Tag Archive ท่องเที่ยว

ข้อมูลการเดินทางในสิงคโปร์ฉบับนักเรียนนอก

สิงคโปร์เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับการศึกษาต่อ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีความเจริญพร้อมในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องขนส่งมวลชนเพื่อการเดินทางภายในประเทศที่ทันสมัยและครอบคลุมสถานที่สำคัญทุกแห่ง เหมาะอย่างยิ่งแก่การใช้ชีวิตสำหรับนักศึกษาต่างชาติ anitaphilipson.comหากใครกำลังวางแผนท่องเที่ยวหรือเรียนต่อ มาดูกันค่ะว่าระบบขนส่งมวลชนที่น่าสนใจของสิงคโปร์มีอะไรบ้าง

รถไฟฟ้า MRT
รถไฟฟ้าของสิงคโปร์จะวิ่งทั้งบนดินและใต้ดิน ราคาอยู่ที่ประมาณ 0.78 – 2.28 เหรียญสิงคโปร์ ต่อเที่ยว เส้นทางหลักแบ่งออกเป็น 5 สาย ได้แก่

สีเขียว East West (EW) วิ่งจากสนามบินชางกี (Changi Airport) ไปถึงจูกูน (Joo Koon)
สีแดง North South (NS) วิ่งจากจูร่งอีสต์ (Jurong East) ไปถึงมารีนาเซาท์เพียร์ (Marina South Pier)
สีเหลือง Circle (CC) วิ่งจากดอบี้โกลท์ (Dhoby Ghaut) ไปถึงฮาเบอร์ฟร้อนท์ (HabourFront)
สีม่วง North East (NE) วิ่งจากพังกอล (Punggol) ไปถึงฮาเบอร์ฟร้อนท์ (HabourFront)
สีน้ำเงิน Down Town (DW) วิ่งจากบูกิต พันจัง (Bukit Panjang) ไปถึงไชน่าทาวน์ (Chinatown)
เวลาเปิด-ปิดทำการของแต่ละสายจะแตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นวันจันทร์-วันเสาร์ รถไฟฟ้าเที่ยวแรกจะเริ่มวิ่งประมาณตีห้าครึ่ง และเที่ยวสุดท้ายประมาณห้าทุ่ม – เที่ยงคืนครึ่ง ขึ้นอยู่กับสายรถไฟฟ้า ส่วนวันอาทิตย์รถไฟเที่ยวแรกจะเริ่มวิ่งราวๆ หกโมงเช้า ดูข้อมูลเวลาทำการอย่างละเอียดได้ที่หัวข้อ Fist & Last Train

รถไฟฟ้าขนาดเล็ก LRT
รถไฟฟ้าขบวนสั้นๆ ที่เรียกว่า LRT (Light Rail Transit) วิ่งเชื่อมต่อตัวเมืองกับย่านชุมชนและเขตที่พักอาศัย มีทั้งหมด 3 สาย ได้แก่

Bukit Panjang LRT
Sengkang LRT
Punggol LRT
นักท่องเที่ยวจะไม่ค่อยได้ใช้บริการรถไฟฟ้าประเภทนี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากไม่ได้วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

รถโดยสารประจำทาง หรือ รถบัส (Bus)
ในสิงคโปร์มีบริษัทที่ให้บริการรถบัสอยู่หลักๆ สองบริษัทคือ SBS และ SMRT ส่วนใหญ่จะให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30 – 24.00 น. ค่าโดยสารอยู่ที่ 0.9-2.1 เหรียญสิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับระยะทางและประเภทของรถว่าเป็นรถธรรมดาหรือรถปรับอากาศ หากไม่รู้ราคาสามารถสอบถามจากคนขับหรือดูจากตารางที่ติดไว้บริเวณป้ายรถบัสก็ได้ การเดินทางด้วยรถบัสค่อนข้างประหยัดกว่ารถไฟฟ้า จึงเหมาะมากสำหรับนักศึกษางบน้อยที่อยากเหลือเงินไว้กิน-ช้อป

การจ่ายเงินค่ารถบัส สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด บัตร Ez-Link, NETS และ Tourist Pass แต่ถ้าจ่ายเป็นเงินสดต้องเตรียมเงินไว้ให้พอดี เพราะคนขับรถจะไม่ทอนเงิน เมื่อต้องการลงจากรถ จะมีปุ่มสีแดงให้กดแจ้งคนขับคล้ายๆ กับรถเมล์ในเมืองไทย แต่สำหรับคนที่ใช้บัตร Ez-Link หรือ NETS ต้องนำบัตรไปสแกนที่เครื่องก่อนลงจากรถอีกรอบหนึ่ง

คำแนะนำในการใช้บริการรถบัส

สำหรับคนที่มาเรียนต่อสิงคโปร์ แนะนำว่าให้ใช้บัตร Ez-Link ในการจ่ายค่ารถบัสจะดีกว่า เนื่องจากเราขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องมาคอยนับเหรียญให้เสียเวลา
รถบัสในสิงคโปร์ไม่ได้จอดทุกป้าย ถ้าไม่มีคนลงหรือไม่มีคนรอขึ้นคนขับจะไม่จอด หากต้องการขึ้นรถบัสอย่าลืมโบกเรียกก่อนรถมาถึงป้าย
ควรโหลดแอพพลิเคชั่น MyTransport หรือ SG NEXTBUS มาใช้ เพราะรถบัสบางสายไม่ได้ให้บริการทุกวัน ใครไม่ศึกษาข้อมูลมาก่อนอาจต้องไปยืนรอเก้อ นอกจากนี้ในช่วงแรกที่ยังไม่ชำนาญเส้นทาง เรายังสามารถใช้แอพฯ ช่วยในการวางแผนการเดินทางได้อีกด้วย

แท็กซี่
ราคาแพงไม่เหมาะกับนักศึกษาเท่าไหร่ แต่ก็ขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ไว้เป็นข้อมูลนะคะ ราคาค่าแท็กซี่ในสิงคโปร์นอกจากจะแตกต่างกันตามระยะทางแล้ว ความเก่า-ใหม่ของรถก็ยังมีผลต่อราคาด้วย โดยรถที่เก่าหน่อยค่าโดยสารจะถูกลงมาเล็กน้อย และยังเป็นแท็กซี่แบบสแตนดาร์ดกับพรีเมี่ยมด้วยค่ะ

แท็กซี่สแตนดาร์ด ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3.20 – 3.90 เหรียญสิงคโปร์ 1-10 กิโลเมตรแรก ราคาเพิ่มขึ้น 22 เซ็นต์ ทุกๆ 400 เมตร และหลังจาก 10 กิโลเมตรแรกผ่านไป ราคาจะเพิ่มขึ้น 22 เซ็นต์ ทุกๆ 350 เมตร
แท็กซี่พรีเมี่ยม ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3.90 – 5 เหรียญสิงคโปร์ 1-10 กิโลเมตรแรก ราคาเพิ่มขึ้น 33 เซ็นต์ ทุกๆ 400 เมตร และหลังจาก 10 กิโลเมตรแรกผ่านไป ราคาจะเพิ่มขึ้น 33 เซ็นต์ ทุกๆ 350 เมตร

นอกจากนี้ก็ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่ดูดเงินในกระเป๋าเพิ่มอีกคือ

เดินทางช่วงเวลา 24.00 – 06.00 น. ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 50%
เดินทางวันจันทร์-วันศุกร์ ช่วงเวลา 06.00 – 09.30 น. ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 25% ยกเว้นวันหยุดราชการ
เดินทางวันใดก็ตามในช่วงเวลา 18.00 – 24.00 ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 25%
แถมยังมี Location surcharges เมื่อเรียกแท็กซี่ตามจุดสำคัญๆ ด้วยค่ะ เช่น สนามบินชางกี ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 17.00-24.00 น. จ่ายเพิ่ม 5 เหรียญสิงคโปร์ วันและเวลานอกเหนือจากนี้จ่ายเพิ่ม 3 เหรียญสิงคโปร์

 

การเดินทางในสิงคโปร์ – บัตร EZ-Link

การเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่เรามีแผนที่แหล่งท่องเที่ยว และ แผนที่การเดินรถ เช่น รถไฟฟ้า sMRT หรือ รถบัสอยู่ในมือ

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย รวดเร็ว และ สะดวกเป็นอย่างมาก การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เช่นหากคุณลงเครื่องที่สนามบินชางฮี และ ต้องการเดินทางไปเที่ยวที่สวนนกจูร่งในทันที คุณสามารถนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีรถไฟฟ้า sMRT ที่อาคาร Terminal 2 และ ไปลงที่สถานี Boon lay และ นั่งรถบัสอีก 1 ต่อก็สามารถไปเที่ยวที่สวนนกจูร่งได้ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมงอย่างแน่นอน

ระบบขนส่งมวลชนที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรานิยมใช้บริการมี 3 ประเภทหลักๆ คือ sMRT, รถบัส และ รถแท็กซี่

sMRT (Singapore Mass Rapid Transit) เป็นบริการรถไฟฟ้าที่ทำหน้าที่วิ่งได้ทั้งสองแบบ คือมันวิ่งทั้งบนฟ้าและไต้ดินแบบไม่มีเกี่ยงเลยทีเดียว วิธีการเดินทางด้วยวิธีนี้เป็นการเดินทางที่ถือว่าสะดวก และ รวดเร็ว และ ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์ เพราะว่าดูแล้วมีความยุ่งยากน้อยที่สุด

ปัจจุบันรถไฟฟ้า sMRT มีวิ่งให้บริการอยู่ 4 สายด้วยกัน ซึ่ง 4 สายนี้จะวิ่งเชื่อมกันไปเชื่อมกันมา ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องศึกษาเส้นทางให้ดีว่า จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ไหน และ เราจะนั่งจากสถานีต้นทางไปลงที่สถานีไหน เพื่อต่อรถไฟฟ้าสีไหนไปยังจุดหมายปลายทางของเรา

รถไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการอยู่มีทั้งหมด 4 สี ดังนี้

สายสีเขียว (East-West Line : EW) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการจากสถานี Changi Airport และ วิ่งผ่านสถานีหลักๆ เช่น Gelang – Bugis – City Hall – Outram Park – Boonlay และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Joo Koon ซึ่งรวมทั้ง 31 สถานี

สายสีแดง (North-Sounth Line : NS) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการตั้งแต่สถานี Jurong East และ วิ่งให้บริการขึ้นไปทางเหนือ อ้อมลงมาผ่าน สถานี Orchard ผ่าน City Hall และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Marina Bay

สายสีม่วง (North-East Line : NE) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการตั้งแต่สถานี Punggol ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะสิงคโปร์และวิ่งเป็นเส้นตรงลงมาผ่านสถานี Little India ChinaTown และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Harbour Front ซึ่งหากนักท่องเที่ยวต้องการจะไปเที่ยวที่เกาะเซ็นโตซ่า ก็สามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่สถานี Harbour Front ไปต่อได้เลย

สายสีส้ม (Circle Line) เป็นรถไฟฟ้าที่เพิ่งสร้างเสร็จล่าสุดเมื่อปี 2010 นี้เอง รถไฟฟ้าสายนี้จะวิ่งเชื่อมรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ใกล้และสะดวกยิ่งขึ้น อาทิ Suntec City แหล่งช็อปปิ้งและ น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง และ สถานีอื่นๆ ในบริเวณใจกลางเมืองสิงคโปร์

 

รถไฟฟ้า 1 ขบวนจะมีทั้งหมด 6 ตู้โดยสาร และ วิ่งด้วยความเร็ว 45 กิโลเมตร / ชั่วโมง รถไฟฟ้า sMRT แต่ละสายจะมีสถานีเชื่อมต่อที่เรียกว่า Interchange Station สามารถต่อสายรถ sMRT โดยการซื้อตั๋วเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

sMRT จะวิ่งให้บริการตั้งแต่เวลา 05.31 น. ถึง 23.18 น. และ คิดค่าโดยสารเริ่มตั้งแต่ 0.80 SGD สูงสุดไม่เกิน 2.80 SGD นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว (Standard Ticket) ได้ที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ โดยจะรวมค่าประกันบัตรโดยสารจำนวน 1 SGD ซึ่งเราสามารถนำไปแลกคืนได้ที่ตู้ขายตั๋วเช่นกัน หลังจากที่เราเดินออกจากสถานีปลายทาง โดยให้กด Refund หลังจากนั้นให้สอดบัตรเข้าไป และ เครื่องจะคืนเงินให้เรา 1 SGD ทั้งนี้ทั้งนั้นการแลกเงินคืนจะมีกำหนดให้แลกคืนได้ภายใน 1 เดือนเท่านั้น หากเกินจาก 1 เดือนไปแล้ว จะไม่สามารถแลกคืนได้

วิธีการซื้อตั๋วแบบ Standard Ticket ก็ง่ายมากครับ ถ้าใครใช้รถไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ อยู่เป็นประจำก็จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เราจิ้มไปที่สถานีที่เราต้องการเดินทางไป เครื่องก็จะคำนวนราคาให้เราโดยอัตโนมัติ ให้เราใส่ธนบัตร หรือ ยอดเหรียญก็ได้ ถ้าเราใส่เงินเกิน เครื่องก็จะคืนเงินให้เราโดยอัตโนมัติ พร้อมกับมีบัตรไหลออกมาจากเครื่องให้เรา

บัตร EZ-Link

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ตั้องใช้เวลา อย่างน้อยๆ 2 วัน ขึ้นไป และการเดินทางท่องเที่ยวของเราคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ 1 หรือ 2 สถานี แน่ๆ ดังนั้นการซื้อตั๋วแบบ Standard ทุกสถานี คงไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำเป็นเพราะว่าค่อนข้างไม่สะดวกเป็นอย่างมาก

วิธีที่ผมจะแนะนำคือการซื้อบัตร EZ-Link ซึ่งเป็นบัตรที่เราสามารถนำไปใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า sMRT และ รถบัส ไม่ต้องเสียเวลาไปยืนกดซื้อบัตรที่ตู้ทุกสถานี หรือ เวลาขึ้นรถบัสก็เพียงแค่ใช้บัตรแตะกับเครื่องชำระเงินเท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่ต้องหาเหรียญหยอดให้วุ่นวาย

ราคาบัตร EZ-Link 12 SGD แต่เราไม่สามารถใช้ได้ทั้ง 12 SGD เพราะว่าในเงินจำนวน 12 SGD จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

เงินกินเปล่า 5 SGD ซึ่งเงินจำนวนนี้ถือว่าซื้อความสะดวกไปละกันครับ เราไม่ได้คืน

ค่าโดยสาร 7 SGD เงินจำนวนนี้คือจำนวนเงินที่เราสามารถใช้เป็นค่าโดยสารได้จริง

แต่ข้อดีของการใช้บัตร EZ-Link คือ ค่าโดยสารที่ถูกคำนวนออกมาต่อสถานีจะถูกกว่าการซื้อบัตรแบบ Standard Ticket ดังนั้นถ้าเราใช้บริการหลายๆ ครั้ง จะทำให้เราประหยัดกว่าซื้อตั๋วแบบ Standard Ticket อย่างแน่นอน

ซื้อบัตร EZ-Link ได้ที่ไหน? เราสามารถซื้อบัตร EZ-Link ได้ตั้งแต่ที่สนามบิน Changi Airport ที่ Terminal 2 ตรงบริเวณสถานีรถไฟฟ้า หรือ ซื้อตาม เคาน์เตอร์ Passenger Service ตามสถานี MRT ทั่วๆ ไป และ ถ้าเราใช้เงินจนหมดบัตร เราก็สามารถเติมได้จากตู้ ซึ่งการเติมจะเติมได้ขั้นต่ำครั้งละ 10 SGD แต่ไม่เกิน 500SGD ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราใช้ไม่หมด เราก็จะได้เงินที่เหลือในบัตรคืนพร้อมกับค่าประกันบัตร ตอนที่เรานำบัตรไปคืนครับ

อันดับ 3 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา นครนายก ปราจีนบุรี และสระบุรี

อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 ได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยขึ้นทะเบียนร่วมกับป่า 5 ผืนใหญ่ คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา อุทยานแห่งชาติทับลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ถือว่าเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ต่อจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง anitaphilipson.com

เขาใหญ่เป็นแหล่งที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิด ทั้งยังมีน้ำตกใหญ่ที่สวยงาม เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกอื่น ๆ อีกมากมายกว่า 20 แห่ง รวมทั้งยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีก 13 เส้นทาง จึงเป็นขวัญใจของบรรดานักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมาตลอดทุกยุคทุกสมัย