในสิงคโปร์ แต่ถ้าเป็นแหล่งวัฒนธรรมพารานากันคงต้องเป็นย่านกาตงและถนนจูเชียท (Joo Chiat Road) ที่นี่ในอดีตคือย่านพักอาศัยของชาวพารานากันที่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นสูงที่ร่ำรวยจากการค้าขาย ดังนั้นนอกจากจะเต็มไปด้วยร้านอาหารพารานากันหลายร้านแล้ว ตลอดสองข้างทางของถนนจูเชียทยังขนาบไปด้วยเรือนแถวเก่าแก่ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันตกกับความเป็นจีนเข้าด้วยกัน  ส่วนร้านอาหารที่แนะนำคือ ร้าน Guan Hoe Soon restaurant ร้านแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหารพารานากันที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนถนน จูเชียทเพลส โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ Ayam Buah Keluak หรือแกงไก่ใส่กะทิที่มาพร้อมกับผล Keluak ที่ต้องนำเข้ามาจากอินโดนีเซียเลยทีเดียว อีกเมนูหนึ่งก็คือ แกงหัวปลา (Fish Head Curry) หรือบ้างร้านใช้ชื่อว่า หัวปลานอนยา (Nyonya Fishhead) เมนูนี้เป็นการนำหัวปลากระพงแดงมาผสมผสานกับเครื่องแกงรสกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับมะเขือม่วง มะเขือเทศและกระเจี๊ยบ   นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลากหลายเมนู เช่นแกงเนื้อแพะ ที่เป็นอาหารจานโปรดของผม หรือเปาะเปี๊ยะตำรับพารานากัน ที่หอมอร่อย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Guan Hoe Soon restaurant

5.ข้าวมันไก่ อาหารจานนี้คงไม่ต้องอธิบาย เพราะคนส่วนใหญ่รู้จักกันดีว่าข้าวมันไก่ เป็นของคู่กับมื้ออาหารของชาวสิงคโปร์มาอย่างยาวนาน แทบทุกศูนย์อาหารในสิงคโปร์จะต้องมีร้านข้าวมันไก่อยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งร้าน ว่ากันว่าข้าวมันไก่เข้ามายังสิงคโปร์โดยชาวจีนจากมณฑลไหหลำ ที่นำสูตรการทำข้าวมันไก่เนื้อนุ่มกับข้าวที่หอมมันมาสู่สิงคโปร์ จนปัจจุบันกลายเป็นอาหารประจำชาติสิงคโปร์ไปแล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวมันไก่สิงคโปร์

ทั่วทั้งเกาะสิงคโปร์ก็มีร้านข้าวมันไก่ชื่อดังอยู่หลายร้าน เช่นร้าน

Tian Tian Chicken Rice ที่มีอยู่หลายสาขา, ร้าน Sin Kee Famous Chicken Rice หรือร้าน Pow Sing Restaurant

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์ สำหรับชาวไทยที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวชาวไทย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัยในระดับที่ดีมาก ประเทศหนึ่งในโลก โดยสิงคโปร์มีกฎหมายที่เข้มงวดและมีบทลงโทษสูงในการกระทำผิดต่างๆ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิต ที่ดีของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการค้ายาเสพติด การติดสินบนเจ้าพนักงาน/เจ้าหน้าที่ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยบทลงโทษสูงสุดของสิงคโปร์คือ การประหารชีวิต

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งคนไทยที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์และนักท่อง เที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางมายังสิงคโปร์ ควรจะต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด

การกระทำผิดที่มีโทษประหารชีวิต

– ค้ายาเสพติด เป็นความผิดที่มีโทษรุนแรง และสิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องนี้ การค้ายาเสพติดบางประเภทตามปริมาณขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด มีโทษคือ ประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต และการค้ายา เสพติดบางประเภท มีโทษรองลงมาคือ จำคุกระหว่าง 20 – 30 ปี และเฆี่ยนด้วยหวาย 15 ครั้ง
– ฆาตกรรม ผู้กระทำผิด มีโทษประหารชีวิต
การกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมือง/ลักลอบทำงาน
– เดินทางเข้าสิงคโปร์โดยผิดกฎหมาย โทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– พำนักในสิงคโปร์เกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกสูงถึง 6 เดือน หรือเสียค่าปรับ 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกส่งกลับประเทศ หากอยู่เกิน 90 วันจากเวลาที่กำหนด จะมีโทษเฆี่ยนอย่างน้อย 3 ครั้ง และจำคุกสูงสุด 6 เดือน
– ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน โทษจำคุก 12 เดือน หรือเสียค่าปรับ 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือถูกเฆี่ยนด้วยหวาย 3 ครั้ง และถูกส่งกลับประเทศ
– ให้ที่พักอาศัยแก่ผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือเสียค่าปรับสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ

การกระทำผิดเกี่ยวกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่

– ติดสินบนเจ้าหน้าที่ จำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกระทำผิดเกี่ยวกับการก่อจลาจลหรือชุมนุมประท้วง
– ชุมนุมหรือเดินขบวนผิดกฎหมาย จำคุกสูงสุด 2 ปี
– ก่อจลาจล ต้องโทษสูงสุดคือ จำคุก 5 ปี พร้อมเฆี่ยนด้วยหวาย หากใช้อาวุธ เพิ่มโทษเป็นจำคุกสูงสุด 7 ปี

การกระทำผิดทั่วไปในชีวิตประจำวัน

– ไม่ทิ้งขยะในถังขยะ ปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– ปัสสาวะในที่สาธารณะ ปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– ข้ามถนนในที่ห้ามข้าม จำคุกสูงสุด 3 เดือน หรือปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– เมาสุราในที่สาธารณะ จำคุกสูงสุด 1 เดือน หรือปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– ทะเลาะวิวาท โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือเสียค่าปรับ สูงถึง 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ลักทรัพย์ (ลัก จี้ ชิง ปล้น หรือขโมยของในร้านค้า) จำคุก 3 – 7 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ซื้อหรือขายบุหรี่หนีภาษี ปรับสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ถ้าทำผิดซ้ำอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
– เล่นการพนันแบบผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุก 6 เดือนหรือเสียค่าปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

ทำความรู้จักกับประเทศสิงคโปร์

ข้อมูลและประวัติของประเทศสิงคโปร์

 

ประเทศสิงคโปร์

ชื่อทางการ             : สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)

เมืองหลวง              : สิงคโปร์ (Singapore)

ศาสนาประจำชาติ   : ไม่มีศาสนาประจำชาติ (ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา คือ อิสลาม คริสต์ ฮินดู และลัทธิเต๋า)

ดอกไม้ประจำชาติ   : กล้วยไม้แวนด้า มิส โจควิม (Vanda Miss Joaquim)

วันชาติ                   : 9 สิงหาคม

วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน    : 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 (สมาชิกก่อตั้ง)

ภาษาประจำชาติ     : ภาษามาเลย์ หรือ ภาษามลายู

ภาษาราชการ         : อังกฤษ จีน มาเลย์ และภาษาทมิฬ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กล้วยไม้แวนด้า มิส โจควิม

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

สิงคโปร์เป็นนครรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 697 ตารางกิโลเมตร (มีขนาดเท่ากับเกาะภูเก็ตของไทย) โดยจะเป็นเกาะใหญ่หนึ่งเกาะ (เกาะสิงคโปร์) และเกาะเล็กๆ อีกมากกว่า 60 เกาะ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายู ทางทิศเหนือติดกับช่องแคบยะโฮร์ ทิศใต้ติดกับช่องแคบสิงคโปร์ ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้ และทิศตะวันตกติดกับช่องแคบมะละกา

 

“ภูมิประเทศ”

ในภาคตะวันตกและภาคกลางของประเทศจะเป็นเนินเขา โดยภาคกลางจะมีเนินเขาที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญของสิงคโปร์ พื้นที่บริเวณชายฝั่งของสิงคโปร์จะมีลักษณะเว้าแหว่งเหมาะที่จะเป็นท่าเรือ

 

“ภูมิอากาศ”

สิงคโปร์อยู่ในเขตอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ประเทศนี้มีอุณหภมิคงที่ ไม่มีการแบ่งแยกฤดูกาลที่ชัดเจน ในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม จัดเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคมจะเป็นช่วงมรสุม

 

ประชากร

มีจำนวนประชากรประมาณ 5.08 ล้านคน เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และประชากรก็มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน รองลงมาจะเป็นชาวมาเลย์ และชาวอินเดีย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การเมืองการปกครอง

สิงคโปร์ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ (มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี) มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็น 3 ส่วน คือ สภาบริหาร รัฐสภา และสภาตุลาการ

 

เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นที่จำกัดและมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอยู่น้อย สินค้าส่งออกที่สำคัญจึงเป็นพวกเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า และส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญก็จะเป็นพวก พลังงาน อาหาร และวัตถุดิบในงานอุตสาหกรรม เช่น ยางพารา

 

ประวัติ

*ในศตวรรษที่ 3 ของประวัติศาสตร์จีน มีการกล่าวถึงสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ในชื่อของ โปหลัวชาง (Pu-Luo-Chung) ที่หมายถึงปลายสุดของคาบสมุทร

*เดิมสิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เทมาเส็ก (Temasek) หรือ ทูมาสิก (Tumasik) มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง

*ในศตวรรษที่ 13 เจ้าชายแสง นิลา อุตามา (Sang Nila Utama) แห่งปาเลมบัง (Palembang) (นครพระราชอาณาจักรศรีวิชัยประเทศอินโดนีเซีย) เดินทางออกมาแสวงหาสถานที่สำหรับสร้างเมืองใหม่ และได้สร้างเมืองขึ้นที่บริเวณเกาะเทมาเส็กและเปลี่ยนชื่อเป็น สิงหปุระ (Singapura)

*ในพ.ศ.2054 สิงคโปร์ตกเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส

*ในพ.ศ.2434 เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) ตัวแทนของบริษัทบริติชอินเดียตะวันออก (The British East India Company) เดินทางมาตกลงการค้ากับสุลต่านผู้ปกครองสิงคโปร์ โดยมีการลงนามทำข้อตกลงเพื่อให้สิทธิ์แก่อังกฤษในการก่อตั้งสถานีการค้าที่สิงคโปร์และจัดตั้งเป็นท่าเรือปลอดภาษี สำหรับประเทศแถบเอเชียรวมถึงสหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง และต่อมาก็ยึดครองสิงคโปร์ไว้ได้

*ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิงคโปร์ตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นแต่หลังจากสิ้นสุดสงคราม สิงคโปร์ก็กลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอีกครั้ง

*ในพ.ศ.2506 สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากอังกฤษและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายา หรือมาเลเซีย

*ในพ.ศ.2508 สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซีย และประกาศตัวเป็นเอกราช ตั้งแต่นั้นมาสิงคโปร์ก็พยายามพัฒนาและปรับปรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า และประชากรมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่สูงสุด