Category Archiveมารู้จักกับสิงคโปร์

National Day Celebrations

วันชาติ (National Day Celebrations)

National Day Celebrations มาฉลองวันชาติของชาวสิงคโปร์ ซึ่งขบวนพาเหรดวันชาติจะมีขึ้นทุกวันที่ 9 สิงหาคม จะสร้างความสนุกสนาน ด้วยระบำตามแบบวัฒนธรรมต่างๆ และพลุไฟมากมาย ขบวนพาเหรดอันงดงาม และการแสดงแสงเลเซอร์สีสันสดใส

สิงคโปร์เต็มไปด้วยบรรยากาศของการเฉลิมฉลองวันชาติ โดยเป็นการระลึกถึงการได้รับอิสรภาพและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่น่าภาคภูมิใจ

National Day Celebrations

ทราบไหมว่าคุณกำลังจะร่วมเป็นสักขีพยานในการเฉลิมฉลองวันชาติสิงคโปร์ เมื่อเกาะแห่งนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง-ขาว หรือสีของธงชาติโดยผู้คนได้ตกแต่งอาคารบ้านเรือนกันด้วยสีนี้ และแม้แต่รถที่วิ่งสัญจรไปมา

ประเทศเล็ก ๆ ที่มากด้วยศักยภาพ
ขบวนพาเหรดในวันชาติสิงคโปร์บอกเล่าถึงความสำเร็จในการได้รับอิสรภาพของสิงคโปร์ ท่ามกลางความงุนงงสงสัยว่าสิงคโปร์รอดพ้นภาวะวิกฤติได้อย่างไร

National Day Celebrations

เรื่องราวความเป็นมาของสิงคโปร์นั้นเป็นที่ทราบกันดี นั่นคือ การได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ. 1965 ท่ามกลางความงุนงงสงสัยว่าสิงคโปร์สามารถรอดพ้นวิกฤติการณ์และนำพาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไรเมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศมีขนาดเล็กมากและขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ

แต่ทว่าเกาะแห่งนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ เรานำนาวาฝ่าคลื่นลมมรสุมลูกแล้วลูกเล่าของสถานการณ์วุ่นวายในประเทศ ความขัดแย้งรุนแรงในภูมิภาค ตลอดจนสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ

สิงคโปร์ได้ใช้ข้อดีทุกอย่างที่มีอยู่ เพื่อก้าวสู่เวทีโลกในฐานะศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ ศูนย์กลางการเงิน และประเทศที่มีบทบาทสำคัญในระดับโลก กล่าวโดยสรุปก็คือ สิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มากด้วยศักยภาพ

ขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ตระการตา
ร่วมเฉลิมฉลองวันชาติสิงคโปร์ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาไปกับชาวสิงคโปร์ และนี่ยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสิงคโปร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีการบอกเล่าเรื่องราวนี้ครั้งเล่าครั้งเล่าในหลากหลายรูปแบบซึ่งสะท้อนอยู่ในขบวนพาเหรดวันชาติของทุกปี

National Day Celebrations

ผู้ชมงานจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับพิธีสวนสนามอันสง่างามของเหล่าทหารหาญ ความน่าตื่นตาตื่นใจจากการร้องเพลงและการแสดงแบบพหุวัฒนธรรม การแสดงแสนยานุภาพทางอากาศ และการเฉลิมฉลองด้วยการจุดพลุและดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่งดงามริมอ่าวมารีน่า

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 50 ปีสิงคโปร์ จึงมีการจัดขบวนพาเหรดในปี 2015 ขึ้นที่ปาดัง ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกที่จัดขบวนพาเหรดในปี ค.ศ. 1966

ด้วยการแสดงแสงสีเสียงอันสวยงามตระการตา เสียงเพลงปลุกใจ ผสานกับบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง จึงรู้สึกราวกับคุณเป็นคนสิงคโปร์ไปด้วย

ทราบหรือไม่?
งานพาเหรดนี้ไม่สามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้ แต่พลเมืองหรือผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในสิงคโปร์ทุกคนสามารถลงชื่อขอรับบัตรได้ถึง 6 ใบในเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยจะประกาศผลในเดือนมิถุนายน

National Day Celebrations

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์
ผู้ชมจะได้รับ “ความสุขเต็มกระเป๋า” พร้อมกับกระเป๋ากู๊ดดี้แบ็คในวันชาติ กระเป๋าใบใหญ่ น้ำหนักเบาและกันน้ำได้นี้ จะออกแบบแตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่อัดแน่นไปด้วยสิ่งของต่าง ๆ ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม ไปจนถึงผ้าพันคอและแท่งไฟเรืองแสง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ของที่จัดไว้ให้กระเป๋านั้นเน้นของที่ใช้ได้จริง ดังนั้น จึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ได้รับกระเป๋าหลังจากจบงานเลี้ยงฉลองแล้ว

Marina Bay

ย่านมาริน่า เบย์(Marina Bay) จุดรวม Landmarkของสิงคโปร์

Marina Bay

ย่านมาริน่า เบย์(Marina Bay)เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสิงคโปร์ เป็นจุดรวม Landmark ที่สำคัญๆไว้มากมาย เช่น อาคารมาริน่า เบย์ แซนด์(Marina Bay Sands) อาคารรูปเรือ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดดังระดับโลก, รูปปั้นสิงโตเมอร์ไลอ้อน(Merlion)ที่เป็นเหมือนสัญญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ และสวนที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Garden by The Bay ด้วย ทำให้ย่านนี้เป็นจุดศูนย์รวมของความเจริญก้าวหน้าของประเทศสิงคโปร์ ที่ไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากการถมที่ดินสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1970 หรือเพียงไม่ถึง 50 ปีเท่านั้นเอง

Marina Bay

ย่าน Marina Bay มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีสถานีรถไฟใต้ดินผ่านทั้งหมด 3 สถานี คือ Raffles Place Station, Bayfront Station และ Promenade Station ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการไปที่ไหน

Marina Bay

Marina Bay

สิงคโปร์

บักกุ๊ดเต๋ ในตำนานที่ Marsiling

ในลิสนี้นะครับ ผมว่าร้านนี้น่าจะเป็นร้านที่ เป็นสุดยอดแห่งขุมทรัพย์เพชรน้ำหนึ่งของสิงคโปร์เลยละ คือ คนรู้จักน้อยมาก เพราะมันโคตรไกล ต้องนั่งรถไปจนเกือบถึงมาเลเซียเกือบชั่วโมง แต่รสชาตินี้สุดยอดมากๆ แบบอร่อยเกินคำบรรยาย และราคาที่สูดสุดๆๆ

สิงคโปร์

ร้านบักกุ๊ดเต๋ Marsilling Road ร้านนี้น่าจะเป็นที่ถูกและคุ้มค่าราคาที่สุดในลิสนี้แล้วครับ บักกุ๊ดเต๋ร้านนี้เป็นสไลต์แบบไม่มีพริกไทย จะเป็นแบบสมุนไพรจีนและทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปที่รสชาติกลมกล่อมสุด กระดูกหมูที่ตุ่นจนนุ่มละลายในปาก อร่อยมากมากมากมาก…. ผมไม่รู้จะอธิบายในความอร่อยนี้ยังไง

เวลามากินที่นี้จะต้องสั่งอย่างอื่นควบๆไปด้วยครับอย่างเช่น ถ้วยต้ม ขาหมู และปาท่องโก๋ เพราะฉะนั้นมันจะเหมาะมากๆที่คุณจะมากินกับเพื่อนๆของคุณ จะได้ลองกินอะไรหลายๆอย่าง รสชาติของบักกุ๊ดเต๋และกับแกล้มเหล่านี้มันเข้ากันดีแบบบอกไม่ถูกเลยละครับ

สิงคโปร์

ค่าเจ็บตัว: บักกุ๊ดเต๋ Marsiling Road Block 19 นี้ราคาถูกมากครับ จานละ 5.5 ดอลลาร์เท่านั้น ไม่แพงเลย และอร่อยเกินราคามากจริงๆ แต่ปัญหาของบักกุ๊ดเต๋ร้านนี้คือมันอยู่ไกลมากๆๆๆ

สิงคโปร์

การเดินทางมา: ร้านนี้อยู่ไกลมากครับ อยู่ติดกับทางข้ามไปประเทศมาเลเซีย ถ้าจะนั่รถไฟมาอาจจะต้องใช่เวลาเกินหนึ่งชั่วโมง ให้ลงที่สถานนี Marsiling จากนั้น ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแล้วขึ้นรถเมล์สาย 856 ไปอีกประมาณ 7 ป้าย เข้าไปในบริเวณ บ้านพักคนงานที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ผมแนะนำให้เปิดกูเกิ้ลแมพตามหาเอาเพราะมันหาเจอยากจริงๆ

สิงคโปร์

ร้าน Tian Wai Tian กุ้งมหาประลัย

ใครจะไปคิดนะครับว่าศูนย์อาหารข้างถนนแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ จะมีขุมทรัพย์เป็นสุดยอดร้านอาหาร ที่ผมโชคดีมาเจอโดยบังเอิญ
ร้านนี้เป็นศูนย์อาหารเล็กๆข้างถนน ที่เปิดเฉพาะตอนเย็นๆ เป็นที่ที่ไปยากนิดหนึ่งนะครับ เพราะมันไม่ได้อยู่ใกล้กับอะไรเลย แต่เชื่อผมครับว่า คุณจะไม่เคยกินกุ้งอะไรที่อร่อยขนาดนี้ในชีวิต
ทีเด็ดของร้าน Tian Wai Tian นี่ก็คือกุ้ง! กุ้งพัดซอสพริกเต้าหู้ และกุ้งพัดซอสไข่เค็ม

กุ้งพัดซอสพริกเต้าหู้นี้คือการเอากุ้งตัวใหญ่ๆ สดๆ มาพัด ซอสพริกกับ เต้าหู้ไข่ ตัวกุ้งนี้สดมากครับ ไข่กุ้งยังไหลย่อยออกผสมกับน้ำซอสอยู่เลย ไข่กุ้งมาผสมกับน้ำซอสลายกุ้งเนื้อสดๆกรอบๆๆ โอ้ยแม่เจ้าคุณเอ้ยยย สุดยอดมากก

สิงคโปร์

มันเป็นสุดยอดสองเมนูที่ผมกินแล้วขึ้นสวรรค์ไปอีกสามวันติดๆกัน แถมราคาของอาหารร้านนี้ก็ไม่ได้แพงมากอะไรขนานนั้น กุ้งทั้งจานนี้ประมาณ 350 บาทซึ่งถูกมากสำหรับอาหารทะเลในสิงคโปร์

ทีเด็ดของร้านนี้ยังมีอีก ไม่ว่าจะเป็นปีกไก่ทอดที่ มากับน้ำจิ้มกระเทียมที่เด็ด และ ยังมีสุกี้หัวปลาหม้อใหญ่หม้อใหญ่ที่อร่อยอย่าบอกใครเลยละครับ!!!

สิงคโปร์

สิงคโปร์

ค่าเจ็บตัว: ร้านนี้ถือว่าราคาไม่แพงมากเท่าไรครับ หัวละ 10-12 ดอลลาร์ก็อยู่แล้ว

สิงคโปร์

วิธีการเดินทางมา: ร้านนี้เดินทางมาลำบากมากครับ ต้องนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี Potong Pasir แล้วเดินไปตามแผนที่ด้านล่างนี้อีกไม่ไกลก็จะเจอครับ

สิงคโปร์

สิงคโปร์

ร้านปูผัดพริก Mellben

ถ้าพูดถึงอาหารประจำชาติของคนสิงคโปร์ผมว่า สิ่งนั้นคงหนีไม่พ้น “ปูผัดพริก” หรือ Chilli crab
ร้านขายปูพัดพริกชื่อดังนี่ก็มีหลายที่เช่น Jumbo, No Signboard Seafood แต่ร้านพวกนี้มันแพงมากๆ ครับ มื้อหนึ่งอาจจะหลายพันบาทเลยทีเดียว
แต่ถ้าคนสิงคโปร์จะกินปูผัดพริกนะครับเขาจะไม่ไปตามร้านอาหารราคาแพงๆเหล่านี้ แต่ที่สุดฮิตสำหรับคนสิงคโปร์ในการกินปูดพัดพริกก็คือ Mellben Seafood

สิงคโปร์

ร้านอาหารร้านนี้จึงเป็นตำนานของเกาะสิงคโปร์ครับ เปิดอยู่ที่ใต้ถุนแฟลตรัฐบาลสุดบ้านๆเลยละ เป็นร้านพัดลม ไม่มีแอร์ คือดูแล้วไม่มีวี่แววความอร่อยระดับภัตตาคารอะไรเลย แต่เชื่อผมเถอะครับว่า อย่าตัดสินอะไรแต่เพียงรูปร่างหน้าตา

เพราะนี่น่าจะเป็น ปูผัดพริกที่อร่อยที่สุดในเกาะสิงคโปร์เลย คิดดูนะครับว่าสภาพร้านมันธรรมดาขนาดนี้แต่ยังมีคนมากินกันจนต้องต่อคิวรอทุกวัน มันจะฮิตขนาดนี้ ต้องมีอะไรดีแน่นอน
สิงคโปร์
เมนูเด็ดของที่นี่ คือ Chilli Crab, Creamy butter Crab และ Bee Hoon Soup Crab.
Creamy butter Crab คือเป็นปูสดๆ ตัวใหญ่ๆ พัดกับซอสครีมและเนย รสชาติจะออกหวานมัน หอมเนย แปลกพิสดาร แต่อร่อยชนิดที่คุณต้องถามตัวเองว่า เจ้าของร้านมันคิดสูตรนี้ออกได้ยังไง!
สิงคโปร์
เชื่อผมเถอะครับว่า “ชีวิตนี้คุณจะไม่ได้กิน ปูที่อร่อยอะไรขนาดนี้อีกแล้ว!!!”

ส่วน Chilli Crab ที่นี่ก็อร่อยมาก ปูตัวใหญ่ๆสดๆ ผัดกับซอสพริกไข่สูตรพิเศษ น้ำซอสของเขานี้จะเป็นซอสพริกผัดกับไข่ ให้แค่กินซอสลาดข่าวยังอร่อยเลยครับ ถ้าจะให้อร่อยสุดๆต้องกินกับหมั่นโถถึงตามสูตรต้นตำรับครับ

สิงคโปร์

ถึงแม้ว่าร้านอาหารร้านนี้จะเป็น ร้านที่แพงที่สุดในลิสต์นี้นะครับ แต่ผมยืนยันได้ว่าคุณไม่ผิดหวังแน่นอน เป็นอาหารทะเลที่อร่อยสุดๆจริงๆ

ค่าเจ็บตัวร้านนี้: ต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 35 ดอลลาร์สิงคโปร์ครับ (900 บาท)
สิงคโปร์
วิธีการเดินทางมา: ที่นี่อาจจะลำบากนิดหนึ่งเพราะว่าไม่มีรถไฟฟ้าถึง ต้องนั่งรถไฟไฟ้มาที่สถานนี Ang Mo Kio แล้วจากนั้นต่อรถเมล์ที่ Bus Interchange สาย 169 บอกคนขับเอาครับว่าจะมากินปู นั่งไปสัก 7 ป้ายก็ถึงครับ ผมแนะนำให้เปิด กูเกิ้ลแมพ(Google Map) ระหว่างทางไปเรื่อยๆ

สิงคโปร์

ข้าวมันไก่ Bishan Cold Chicken

ยังเป็นวาระแห่งชาติที่มีการการถกเทียงกันอย่างต่อเนื่องและดุเดือดว่า ข้าวมันไก่ที่อร่อยที่สุดในสิงคโปร์นั้นคือร้านไหน หลายคนบอกว่า Boon Tong Kee ที่ Balestier Road หรือไม่ก็ร้าน Tian Tian Chicken rice ที่ Maxwell Food Court
สิงคโปร์
ผมว่าร้านพวกนี้มันธรรมดาและไม่ได้อร่อยขนาดนั้นครับ วันนี้ผมจะขอแนะนำให้รู้จักกับ
Ming Ji Chicken rice!  หรือที่ผมกับเพื่อนๆเรียกกันว่า Bishan Cold Chicken Rice เพราะไก่ร้านนี้มันเย็นมากๆ

ร้านข่าวมันไก่ร้านนี้ถึงว่าเป็นตำนานมาก ใครที่อาศัยอยู่บริเวณ Bishan จะรู้กันถึงฤทธิ์เดชของข้าวมันไก่ร้านนี้ว่ามันอร่อยแบบบ้าหลุดโลกไปถึงดาวเสาร์
กว่าจะได้กินต้องตั้งหน้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ ไก่มันจะหมดก่อนไหม จะเหลือให้เรากินหรือเปล่า คิวยาวสุดๆ วันจันทร์ถึงศุกร์ เขาจะขายตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม ผมนี่เลิกงานไม่เคยทันสักที
สิงคโปร์
ตัวข้าวมันไก่ร้านนี้ก็อร่อยสุดยอด หลุดโลกมากๆๆ ไก่นี่นุ่มสุดๆ ติดมันติดหนังอีกนิดหน่อย  ผมขอแนะนำให้คุณสั่งน่องไก่ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Drum stick  ไก่จะนุ่มกว่าส่วนอีกมากๆ

สิงคโปร์

ไก่ร้านนี้นะครับจะเป็นไก่เย็นๆ ต่างกับเมืองไทยที่ไก่จะต้องร้อนๆถึงจะอร่อย เวลามากินร้านนี้นะครับ ห้ามสั่งแบบไม่เอาหนังเด็ดขาด นี่ถือว่าคุณทำผิดกฎอย่างรุนแรงเลยละ เนื้อติกหนังนิดหน่อย อ้วนนิดอ้วนหน่อย ไม่เป็นไรหรอครับ เพื่อความสุขของท้อง

น้ำจิ้มร้านนี้ก็เด็ดมากๆ เป็นซีอิ๊วหวานกับซอสเผ็ด ต้องกินผสมๆกัน  และที่พลาดไม่ได้เลยคือถั่วงอกลวกที่กินกับข้าวมันไก่อร่อยมาก

สิงคโปร์

วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน MRT มาที่สถานี Bishan แล้วออกประตูทางออกของ Circle line (สายสีเหลือง) จากนั้นเดินเลี้ยวขวามาเรื่อยๆ จนถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต Giant ศูนย์อาหาร Kim San Leng  ตรงนั้นเองครับ
ค่าเจ็บตัว: หัวละ 3.5-6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (80-160 บาท)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์…กับ 5 อาหารจานเด็ด

สิงคโปร์ เกาะเล็กๆที่เป็นเมืองท่าการค้ามาแต่อดีต เป็นสถานที่ที่ประกอบด้วยผู้คนจากหลายเชื้อชาติเข้ามาอยู่รวมกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ชาวสิงคโปร์จะเป็นศูนย์รวมของความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่มีให้เลือกสรรมากมาย  ทั้งอาหารอินเดีย อาหารมาเลย์ และอาหารจีนจากหลายภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานอาหารจากต่างถิ่นจนเกิดเป็นสำรับอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ดังเช่นอาหารพารานากัน วันนี้เลยจะมาแนะนำอาหารจานเด่นที่ใครไปสิงคโปร์แล้วไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

1.หย่งเต่าฝู่ (Yong Tau Foo) หรือก็คือต้นตำหรับ เย็นตาโฟของบ้านเรานั่นเอง หย่งเต่าผู่ เป็นอาหารของชาวจีนแคะ ประกอบด้วยเต้าหู้นานาชนิด มีทั้งที่สอดใส้ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ทอด ฟองเต้าหู้ เกี๋ยว ลูกชิ้นปลา นอกจากนี้ยังมี กระเจี๊ยบยัดใส้ลูกชิ้น มะเขือยาวยัดใส้ พริกยัดใส้ ปกติการสั่งหย่งเต่าฝู่แต่ละร้านจะมีถาดให้เราได้เลือกหยิบได้ตามที่ต้องการ โดยคิดราคาต่อชิ้น เมื่อหยิบได้เป็นที่เรียบร้อยก็ส่งให้ทางร้านไปปรุง ส่วนใหญ่จะทำเป็นน้ำซุปใสราดด้วยซอสข้น ทานกับข้าวสวยหรือบะหมี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Fu Lin Tou Fu Yuen

Fu Lin Tou Fu Yuen  ร้านนี้ขายหย่งเต่าฝู่แบบแห้งเพียงอย่างเดียว เมื่อเราเลือกชนิดของเต้าหู้ตามต้องการแล้ว ทางร้านจะนำไปทอดจนกรอบ เสริฟพร้อมกับ บะหมี่ราดซอสหมูสับ แกล้มด้วยผักกวางตุ้งไต้หวันลวกราดซอดข้น  การเดินทางไปร้านนี้ก็นั่ง MRT ไปลงสถานี Bedok แล้วต่อรถที่ Bus Interchange มองหาท่ารถสาย 40 นั่งไปประมาณ 10 นาที แล้วลงป้าย Siglap Center

นอกจากร้านนี้แล้ว ใกล้ๆกันก็มีหย่งเต่าฝู่ลักษณะนี้อีกร้านที่รสชาติอร่อยเช่นกัน ร้านนี้ตั้งอยู่ในศูนย์อาหารหรือที่เรียกว่า โกปิเตี่ยม (Hawker Center) ติดกับ Siglap Center

2.บักกุ๊กเต๋ (Bak Kut Teh) อาหารจานเด็ดอีกชนิดหนึ่งของสิงคโปร์ สันนิษฐานว่าถูกนำมาพร้อมกับแรงงานชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลฟูเจี้ยนในช่วงคริสตศวรรษที่ 19 คำว่า บักกุ๊กเต๋ แปลว่าซุปกระดูกหมู ลักษณะเป็นซุปกระดูกหมูสีเข้ม อุดมไปด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร ร้านส่วนใหญ่เสิร์ฟบักกุ๊กเต๋ พร้อมเครื่องเคียงอย่างผักกาดแก้วหรือผักกวางตุ้งไต้หวันผัดน้ำมันหอย ถั่วลิสงต้ม แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ปาท่องโก๋ที่หั่นเป็นชิ้นๆสำหรับจุ่มกับซุปกระดูกหมูจนชุ่ม ทานพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

สำหรับร้านที่แนะนำ เป็นร้านดังที่ร่ำลือว่านายกรัฐมนตรีของไทยหลายคนได้เคยมาลิ้มลองกันแล้ว ร้าน Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House ตั้งอยู่บนถนน Rangoon นั่ง MRT มาที่สถานี Farrer Park แล้วเดินไปตามถนน Rangoon จะพบกับร้านบักกุ๊กเต๋ชื่อดังที่มีลูกค้าหนาแน่นตลอดเวลา บักกุ๊กเต๋ ของร้านนี้รสชาติจัดจ้านและเผ็ดร้อนด้วยพริกไทย ถึงแม้พนักงานเสิร์ฟจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้แต่ก็มีเมนูที่มีรูปประกอบชัดเจน เครื่องเคียงบักกุ๊กเต๋ที่นี่มีให้เลือกหลายชนิด ทั้ง ปาท่องโก๋ ถั๋วลิสงต้ม ใส้หมูพะโล้ ผักดอง และผักผัดน้ำมันหอย อย่าลืมสั่งชาร้อนที่มีเตาไฟกับกาต้มน้ำให้ชงกันที่โต๊ะได้เลย และที่สำคัญ น้ำซุปที่นี่เติมฟรี ซดกันได้เต็มที่เลย

3.นาซี ลมะก์ (Nazi Lemak) เมนูอาหารเช้าของชาวมาเลย์ที่ปัจจุบันมิใช่เพียงชาวมาเลย์เท่านั้นที่ชื่นชอบ นาซี ลมะก์ ยังเป็นที่นิยมของชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนและอินเดียอีกด้วย นาซี ละมะก์ เป็นภาษามาเลย์แปลว่าข้าวมัน เป็นการหุงข้าวเจ้ากับกะทิ รับประทานกับเครื่องเคียงที่ประกอบด้วย ปีกไก่ทอด ไข่ดาว ถั่วลิสง ปลากรอบ และน้ำพริก บางครั้งในศูนย์อาหาร เราจะนาซี ลมะก์ห่อด้วยใบเตย เป็นอาหารจานด่วนของชาวสิงคโปร์ที่ซื้อหาติดตัวได้สะดวก  มีชื่อดังถึง 2 ร้านติดกัน สังเกตุได้จากความยาวของแถวที่มาต่อคิวซื้อข้าวมันทรงเครื่องนี้ อันที่จริงเคล็ดลับความอร่อยของนาซี ลมะก์ อยู่ที่น้ำพริกที่ออกหวานนิดๆ กลมกล่อมด้วยกลิ่นเครื่องเทศ คลุกกับข้าวมันหอมๆ และไก่ทอดหนังกรอบ จึงไม่แปลกใจว่าทำไม นาซี ลมะก์ ของที่นี่จึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวสิงคโปร์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ (Nazi Lemak)

4. อาหารพารานากัน (Peranakan Cuisine) อาจเป็นคำพูดที่ไม่เกินเลยไปนัก ถ้าจะบอกว่าใครที่มาถึงสิงคโปร์แล้วยังไม่ได้ลิ้มลองอาหารพารานากัน เหมือนกับมาไม่ถึงสิงคโปร์ เพราะอาหารชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวพารานากันที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น คำว่าพารานากัน เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ที่เดินทางเข้ามายังดินแดนแถบแหลมมลายูและมีการแต่งงานกับชนพื้นเมืองชาวมาเลย์ เกิดเป็นลูกผสมซึ่งมีทั้งจีน-มาเลย์ อินเดีย-มาเลย์ และลูกครึ่งตะวันตก โดยนิยมเรียกหญิงพารานากันที่มีเชื้อสายจีนว่า นอนยา (Nyonya) หรือทางภาคใต้ของบ้านเราเรียกว่า ย่าหยา นั่นเอง ดังนั้นบางครั้งเราอาจได้ยินชื่ออาหารพารานากันในอีกชื่อคือ อาหารนอนยา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

อาหารพารานากัน มีความละเอียดอ่อนทั้งในเรื่องของกรรมวิธี การเตรียมวัตถุดิบที่ใช้เวลามากและเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ลักษณะของอาหารพารานากัน คือการผสมผสานอาหารจีนเข้ากับอาหารมาเลย์ และอาหารอินโดนีเซีย โดยประกอบด้วยวัตถุดิบที่คนไทยคุ้นเคยเช่น กะทิ พริก น้ำมะขามเปียก กะปิ ลักษณะอาหารพารานากัน จะว่าไปก็คล้ายกับแกงต่างๆของบ้านเรา มีบ้างที่บางชนิดอาจมีหน้าตาต่างกันออกไป

ร้านอาหารพารานากัน แม้จะมีอยู่ทั่วไปในสิงคโปร์ แต่ถ้าเป็นแหล่งวัฒนธรรมพารานากันคงต้องเป็นย่านกาตงและถนนจูเชียท (Joo Chiat Road) ที่นี่ในอดีตคือย่านพักอาศัยของชาวพารานากันที่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นสูงที่ร่ำรวยจากการค้าขาย ดังนั้นนอกจากจะเต็มไปด้วยร้านอาหารพารานากันหลายร้านแล้ว ตลอดสองข้างทางของถนนจูเชียทยังขนาบไปด้วยเรือนแถวเก่าแก่ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันตกกับความเป็นจีนเข้าด้วยกัน  ส่วนร้านอาหารที่แนะนำคือ ร้าน Guan Hoe Soon restaurant ร้านแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหารพารานากันที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนถนน จูเชียทเพลส โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ Ayam Buah Keluak หรือแกงไก่ใส่กะทิที่มาพร้อมกับผล Keluak ที่ต้องนำเข้ามาจากอินโดนีเซียเลยทีเดียว อีกเมนูหนึ่งก็คือ แกงหัวปลา (Fish Head Curry) หรือบ้างร้านใช้ชื่อว่า หัวปลานอนยา (Nyonya Fishhead) เมนูนี้เป็นการนำหัวปลากระพงแดงมาผสมผสานกับเครื่องแกงรสกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับมะเขือม่วง มะเขือเทศและกระเจี๊ยบ   นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลากหลายเมนู เช่นแกงเนื้อแพะ ที่เป็นอาหารจานโปรดของผม หรือเปาะเปี๊ยะตำรับพารานากัน ที่หอมอร่อย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Guan Hoe Soon restaurant

5.ข้าวมันไก่ อาหารจานนี้คงไม่ต้องอธิบาย เพราะคนส่วนใหญ่รู้จักกันดีว่าข้าวมันไก่ เป็นของคู่กับมื้ออาหารของชาวสิงคโปร์มาอย่างยาวนาน แทบทุกศูนย์อาหารในสิงคโปร์จะต้องมีร้านข้าวมันไก่อยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งร้าน ว่ากันว่าข้าวมันไก่เข้ามายังสิงคโปร์โดยชาวจีนจากมณฑลไหหลำ ที่นำสูตรการทำข้าวมันไก่เนื้อนุ่มกับข้าวที่หอมมันมาสู่สิงคโปร์ จนปัจจุบันกลายเป็นอาหารประจำชาติสิงคโปร์ไปแล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวมันไก่สิงคโปร์

ทั่วทั้งเกาะสิงคโปร์ก็มีร้านข้าวมันไก่ชื่อดังอยู่หลายร้าน เช่นร้าน

Tian Tian Chicken Rice ที่มีอยู่หลายสาขา, ร้าน Sin Kee Famous Chicken Rice หรือร้าน Pow Sing Restaurant

ทำความรู้จักกับประเทศสิงคโปร์

ข้อมูลและประวัติของประเทศสิงคโปร์

 

ประเทศสิงคโปร์

ชื่อทางการ             : สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)

เมืองหลวง              : สิงคโปร์ (Singapore)

ศาสนาประจำชาติ   : ไม่มีศาสนาประจำชาติ (ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา คือ อิสลาม คริสต์ ฮินดู และลัทธิเต๋า)

ดอกไม้ประจำชาติ   : กล้วยไม้แวนด้า มิส โจควิม (Vanda Miss Joaquim)

วันชาติ                   : 9 สิงหาคม

วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน    : 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 (สมาชิกก่อตั้ง)

ภาษาประจำชาติ     : ภาษามาเลย์ หรือ ภาษามลายู

ภาษาราชการ         : อังกฤษ จีน มาเลย์ และภาษาทมิฬ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กล้วยไม้แวนด้า มิส โจควิม

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

สิงคโปร์เป็นนครรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 697 ตารางกิโลเมตร (มีขนาดเท่ากับเกาะภูเก็ตของไทย) โดยจะเป็นเกาะใหญ่หนึ่งเกาะ (เกาะสิงคโปร์) และเกาะเล็กๆ อีกมากกว่า 60 เกาะ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายู ทางทิศเหนือติดกับช่องแคบยะโฮร์ ทิศใต้ติดกับช่องแคบสิงคโปร์ ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้ และทิศตะวันตกติดกับช่องแคบมะละกา

 

“ภูมิประเทศ”

ในภาคตะวันตกและภาคกลางของประเทศจะเป็นเนินเขา โดยภาคกลางจะมีเนินเขาที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญของสิงคโปร์ พื้นที่บริเวณชายฝั่งของสิงคโปร์จะมีลักษณะเว้าแหว่งเหมาะที่จะเป็นท่าเรือ

 

“ภูมิอากาศ”

สิงคโปร์อยู่ในเขตอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ประเทศนี้มีอุณหภมิคงที่ ไม่มีการแบ่งแยกฤดูกาลที่ชัดเจน ในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม จัดเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคมจะเป็นช่วงมรสุม

 

ประชากร

มีจำนวนประชากรประมาณ 5.08 ล้านคน เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และประชากรก็มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน รองลงมาจะเป็นชาวมาเลย์ และชาวอินเดีย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การเมืองการปกครอง

สิงคโปร์ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ (มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี) มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็น 3 ส่วน คือ สภาบริหาร รัฐสภา และสภาตุลาการ

 

เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นที่จำกัดและมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอยู่น้อย สินค้าส่งออกที่สำคัญจึงเป็นพวกเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า และส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญก็จะเป็นพวก พลังงาน อาหาร และวัตถุดิบในงานอุตสาหกรรม เช่น ยางพารา

 

ประวัติ

*ในศตวรรษที่ 3 ของประวัติศาสตร์จีน มีการกล่าวถึงสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ในชื่อของ โปหลัวชาง (Pu-Luo-Chung) ที่หมายถึงปลายสุดของคาบสมุทร

*เดิมสิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เทมาเส็ก (Temasek) หรือ ทูมาสิก (Tumasik) มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง

*ในศตวรรษที่ 13 เจ้าชายแสง นิลา อุตามา (Sang Nila Utama) แห่งปาเลมบัง (Palembang) (นครพระราชอาณาจักรศรีวิชัยประเทศอินโดนีเซีย) เดินทางออกมาแสวงหาสถานที่สำหรับสร้างเมืองใหม่ และได้สร้างเมืองขึ้นที่บริเวณเกาะเทมาเส็กและเปลี่ยนชื่อเป็น สิงหปุระ (Singapura)

*ในพ.ศ.2054 สิงคโปร์ตกเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส

*ในพ.ศ.2434 เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) ตัวแทนของบริษัทบริติชอินเดียตะวันออก (The British East India Company) เดินทางมาตกลงการค้ากับสุลต่านผู้ปกครองสิงคโปร์ โดยมีการลงนามทำข้อตกลงเพื่อให้สิทธิ์แก่อังกฤษในการก่อตั้งสถานีการค้าที่สิงคโปร์และจัดตั้งเป็นท่าเรือปลอดภาษี สำหรับประเทศแถบเอเชียรวมถึงสหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง และต่อมาก็ยึดครองสิงคโปร์ไว้ได้

*ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิงคโปร์ตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นแต่หลังจากสิ้นสุดสงคราม สิงคโปร์ก็กลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอีกครั้ง

*ในพ.ศ.2506 สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากอังกฤษและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายา หรือมาเลเซีย

*ในพ.ศ.2508 สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซีย และประกาศตัวเป็นเอกราช ตั้งแต่นั้นมาสิงคโปร์ก็พยายามพัฒนาและปรับปรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า และประชากรมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่สูงสุด

ช้อปให้กระจาย 7 สิ่งที่ควรไปช้อปปิ้งในสิงคโปร์

ช้อปให้กระจาย 7 สิ่งที่ควรไปช้อปปิ้งในสิงคโปร์

ภาพจาก shutterstock / lculig

ประเทศสิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่มีเศรษฐกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางตลาดแห่งเอเชียไม่หยุดหย่อน มีแหล่งท่องเที่ยวอันตื่นตาตื่นใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ (Singapore Flyer), โรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands), เกาะมหาสนุกเซนโตซา (Sentosa) เป็นต้น และการช้อปปิ้งในสิงคโปร์ ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากอีกด้วย เพราะบนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของสินค้าและผลิตภัณฑ์มากมายจากทั่วโลก วันนี้จึงจะพาไปดู 7 สิ่งที่น่าเอาเงินไปจ่ายในสิงคโปร์หรือซื้อมาเป็นของฝาก แต่จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

1. กล้องและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ในยุคที่การแชร์เรื่องราวและภาพถ่ายผ่านโลกโซเซียลกำลังบูมดั่งดอกไม้บานอยู่นี้ กล้องถ่ายภาพหรือโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้จึงเป็นเสมือนอวัยวะที่สำคัญของร่างกายอย่างหนึ่งที่เราจะขาดไม่ได้ และในประเทศสิงคโปร์ก็มีตลาดที่ค้าขายกล้องและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เสรีอยู่มากมาย มีหลากหลายรุ่นและยี่ห้อให้ได้เลือกซื้อ บางรุ่นยังมีการนำเข้าก่อนในประเทศไทย โดยศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือคือ Funan DigitaLife Mall และ Peninsula Plaza (ขอขอบคุณข้อมูลจาก Funan)

2. กระเป๋า รองเท้า แบรนด์ Charle & Keith และสินค้าแบรนด์เนม

Charle & Keith เป็นแบรนด์กระเป๋าและเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง ที่ก่อตั้งโดยพี่น้อง Charles และ Keith Wong เป็นแบรนด์สินค้าของประเทศสิงคโปร์ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก ด้วยดีไซน์สวย เท่ เก๋ ไม่ซ้ำใคร และคุณภาพดีเยี่ยม ส่งผลให้สินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะกระเป๋าและรองเท้าของ Charle & Keith เป็นแบรนด์อันดับต้น ๆ ในใจผู้หญิง อีกทั้งราคานั้นไม่ได้แพงหูฉี่จนไม่สามารถเอื้อมถึง มนุษย์เงินเดือนก็สามารถที่จะเป็นเจ้าของได้ นั่นจึงทำให้ Charle & Keith เติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคง มีร้านค้ามากกว่า 400 แห่งทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย แต่ถ้าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวสิงคโปร์ ก็ไม่ควรพลาดที่จะซื้อ Charle & Keith กลับมาเป็นของขวัญให้กับตัวเองสักชิ้น เพราะมีหลากหลายรุ่นให้ได้เลือกซื้อ (ขอขอบคุณข้อมูลจาก charleskeith)

ช้อปให้กระจาย 7 สิ่งที่ควรไปช้อปปิ้งในสิงคโปร์

ภาพจาก shutterstock / lculig

3. น้ำหอมและเครื่องสำอาง

ใครที่บ้าคลั่งน้ำหอมต้องไม่พลาดที่จะไปช้อปปิ้งที่สิงคโปร์ เพราะมีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายกลิ่นให้ได้เดินดมกันอย่างจุใจ หลายรุ่นไม่สามารถหาซื้อได้ในเมืองไทย อีกทั้งราคายังถูกด้วยนะ เซียนน้ำหอมทั้งหลายได้แนะนำแหล่งที่เหมาะแก่การไปเลือกซื้อน้ำหอม นั่นก็คือที่ มุสตาฟา เซ็นเตอร์ (Mustafa Centre) เปิดตลอด 24 ชั่วโมง รับรองได้เลยว่าที่นี่จะทำให้เงินไหลออกจากกระเป๋าของคุณได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เครื่องสำอางในสิงคโปร์ยังมีหลากหลายยี่ห้อ เป็นแหล่งศูนย์รวมผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกเลยทีเดียว เรื่องราคานั้นก็ต้องบอกว่าถูกอีกเช่นกัน (ขอขอบคุณข้อมูลจาก yoursingapore.com)

4. หมูแผ่นบี แชง เฮียง (Bee Cheng Hiang)

พูดถึงข้าวของเครื่องใช้มาแล้วก็มาถึงเรื่องของกินกันบ้าง ต้องบอกว่าถ้าใครไปสิงคโปร์แล้วไม่ได้ลิ้มลองหมูแผ่นบี แชง เฮียง ถือว่าคุณนั้นพลาดมาก เพราะหมูแผ่นยี่ห้อดังกล่าวมีรสชาติที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อจะนุ่มกำลังพอดี มีรสหวาน หอม สามารถทานเล่นได้ไม่รู้เบื่อ นอกจากรสชาติอันกลมกล่อมของหมูแผ่นแล้ว ยังมีความพิเศษอื่น ๆ เช่น ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่โมโนโซเดียมกลูตาเมต (ผงชูรส) ไม่ใส่สี ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพ ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ฯลฯ เป็นตัวการันตีว่าของเขาดีจริง ซึ่งในประเทศสิงคโปร์มีหลายสาขาให้ได้ไปชิม ช้อป สามารถดูรายละเอียดได้ที่ beechenghiang และตอนนี้มีสาขามาเปิดในเมืองไทยแล้ว

ช้อปให้กระจาย 7 สิ่งที่ควรไปช้อปปิ้งในสิงคโปร์
ภาพจาก shutterstock / Victor Maschek

5. ยาจีนและสมุนไพร

ประเทศสิงคโปร์ประกอบไปด้วยประชากรเชื้อสายจีนประมาณ 74.2% จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราจะเห็นวัฒนธรรมประเพณีแบบจีน บ้านเรือนสไตล์จีน และคนจีนมากมายในสิงคโปร์ แต่คนจีนเหล่านี้เป็นจีนเชื้อสายฮกเกี้ยน จะมีแนวทางวัฒนธรรมประเพณีที่ค่อนข้างน่าชื่นชม ขยันทำมาหากิน นั่นจึงเป็นรากฐานที่สำคัญที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มีความมั่นคงมั่งคั่ง แต่ถึงแม้ว่าบ้านเมืองเทคโนโลยีจะก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขาเหล่านี้ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณี โดยเฉพาะองค์ความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรจีนไว้ได้อย่างดี จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหายาสมุนไพรจีนและการรักษาแบบจีน ในไชน่าทาวน์จะมีร้านขายยาจีนให้ได้เลือกซื้อมากมาย (ขอขอบคุณข้อมูลจาก  yoursingapore.com)

6. ช็อกโกแลตและขนมหวาน

ถ้าใครอยู่ในพวกสวีทอโฮลิค (Sweetaholic) ต้องไม่พลาดการไปกวาดช็อกโกแลตและขนมหวานที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นดินแดนที่นอกจากจะทำให้ชีวิตสนุกสนานมากขึ้นแล้ว ยังทำให้จิตใจพองโตด้วยของหวานต่าง ๆ นานา แหล่งช้อปปิ้งช็อกโกแลตและขนมหวานที่สำคัญ เช่น Hershey’s Chocolate World, Candylicious, The Cocoa Trees, มุสตาฟา เซ็นเตอร์ เป็นต้น

ช้อปให้กระจาย 7 สิ่งที่ควรไปช้อปปิ้งในสิงคโปร์

ภาพจาก shutterstock / BigRoloImages

7. การ์เร็ต ป๊อปคอร์น (Garrett Popcorn)

แม้ว่าในประเทศไทยจะมีเปิดขายข้าวโพดคั่วยี่ห้อนี้แล้ว แต่ขอบอกเลยว่าการได้ทานถึงถิ่นนั้นมันฟินกว่ากันเยอะมาก ๆ แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะเป็นเพียงข้าวโพดคั่วธรรมดา แต่รสชาตินั้นอร่อยล้ำเกินกว่าที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้ มีให้เลือกถึง 10 รสชาติ เช่น Smoky CheeseCorn, CheeseCorn, CaramelCrisp, Macadamia CaramelCrisp, Almond CaramelCrisp, Cashew CaramelCrisp, Buttery และ Pecan CaramelCrisp ฯลฯ บรรจุมาใน 6 ไซส์ ได้แก่ Small, Medium, Large, Jumbo, 1 Gallon และ 2 Gallon
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การ์เร็ต ป๊อปคอร์น (Garrett Popcorn)
เห็นแบบนี้แล้วใครที่มีแผนที่จะเยือนสิงคโปร์ คงต้องวางแผนเรื่องการช้อปปิ้งกันให้รัดกุม เพราะมิเช่นนั้นอาจจะกระเป๋าแบนกลับบ้านก็เป็นได้