Category Archiveมารู้จักกับสิงคโปร์

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย”

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการหลอมรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัว และยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามหลักความเชื่อของชาวจีน ว่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่งผลให้หลายๆ สิ่งในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบ หากใครได้เดินทางไปสิงคโปร์แล้วล่ะก็ ลองมองไปรอบๆ อาจจะได้รับพลังฮวงจุ้ยกันแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิงคโปร์จะรวบรวมพลังฮวงจุ้ยไว้ที่ไหนบ้าง

แม่น้ำสิงคโปร์ ได้รับการจัดวางให้มีลักษณะคล้ายปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยหลักความเชื่อทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าปลาคาร์ฟ หรือ “หลี่ฮื้อ” เป็นสัญลักษณ์มงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จ เมื่อภูมิศาสตร์แม่น้ำมีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟแหวกว่ายในสายน้ำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจนั่นเอง ใครอยากรับพลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ Bumboat ดูสิ นอกจากจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ยังสามารถเปิดรับพลังจากปลาคาร์ฟได้เต็มๆ อีกด้วย

รู้จักสิงคโปร์

สิงคโปร์หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประเทศที่เป็นเกาะ มีประชากรราว 5 ล้านคน ใจกลางประเทศมีลักษณะเหมือนเมืองใหญ่ในทวีปเอเชียแต่มีความสะอาดกว่า วุ่นวายน้อยกว่าและทุกอย่างดำเนินไปตามตารางเวลาที่กำหนด ที่จริงแล้วที่นี่เป็นประเทศที่มีชีวิตชีวาและปลอดภัย ที่ซึ่งผู้คนจะรอไฟจราจรเปลี่ยนสีก่อนข้ามถนนและเข้าไปอยู่ในศูนย์การค้าระดับโลก คาเฟ่ และภัตตาคารที่ติดเครื่องปรับอากาศเพื่อหลบอากาศร้อน นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อิทธิพลของภาษาและวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกมาบรรจบกัน ประชากรมากกว่า 40% เป็นชาวต่างชาติซึ่งรวมถึงนักศึกษาต่างชาติหลายพันคน ดังนั้นหากคุณเป็นนักศึกษานานาชาติที่ต้องการเดินทางมาเรียนที่นี่ คุณจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นสวรรค์ของนักชิมอาหารอีกด้วย วัฒนธรรมมาเลย์ จีน ตะวันตก อินเดียและยูเรเชียของที่นี่ได้ผสมผสานกันเพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกด้านอาหารการกินอันหลากหลายที่ไม่เป็นรองแห่งใดในโลก เดินทางไปที่ไชน่าทาวน์และลิตเติ้ลอินเดียเพื่อลองชิมอาหารเอเชียแสนอร่อยและราคาไม่แพง anitaphilipson.com

ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง ที่อยู่ใกล้ๆคือเกาะเซ็นโตซ่า เซนต์จอห์นและคูซูที่เป็นชายหาดเขตร้อนของประเทศสิงคโปร์ ที่นี่คุณจะสามารถว่ายน้ำหรือพักผ่อนหย่อนใจบนหาดทราย ปิคนิคและหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เมื่อเดินทางเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ คุณจะพบกับอ่างเก็บน้ำ เส้นทางเดินในป่าและฟังเสียงลิงพูดคุยกันบนต้นไม้ สำหรับกิจกรรมผจญภัย สิงคโปร์ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อาทิเช่น การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ การปีนเขาและกีฬาทางน้ำต่างๆ เมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้ลงทุนเป็นเงินมหาศาลเพื่อพัฒนาแหล่งรวมศิลปะด้วยการเปิดโรงละคร Esplanade ซึ่งเป็นโรงละครริมอ่าวอันสวยงาม โดยเป็นอาคารที่มีคุณภาพระดับโลกสำหรับการแสดงด้านศิลปะและเป็นเวทีแสดงของวงสิงคโปร์ซิมโฟนีออร์เคสตร้าเป็นประจำ รวมถึงยังมีสถานที่แสดงดนตรีสด ละครเวทีและภาพยนตร์อีกมากมายภายในเมืองอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปาร์ตี้ ชีวิตยามค่ำคืนของสิงคโปร์ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน คลับบางแห่งเปิดให้บริการตลอดทั้งคืนเนื่องจากมีใบอนุญาตเปิด 24 ชั่วโมง ดังนั้นคุณจะสามารถพบกับสถานที่ที่คุณสามารถเต้นรำได้จนถึงเช้า สิงคโปร์เป็นที่ตั้งของไนท์คลับที่มีชื่อเสียงระดับโลกชื่อ Zouk ที่สามารถดึงดูดผู้คนได้มากมายทุกคืน (คุณจะได้พบกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเปิดการแสดงที่นี่) แหล่งรวมกิจกรรมยามค่ำคืนส่วนใหญ่จะอยู่ตามท่าเรือสามแห่งคือ Boat, Clarke และ Robertson นอกจากนี้ยังมีคลับและบาร์ใน Chinatown, Sentosa และ St James Power Station ที่อยู่ใกล้ๆ รูปแบบการเที่ยวกลางคืนในสิงคโปร์มักจะมีการร้องเพลงคาราโอเกะ โดยมีบาร์คาราโอเกะมากมายอยู่ทั่วเมือง ค่าห้องคาราโอเกะแบบส่วนตัวจะมีค่าบริการราว S$30 ต่อชั่วโมง

ถ้าทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอ อย่าลืมว่าสิงคโปร์คือหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งทำให้นักศึกษาสามารถใช้บริการเที่ยวบินระยะสั้นราคาถูกเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในวันหยุดสัปดาห์ที่ชายหาดบนเกาะที่สวยงามในประเทศไทย กัมพูชาหรืออินโดนีเซียหรือไปสัมผัสกับวัฒนธรรมของประเทศที่อยู่ใกล้ๆ เช่น จีน อินเดียและมาเลเซีย

เป็นเวลานานแสนนานมาแล้ว…

ถึงแม้ว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์ในยุคแรกที่เป็นลายลักษณ์อักษรของสิงคโปร์จะยังคงถูกซุกซ่อนไว้เป็นปริศนาอยู่กับกาลเวลา แต่มีบันทึกเรื่องราวของนักเดินทางชาวจีนในศตวรรษที่ 3 ได้อธิบายเอาไว้ว่าเป็น “ โปหลัวชาง (Pu-luo-chung)” หรือ “เกาะที่ตั้งอยู่ตรงปลายคาบสมุทร” ต่อมาเกาะแห่งนี้รู้จักกันในชื่อ เทมาเส็ก (Temasek) (หรือ “เมืองทะเล”) เมื่อมีผู้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในยุคแรก ๆ นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1298-1299

ในช่วงศตวรรษที่ 14 เกาะเล็ก ๆ แต่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ก็ได้รับการตั้งชื่อใหม่ จากตำนานที่เล่าขานกันมา เจ้าชายแสง นิลา อุตมะ (Sang Nila Utama) จากเมืองปาเลมบัง (Palembang) ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรศรีวิชัย ได้เสด็จออกเดินทางไปล่าสัตว์และทอดพระเนตรเห็นสัตว์ตัวหนึ่ง ซึ่งพระองค์ไม่เคยเห็นมาก่อน เนื่องจากถือว่าเป็นลางดี พระองค์จึงได้ก่อตั้งเมืองขึ้นมาตรงจุดที่เห็นสัตว์ดังกล่าว และตั้งชื่อเมืองแห่งนี้ว่า “เมืองสิงโต” หรือสิงกะปุระ (Singapura) ซึ่งมาจากคำในภาษาสันสกฤต “สิงหะ (simha)” (สิงโต) กับคำว่า “ปุระ (pura)” (เมือง)

ในสมัยนั้น เมืองแห่งนี้ปกครองโดยกษัตริย์แห่งเมืองสิงกะปุระยุคโบราณจำนวน 5 พระองค์ ตั้งอยู่ปลายคาบสมุทรมลายู และเป็นจุดนัดพบตามธรรมชาติของเส้นทางเดินเรือจากที่ต่าง ๆ จึงมีความเจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางทางการค้าสำหรับเรือสินค้าต่าง ๆ เช่น เรือสำเภาจีน เรือใบของพ่อค้าชาวอาหรับ เรือรบโปรตุเกส และเรือใบพ่อค้าชาวบูกิสจากเกาะสุลาเวสี

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
สำรวจเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติของสิงคโปร์ที่อยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน.

มารู้จักกับประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นนครรัฐสมัยใหม่และประเทศเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่นอกปลายทิศใต้ของคาบสมุทรมลายูและอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร 137 กิโลเมตร ดินแดนของประเทศประกอบด้วยเกาะหลักรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน anitaphilipson.com

   ซึ่งมักเรียกว่าเกาะสิงคโปร์ในภาษาอังกฤษ และเกาะอูจง (Pulau Ujong) ในภาษามลายู และเกาะที่เล็กกว่ามากอีกกว่า 60 เกาะ ประเทศสิงคโปร์แยกจากคาบสมุทรมลายูโดยช่องแคบยะฮอร์ทางทิศเหนือ และจากหมู่เกาะรีเยาของประเทศอินโดนีเซียโดยช่องแคบสิงคโปร์ทางทิศใต้ ประเทศมีลักษณะแบบเมืองอย่างสูง และคงเหลือพืชพรรณดั้งเดิมเล็กน้อย ดินแดนของประเทศขยายอย่างต่อเนื่องโดยการแปรสภาพที่ดินหมู่เกาะมีการตั้งถิ่นฐานในคริสต์ศตวรรษที่ 2 และต่อมาเป็นของจักรวรรดิท้องถิ่นต่าง ๆ สิงคโปร์สมัยใหม่ก่อตั้งใน ค.ศ. 1819 โดยเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) เป็นสถานีการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกโดยการอนุญาตจากรัฐสุลต่านยะฮอร์ อังกฤษได้อธิปไตยเหนือเกาะใน ค.ศ. 1824 และสิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในนิคมช่องแคบอังกฤษใน ค.ศ. 1826 หลังถูกญี่ปุ่นยึดครองระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรใน ค.ศ. 1963 และเข้าร่วมกับอดีตดินแดนของอังกฤษอื่นเพื่อตั้งประเทศมาเลเซีย แต่ถูกขับอีกสองปีต่อมาผ่านพระราชบัญญัติโดยเอกฉันท์ นับแต่นั้น ประเทศสิงคโปร์พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนได้รับการรับรองว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชียประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางพาณิชย์สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง

   โดยเป็นศูนย์กลางการเงินใหญ่สุดเป็นอันดับสี่และเป็นหนึ่งในห้าท่าที่วุ่นวายที่สุด เศรษฐกิจซึ่งเป็นโลกาภิวัฒน์และมีความหลากหลายอาศัยการค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิต ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของจีดีพีของสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2556 ในแง่ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ ประเทศสิงคโปร์มีรายได้ต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับสามของโลกแต่มีความเหลื่มล้ำของรายได้รุนแรงที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับสูงในแง่การศึกษา สาธารณสุขและความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 มีประชากรอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์เกือบ 5.5 ล้านคน ซึ่งกว่า 2 ล้านคนมีสัญชาติต่างชาติ แมม้สิงคโปร์จะมีความหลากหลาย แต่เชื้อชาติเอเชียมีมากที่สุด 75% ของประชากรเป็นชาวจีน โดยมีชนกลุ่มน้อยที่สำคัญ เช่น ชาวมาเลย์ ชาวอินเดียและชาวยูเรเซีย มีภาษาราชการสี่ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาจีนกลางและภาษาทมิฬ และประเทศสนับสนุนพหุวัฒนธรรมนิยมผ่านนโยบายทางการต่าง ๆ

ที่เที่ยวสิงคโปร์ 2017

เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage) ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำของร่องน้ำมารีน่า (Marina Channel) เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สร้างสรรค์ความรู้และทำกิจกรรมที่สนุกสนานของชาวสิงคโปร์ กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ในสิงคโปร์ค่อนข้างมาก เพราะบริเวณริมเขื่อนมีการจัดทำพื้นที่ไว้รองรับการทำกิจกรรมต่างๆ

  อีกทั้งยังออกแบบในรูปแบบที่ทันสมัย ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง อย่างในเขื่อนที่มีน้ำเต็มตลอดปี ก็สามารถที่จะเล่นกีฬาทางน้ำได้อย่างดี หรืออย่างสวนสีเขียวบนดาดฟ้าริมเขื่อนก็กลายเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย นั่งปิกนิกชมวิวอ่าวมารีน่าได้แบบสวยสุดๆ

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

ยังเหมาะแก่การเล่นว่าวอีกด้วย นอกจากนี้อย่าลืมเดินไปเที่ยวชมบริเวณริมอ่าวมารีน่าด้านนอก ซึ่งจะมีทางเดินและสวนสวยๆ ให้ได้เดินเล่นพักผ่อนในบรรยากาศสุดชิล

ไปเที่ยวสิงคโปร์ ใช้งบเท่าไหร่ และวิธีประหยัดเงินในกระเป๋า

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่เน้นการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและความเจริญก้าวหน้าของเมือง เป็นประเทศที่เจริญแล้ว มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก มีความปลอดภัยสูง และมีเครือข่ายการคมนาคมต่างๆที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย แต่ถึงอย่างงั้นการมาเที่ยวประเทศสิงคโปร์แบบประหยัดก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพราะการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของประเทศสิงคโปร์มักจะฟรี casino-viva9988.net

ในบทความนี้ เราจะมาแจกแจงค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นในการไปเที่ยวสิงคโปร์ ซึ่งการท่องเที่ยวต่างประเทศโดยทั่วๆไปจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ และค่าใช้จ่ายในการเที่ยวในแต่ละวัน ซึ่งก็จะแบ่งย่อยๆออกมาได้อีกประมาณ 5 ประเภทคือ ค่าที่พัก, ค่ากินอยู่, ค่าเดินทางภายในประเทศ, ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายประเภทหลังนี้จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เราอยู่เที่ยว สำหรับประเทศสิงคโปร์ คนนิยมเที่ยวไปกันประมาณ 3-5 วัน โดยเราจะบอกราคาคร่าวๆของแต่ละแบบเอาไว้ พร้อมกับแนะนำทริปเที่ยวสิงคโปร์แบบประหยัดในตอนท้ายให้ด้วย

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน จะเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักของการเที่ยวสิงคโปร์เพราะ คนมักจะไปกันไม่กี่วันทำให้สัดส่วนของราคาตั๋วเครื่องบินกับงบประมารในการเที่ยวโดยรวมนั้นค่อนข้างสูง ถ้าเป็นสายการบินแบบ Low Cost เช่น Air Asia ไปกลับ จะประมาณ 3,000-7,000 บาท แต่ถ้าเป็นสายการบินธรรมดา เช่น การบินไทย ก็จะประมาณ 7000 บาทขึ้นไป

เพราะฉะนั้นใครต้องการไปเที่ยวแบบประหยัด จะต้องหาตั๋ว Low Cost ช่วงโปรโมชั่นมาให้ได้ ถ้าโชคดีอาจจะได้มาต่ำกว่า 3,000 บาทก็เป็นได้

รีวิวจองตั๋วเครื่องบิน โปรโมชั่น ไปกลับ สิงคโปร์ประมาณ 3,400 บาท

2. ค่าที่พัก ในประเทศสิงคโปร์จะแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ แบบโรงแรมทั่วๆไป มีตั้งแต่ 3 ดาวถึง 5 ดาว เริ่มต้นประมาณ 80-120 เหรียญ ต่อห้องต่อคืน แล้วแต่โรงแรมแล้วแต่ทำเล และแบบโฮสเทลที่เป็นที่พักแบบนอนรวมกัน ห้องน้ำแยกซึ่งมักจะราคาถูกกว่า ประมาณ 30 เหรียญต่อคนต่อคืนขึ้นไป ใครอยากประหยัดก็แนะนำให้นอนแบบโฮสเทล

เที่ยวสิงคโปร์ พักที่ไหนดี ดูข้อมูลที่พักแต่ละย่านของประเทศสิงคโปร์

3. ค่าของกิน จะขอแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ อาหาร, เครื่องดื่ม และขนม โดยอาหารที่สิงคโปร์แบบประหยัดตามร้านง่ายๆ จะเริ่มประมาณ 4-5 เหรียญต่อจาน สำหรับน้ำดื่ม สามารถดื่มได้จากก็อกน้ำเลยเพราะสะอาดและผ่านมาตราฐานองค์กรอนามัยโลก และคนที่สิงคโปร์เองก็ดื่มกัน หรือถ้าซื้อน้ำขวด 500ml ในร้านสะดวกซื้อจะตกขวดละ 1 เหรียญ หรือถ้าซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะถูกกว่ามาก อาจจะเป็น 1,500ml 1 เหรียญ ส่วนขนมก็จะแล้วแต่แบบ แล้วแต่ประเภท มีตั้งแต่ 1 เหรียญเช่นไอติมขนมปัง ไปจนถึง 4-6 เหรียญ อย่างเช่น น้ำแข็งใสร้านดังย่านไชน่าทาวน์

สิงคโปร์เป็นผู้บุกเบิกการแข่งขันรถ F1 ในเวลากลางคืนเป็นที่แรก

   การแข่งขันรถในรายการกรังด์ปรีซ์ ซีซั่น สิงคโปร์ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 มีทั้งกิจกรรมเกี่ยวกับคอนเสิร์ต การแข่งรถ และความบันเทิง สำหรับแฟนๆ รถฟอร์มูล่า วันและนักท่องเที่ยวทุกวัย ปีนี้นับเป็นการจัดงานแข่งรถกรังด์ปรีซ์ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 10 ในสิงคโปร์

   งานอีเว้นท์ที่โดดเด่น–การแข่งรถฟอร์มูล่า วัน สิงคโปร์ แอร์ไลนส์ กรังด์ปรีซ์–ยังสร้างประวัติศาสตร์ในวงการแข่งรถเพราะเป็นที่แรกของโลกที่จัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วันในเวลากลางคืน

  สนามแข่งบนถนนในย่านอ่าวมารีน่าอันคดเคี้ยวส่วนใหญ่ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในรอบหลายปี ทั้งสนามจะถูกอาบไปด้วยแสงไฟ ซึ่งยังทำให้กลายเป็นมุมมองกลางคืนที่สวยงามของสิงคโปร์อีกด้วย การแข่งขันฟอร์มูล่า วัน เป็นสนามแข่งบนถนนอ่าวมารีน่ามีทางโค้งมากกว่าทุกสนาม (23 แห่ง) ในปฏิทินการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

ตะลุยเมืองศิลป์ เอาใจสายอาร์ต ที่สิงคโปร์

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

สิงคโปร์ นับได้ว่าเป็นแหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ตเก๋ๆ เอาไว้มากมาย เพราะไม่ว่าจะเดินไปที่ใด นักท่องเที่ยวต้องได้พบกับเสน่ห์ชวนหลงใหลที่แฝงอยู่ทุกมุมเมือง จุดเด่นของเมืองศิลป์แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ที่พิพิธภัณฑ์ หรือหอศิลป์แห่งชาติเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลากหลายสถานที่รวมถึงย่านท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่รอให้คุณไปสัมผัสและสร้างแรงบันดาลใจ

Gillman Barracks

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

แหล่งรวมตัวของสายอาร์ตสุดฮิปที่เดิมเคยเป็นค่ายทหารมาก่อน แต่ต่อมาได้รับการเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย นอกจากจะมีแกลเลอรี่นานาชาติทั้ง 11 แห่งที่มีงานศิลปะหมุนเวียนมาให้ชมกันตลอดแล้ว Gillman Barracks ยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่นจากธรรมชาติที่รายล้อมอีกด้วย หากได้ไปเยือนสิงคโปร์ ลองหาเวลามางานอีเว้นท์ที่จัดในช่วงค่ำอย่าง Art After Dark ดู เพราะเป็นโอกาสดีที่ผู้มีใจรักในงานศิลป์จะได้มาร่วมสังสรรค์กันยามค่ำคืน พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆและชมการแสดงหรือร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดชิคไปด้วยกัน
การเดินทาง: สถานี Labrador Park ทางออก A และเดินประมาณ 10 นาที

The Visual Art Center

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

The Visual Arts Centre มีความเก๋ตรงตัวอาคารที่เป็นกระจกใสทั้งหลังและตั้งอยู่ท่ามกลางลานกว้างเขียวขจี นับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและเหมาะสำหรับหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองสำหรับสาวกงานศิลป์ เพราะจะได้สัมผัสกับประสบการณ์เชิงทัศนศิลป์แนวใหม่ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับจัดเป็นสตูดิโอหรือสำหรับร่วมทำกิจกรรมเวิร์คช็อปสนุกสนานอีกมากมายโดยเฉพาะอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นที่สำหรับปลดปล่อยจินตนาการอย่างแท้จริง
การเดินทาง: สถานี Dhoby Ghaut ทางออก A และ B

Artistry Cafe

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

ร้านกาแฟสุดคูลแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ชากาแฟหอมกรุ่น และเบเกอรี่แสนอร่อยเท่านั้น ลูกค้ายังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบเป็นของแถม ตั้งแต่ตัวร้านที่เป็นตึกสีเทาเข้มดูเก๋ไก๋ ไปจนถึงการตกแต่งภายในด้วยพื้นปูนขัดมันเรียบๆ ผนังสีขาวสะอาดตา แต่เพิ่มอารมณ์ติสท์ด้วยแกลเลอรี่รูปภาพและงานศิลปะที่ประดับประดาอยู่โดยรอบ เรียกได้ว่าเหมาะสุดๆสำหรับผู้ที่อยากหาแรงบันดาลใจในการทำงานหรือหาที่นั่งชิล ส่วนใครอยากนั่งกินบรรยากาศข้างนอก ทางร้านก็มีโซนเอาท์ดอร์คอยบริการเช่นกัน
การเดินทาง: สถานี Bugis ทางออก B เดินประมาณ 5 นาที

Kult [email protected] Café

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

แกลเลอรี่แห่งนี้นำเสนองานศิลปะของเหล่าสตรีทอาร์ทติสท์ นักวาดภาพประกอบ และศิลปินรุ่นใหม่ อีกทั้งเป็นเสมือนพื้นที่เปิดกว้างให้เหล่าศิลปินได้โชว์ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์และสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ ในแกลเลอรี่นี้ไม่เพียงแต่แสดงผลงานของศิลปินท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมผลงานจากศิลปินนานาชาติไว้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ไปกี่ครั้งก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ด้านศิลปะที่แตกต่างจากเดิมทุกรอบ ส่วนใครที่ดื่มด่ำกับงานศิลปะเสร็จแล้ว จะแวะไปจิบค็อกเทลหรือเบียร์เย็นๆต่อซักแก้วที่ Kult Café ก็ไม่ว่ากัน
การเดินทาง: สถานี Little India ทางออก A

ION Art Gallery at ION Orchard

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

ถ้าใครคิดว่าที่ห้างอิออนมีแต่ร้านเพื่อเดินช้อปคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะที่ชั้น 4 ของห้างชื่อดังนี้มีแกลเลอรี่ตั้งอยู่ โดยเน้นให้เป็นพื้นที่เพื่อจัดแสดงงานทัศนศิลป์แขนงใหม่ พร้อมนำสื่อมัลติมีเดียเข้ามาผสมผสาน ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถสัมผัสงานศิลปะและงานดีไซน์ในสไตล์โมเดิร์นและร่วมสมัยจากศิลปินและดีไซเนอร์ชื่อดังมากมาย นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการที่น่าสนใจที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เลือกชมกันตลอด และถ้าใครชมงานศิลป์กันจนจุใจแล้วก็แนะนำให้ขึ้นไปต่อที่ ION Sky (เปิดระหว่างเวลา 15:00-18:00) เพื่อชมวิวสุดลูกหูลูกตา
การเดินทาง: สถานี Orchard ทางออก E

นอกจากสถานที่เหล่านี้แล้ว ประเทศสิงคโปร์ยังมีย่านวัฒนธรรมต่างๆ ที่ผู้รักงานศิลปะไม่ควรพลาด เช่น ย่าน Kampong Glam อันอยู่ไม่ไกลกับ Haji Lane ถนนสายเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยตึกเพ้นต์สีจัดจ้าน ย่าน Jalan Besar ที่เต็มไปด้วยสตรีทอาร์ตสีสันสดใสเหมาะกับชาวฮิปสเตอร์ หรือไปแถว Everton Park ที่ไม่ได้มีดีแค่คอฟฟี่ช็อปเก๋ๆ และร้านเบเกอรี่เท่านั้น แต่ยังมีมุมน่ารักๆรอให้คุณมาแชะภาพเป็นที่ระลึก และจบที่ Keong Saik ย่านสุดแสนคลาสสิคที่ปัจจุบันกลับมามีชีวิตชีวาสุดๆ ดังนั้นเหล่าสาวกงานอาร์ตอย่ารอช้า เพราะสิงคโปร์พร้อมมอบประสบการณ์ด้านงานศิลปะแบบครบครันให้กับคุณแล้ว

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

แหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรมและงานอาร์ต

ทัศนียภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ในสิงคโปร์

ไม่มีวิธีใดที่จะเก็บภาพความสวยงามของเมืองได้ดีไปกว่าการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่งดงามตระการตาจากที่สูง หรือที่ที่ไม่มีสิ่งใดมาบดบัง เพื่อให้คุ้มค่ากับการไต่ขึ้นไปบนนั้น

ทัศนียภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ในสิงคโปร์

ยอมรับเถอะว่า สถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยตรึงตานั้น ดึงดูดใจคุณจนยากที่จะปฏิเสธได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเมือง อยู่ใกล้บริเวณน้ำพุ หรือแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ก็มักจะมีสถานที่ที่มีเสน่ห์เชิญชวนให้คุณไปเยี่ยมชมเสมอในสิงคโปร์ สถานที่ที่น่าสนใจบางแห่งต่อไปนี้เป็นที่ที่คุณต้องไม่พลาด


ริมฝั่งน้ำ
ทัศนียภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ในสิงคโปร์ แวะเยี่ยมชมมารีน่า เบย์ แซนด์ส® ที่สวยงามและเป็นสัญลักษณ์เพื่อชื่นชมทัศนียภาพที่งดงามของเมืองสิงคโปร์ แซนด์ส สกายพาร์ค เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงจากพื้นดินถึง 200 เมตร ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ Infinity Pool ขนาด 150 เมตร (สงวนสิทธิ์เฉพาะแขกของโรงแรมเท่านั้น) และร้านสำหรับดื่มกินอันหรูหราเช่น บาร์บนดาดฟ้าอย่าง CÉ LA VI และภัตตาคารสุดโมเดิร์น Sky on 57 (สกาย ออน 57) ของเชฟผู้มีชื่อเสียงอย่างจัสติน เควก คุณจะได้ว่ายน้ำ ดื่มสังสรรค์ หรือรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กับการชมทิวทัศน์ที่สวยงามได้ที่นี่


สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ต้องแวะชมก็คือโรงแรมฟูลเลอร์ตัน และภัตตาคารชั้นหนึ่งของโรงแรมอย่างเดอะไลท์เฮาส์ (The Lighthouse) ขอแนะนำให้สำรองโต๊ะที่นี่เพื่อเอร็ดอร่อยไปกับอาหารอิตาเลียนทางใต้ชั้นยอด พร้อมชื่นชมความงามของเส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์ และความงดงามสมบูรณ์แบบของน้ำตกมารีน่าเบย์ วางแผนการเดินทางของคุณให้ดี เพื่อจะได้ไม่พลาดชมการแสดง มารีน่า เบย์ ไลท์ โชว์ (Marina Bay Light Show) (ซึ่งจะแสดงให้ชมทุกคืนเวลา 20.00 น. และ 21.30 น.) และคุณอาจจะได้ชมการแสดงพลุในบางโอกาส (คืนวันสิ้นปี, วันชาติสิงคโปร์) พร้อมกับจิบแชมเปญที่บาร์บนดาดฟ้าซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

ใกล้ๆ กับโรงแรมฟูลเลอร์ตัน คุณสามารถพบกับตึกเอสพลานาด ศูนย์กลางจัดงานศิลปะการแสดงแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับปากแม่น้ำสิงคโปร์ และเต็มไปด้วยภัตตาคาร บาร์ และพื้นที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง (ทั้งที่ชั้นล่างและชั้นดาดฟ้าของอาคาร) เพื่อให้คุณได้แวะผ่อนคลายและชมทัศนียภาพ หรือถ้าคุณอยากจะขึ้นไปสูงกว่านี้อีก ให้เดินตรงไปยังชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์ และลองนั่งกระเช้าเพื่อใช้เวลา 30 นาทีในการชื่นชมทัศนียภาพของเมืองแบบ 360 องศาที่ความสูง 165 เมตรจากพื้นดิน


ย่านใจกลางเมือง
ถ้าคุณอยู่ใน Central Business District (ศูนย์ธุรกิจใจกลางเมือง) คุณน่าจะแวะไปที่ 1-Altitude และ LeVeL33

ทัศนียภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ในสิงคโปร์ 1-Altitude แหล่งรวมไลฟ์สไตล์แบบหลายคอนเซ็ปต์แห่งนี้ประกอบไปด้วย 1-Altitude Gallery & Bar บนชั้นที่ 63 และภัตตาคารระดับหรูอย่าง Stellar ที่ชั้น 62 ของอาคารราฟเฟิลส์ เพลซ 1 โดยทั้งสองสถานที่นี้เชื่อมต่อกันที่ความสูงกว่า 280 เมตรเหนือพื้นดิน และเป็นสถานที่ชมวิวทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์ใจของสิงคโปร์ ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณชอบเบียร์สด LeVel33 โรงกลั่นขนาดเล็กที่ได้ชื่อว่าเป็น “โรงกลั่นแบบคราฟท์ใจกลางเมืองที่อยู่สูงที่สุดในโลก” ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะให้คุณได้ผ่อนคลายด้วยการดื่มสังสรรค์พร้อมไปกับการชมแสงไฟระยิบระยับจากตัวเมือง


ทัศนียภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ในสิงคโปร์ The [email protected] ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน CBD อาจจะเป็นย่านที่อยู่อาศัย แต่อย่าประหลาดใจถ้าได้รู้ว่า ทุกคนสามารถเข้าไปเที่ยวชมสะพานแขวนที่สูงเท่ากับอาคาร 50 ชั้นแห่งนี้ได้ เพียงเสียค่าเข้าชมคนละ 5 เหรียญสิงคโปร์ คุณก็สามารถขึ้นไปชมวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 21.00 น. เป็นประจำทุกวัน






ท่ามกลางธรรมชาติ
ถ้าคุณชอบกิจกรรมกลางแจ้ง คุณต้องไม่พลาดการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์เพื่อชื่นชมกับสวนแนวดิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอย่างซูเปอร์ทรี โครงสร้างของซูเปอร์ทรีเหล่านี้สูง 50 เมตร และมี 2 ต้นที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินลอยฟ้าโอซีบีซี สกายเวย์ ที่สูง 128 เมตรทำให้คุณสามารถชมวิวของเมืองและสวนทั้งหมด

ทัศนียภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ในสิงคโปร์ หากต้องการจะปีนขึ้นสูงกว่านี้ ให้ไปต่อที่สะพานเซาท์เทิร์น ริดจ์ส และเดินทางต่อไปยัง เมาท์เฟเบอร์ และ สะพานเฮนเดอสัน เวฟ ที่เชื่อมต่อกันและมีความสูง 36 เมตร เพื่อถ่ายรูปวิวสวยๆ ของสิงคโปร์ทางตอนใต้ลงใน Instagram หรือคุณอาจจะเลือกนั่งรถกระเช้าขึ้นไปยัง Mount Faber (เมาท์เฟเบอร์) ได้จากห้างสรรพสินค้า ฮาร์เบอร์ฟรอนท์ เซ็นเตอร์ฮาร์เบอร์ฟรอนท์ และเริ่มต้นการเดินเที่ยวชมของคุณได้จากที่นั่น

แต่ถ้าต้องการเส้นทางการเดินที่ท้าทายยิ่งขึ้น ให้ลองไปที่ แมคริทชี่ (MacRitchie) ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้รักธรรมชาติและผู้ที่คลั่งไคล้การออกกำลังกาย คุณจะได้อยู่ท่ามกลางความเขียวขจีและมองเห็นวิวยอดไม้จากมุมสูงที่น่าตื่นตาตื่นใจเมื่อเดินข้ามทรีท็อป วอล์ค (TreeTop Walk) สะพานแขวนลอยฟ้าที่มีความยาว 250 เมตร

หากต้องการสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นว่าวและการไปปิกนิกพร้อมๆ กับชมเส้นขอบฟ้าของเมือง โปรดไปที่เขื่อนมาริน่า บาราจ สิ่งก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ (ซึ่งน่าสนใจตรงที่ใช้เป็นเขื่อนด้วย) เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัวและคู่รักที่ต้องการออกมาพักผ่อน และอดไม่ได้ที่จะต้องเก็บภาพอาทิตย์ตกดินแสนงดงามไว้เป็นที่ระลึก

ถึงตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าคุณจะไปชื่นชมความงามของเส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์ได้ที่ไหน ไม่ว่าจะทำอะไร อย่าลืมพกกล้องตัวโปรดของคุณไปด้วย



ข้อมูล : http://www.visitsingapore.com