Tag Archive ชาวไทย

การเดินทางในสิงคโปร์ – บัตร EZ-Link

การเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่เรามีแผนที่แหล่งท่องเที่ยว และ แผนที่การเดินรถ เช่น รถไฟฟ้า sMRT หรือ รถบัสอยู่ในมือ

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย รวดเร็ว และ สะดวกเป็นอย่างมาก การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เช่นหากคุณลงเครื่องที่สนามบินชางฮี และ ต้องการเดินทางไปเที่ยวที่สวนนกจูร่งในทันที คุณสามารถนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีรถไฟฟ้า sMRT ที่อาคาร Terminal 2 และ ไปลงที่สถานี Boon lay และ นั่งรถบัสอีก 1 ต่อก็สามารถไปเที่ยวที่สวนนกจูร่งได้ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมงอย่างแน่นอน

ระบบขนส่งมวลชนที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรานิยมใช้บริการมี 3 ประเภทหลักๆ คือ sMRT, รถบัส และ รถแท็กซี่

sMRT (Singapore Mass Rapid Transit) เป็นบริการรถไฟฟ้าที่ทำหน้าที่วิ่งได้ทั้งสองแบบ คือมันวิ่งทั้งบนฟ้าและไต้ดินแบบไม่มีเกี่ยงเลยทีเดียว วิธีการเดินทางด้วยวิธีนี้เป็นการเดินทางที่ถือว่าสะดวก และ รวดเร็ว และ ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์ เพราะว่าดูแล้วมีความยุ่งยากน้อยที่สุด

ปัจจุบันรถไฟฟ้า sMRT มีวิ่งให้บริการอยู่ 4 สายด้วยกัน ซึ่ง 4 สายนี้จะวิ่งเชื่อมกันไปเชื่อมกันมา ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องศึกษาเส้นทางให้ดีว่า จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ไหน และ เราจะนั่งจากสถานีต้นทางไปลงที่สถานีไหน เพื่อต่อรถไฟฟ้าสีไหนไปยังจุดหมายปลายทางของเรา

รถไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการอยู่มีทั้งหมด 4 สี ดังนี้

สายสีเขียว (East-West Line : EW) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการจากสถานี Changi Airport และ วิ่งผ่านสถานีหลักๆ เช่น Gelang – Bugis – City Hall – Outram Park – Boonlay และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Joo Koon ซึ่งรวมทั้ง 31 สถานี

สายสีแดง (North-Sounth Line : NS) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการตั้งแต่สถานี Jurong East และ วิ่งให้บริการขึ้นไปทางเหนือ อ้อมลงมาผ่าน สถานี Orchard ผ่าน City Hall และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Marina Bay

สายสีม่วง (North-East Line : NE) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการตั้งแต่สถานี Punggol ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะสิงคโปร์และวิ่งเป็นเส้นตรงลงมาผ่านสถานี Little India ChinaTown และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Harbour Front ซึ่งหากนักท่องเที่ยวต้องการจะไปเที่ยวที่เกาะเซ็นโตซ่า ก็สามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่สถานี Harbour Front ไปต่อได้เลย

สายสีส้ม (Circle Line) เป็นรถไฟฟ้าที่เพิ่งสร้างเสร็จล่าสุดเมื่อปี 2010 นี้เอง รถไฟฟ้าสายนี้จะวิ่งเชื่อมรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ใกล้และสะดวกยิ่งขึ้น อาทิ Suntec City แหล่งช็อปปิ้งและ น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง และ สถานีอื่นๆ ในบริเวณใจกลางเมืองสิงคโปร์

 

รถไฟฟ้า 1 ขบวนจะมีทั้งหมด 6 ตู้โดยสาร และ วิ่งด้วยความเร็ว 45 กิโลเมตร / ชั่วโมง รถไฟฟ้า sMRT แต่ละสายจะมีสถานีเชื่อมต่อที่เรียกว่า Interchange Station สามารถต่อสายรถ sMRT โดยการซื้อตั๋วเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

sMRT จะวิ่งให้บริการตั้งแต่เวลา 05.31 น. ถึง 23.18 น. และ คิดค่าโดยสารเริ่มตั้งแต่ 0.80 SGD สูงสุดไม่เกิน 2.80 SGD นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว (Standard Ticket) ได้ที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ โดยจะรวมค่าประกันบัตรโดยสารจำนวน 1 SGD ซึ่งเราสามารถนำไปแลกคืนได้ที่ตู้ขายตั๋วเช่นกัน หลังจากที่เราเดินออกจากสถานีปลายทาง โดยให้กด Refund หลังจากนั้นให้สอดบัตรเข้าไป และ เครื่องจะคืนเงินให้เรา 1 SGD ทั้งนี้ทั้งนั้นการแลกเงินคืนจะมีกำหนดให้แลกคืนได้ภายใน 1 เดือนเท่านั้น หากเกินจาก 1 เดือนไปแล้ว จะไม่สามารถแลกคืนได้

วิธีการซื้อตั๋วแบบ Standard Ticket ก็ง่ายมากครับ ถ้าใครใช้รถไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ อยู่เป็นประจำก็จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เราจิ้มไปที่สถานีที่เราต้องการเดินทางไป เครื่องก็จะคำนวนราคาให้เราโดยอัตโนมัติ ให้เราใส่ธนบัตร หรือ ยอดเหรียญก็ได้ ถ้าเราใส่เงินเกิน เครื่องก็จะคืนเงินให้เราโดยอัตโนมัติ พร้อมกับมีบัตรไหลออกมาจากเครื่องให้เรา

บัตร EZ-Link

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ตั้องใช้เวลา อย่างน้อยๆ 2 วัน ขึ้นไป และการเดินทางท่องเที่ยวของเราคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ 1 หรือ 2 สถานี แน่ๆ ดังนั้นการซื้อตั๋วแบบ Standard ทุกสถานี คงไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำเป็นเพราะว่าค่อนข้างไม่สะดวกเป็นอย่างมาก

วิธีที่ผมจะแนะนำคือการซื้อบัตร EZ-Link ซึ่งเป็นบัตรที่เราสามารถนำไปใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า sMRT และ รถบัส ไม่ต้องเสียเวลาไปยืนกดซื้อบัตรที่ตู้ทุกสถานี หรือ เวลาขึ้นรถบัสก็เพียงแค่ใช้บัตรแตะกับเครื่องชำระเงินเท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่ต้องหาเหรียญหยอดให้วุ่นวาย

ราคาบัตร EZ-Link 12 SGD แต่เราไม่สามารถใช้ได้ทั้ง 12 SGD เพราะว่าในเงินจำนวน 12 SGD จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

เงินกินเปล่า 5 SGD ซึ่งเงินจำนวนนี้ถือว่าซื้อความสะดวกไปละกันครับ เราไม่ได้คืน

ค่าโดยสาร 7 SGD เงินจำนวนนี้คือจำนวนเงินที่เราสามารถใช้เป็นค่าโดยสารได้จริง

แต่ข้อดีของการใช้บัตร EZ-Link คือ ค่าโดยสารที่ถูกคำนวนออกมาต่อสถานีจะถูกกว่าการซื้อบัตรแบบ Standard Ticket ดังนั้นถ้าเราใช้บริการหลายๆ ครั้ง จะทำให้เราประหยัดกว่าซื้อตั๋วแบบ Standard Ticket อย่างแน่นอน

ซื้อบัตร EZ-Link ได้ที่ไหน? เราสามารถซื้อบัตร EZ-Link ได้ตั้งแต่ที่สนามบิน Changi Airport ที่ Terminal 2 ตรงบริเวณสถานีรถไฟฟ้า หรือ ซื้อตาม เคาน์เตอร์ Passenger Service ตามสถานี MRT ทั่วๆ ไป และ ถ้าเราใช้เงินจนหมดบัตร เราก็สามารถเติมได้จากตู้ ซึ่งการเติมจะเติมได้ขั้นต่ำครั้งละ 10 SGD แต่ไม่เกิน 500SGD ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราใช้ไม่หมด เราก็จะได้เงินที่เหลือในบัตรคืนพร้อมกับค่าประกันบัตร ตอนที่เรานำบัตรไปคืนครับ