Category Archiveการเดินทางในสิงคโปร์

ซอกแซกสิงคโปร์

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดจะมาแนะนำการเตรียมตัวเพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์ที่สาวๆ anitaphilipson.comหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าโหดหินและใครดวงไม่ดีก็โดนส่งกลับกันแบบดื้อๆ เลยทีเดียวค่ะ ยิ่งสาวๆ สวยๆ แบบแอดล่ะก็ ตม. จ้องตั้งแต่ตอนต่อแถวกันเลยทีเดียว (คนสวยทำอะไรก็ถูกจับตามอง อิอิ)

#ส่วนหลักๆจะเป็นเรื่องเอกสาร และ #สิ่งที่ควรมีก็คือ

1.#พาสปอร์ต ควรมีวันเหลือก่อนหมดอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ของใครใกล้หมดไปทำใหม่เลยค่ะ จะได้ไม่มีปัญหา กันไว้ดีกว่าแก้ (ใครมีเล่มเก่าที่เคยเดินทางเข้าออกหลายๆ ประเทศพกมาด้วยค่ะ เผื่อเขาขอดูจะได้การันตีได้ว่า เราเดินทางมาเยอะแล้ว ไม่มาลักไก่อยู่บ้านคุณหรอก ทำหน้ามั่นๆ ตอนตอบเขานะ 555)
.
2.#สำเนาใบจองตั๋วขากลับหรือตั๋วขาออก กรณีที่เราต่อเครื่องไปประเทศอื่นต่อ หลังจากที่เราเที่ยวที่สิงคโปร์เสร็จ อันนี้ห้ามขาด #ต้องมี ในทุกกรณีนะคะ ยกเว้นมีใบอนุญาตทำงานหรืออยู่อาศัยที่สิงคโปร์ค่ะ
.
3.#สำเนาหรือใบยืนยันการจองโรงแรมค่ะ เวลาเขาถามก็ต้องตอบให้ได้นะคะว่า ชื่อโรงแรมอะไร อยู่แถวไหน พักกี่วันประมาณนี้ ถ้าไม่มีการจองโรงแรมมาเจ้าหน้าที่จะห่วงว่าเราจะนอนที่ไหน เขาอาจจะเชิญเข้าห้องเย็นได้นะคะ ดังนั้นใบจองโรงแรมก็ควรปริ้นติดมือมาด้วย หากใครพักกับญาติ กับแฟน ก็ต้องมีที่อยู่ให้ครบถ้วนรวมถึงเบอร์ติดต่อนะคะ ตม. อาจจะโทรไปขอสอบถามว่าเรามาจริง ไม่ได้เอาที่อยู่คนอื่นมาใส่ลอยๆ ข้อนี้สำคัญอยู่ที่อย่าโกหกเด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้นประวัติไม่สวยและอาจจะถูกส่งกลับพร้อมรับโทษแบนไม่ให้เข้าประเทศอีก 5ปี 10ปี กันเลยทีเดียว
.
4.#ตารางการท่องเที่ยวอย่างย่อ เขียนเล่นๆ หรือจะพิมพ์จริงเป็นเหมือนตารางทัวร์ของบริษัทนำเที่ยวเลยก็ได้ ตอนแอดมา แอดปริ้นสีมาแบบโบรชัวร์นำเที่ยวเลยค่ะ เอาเวอร์ไว้ก่อน 5555 อันนี้เอาไว้เผื่อเขาถามว่าไปไหนยังไงบ้าง จะได้บอกเขาถูกว่าเฮ้ย มาเที่ยวจริงๆ และทำการบ้านมานะคะ ไม่ได้มาเบลอจับต้นชนปลายไม่ถูก หรือแอบหนีมาหางานทำแล้วไม่กลับประเทศ
.
ส่วนหลักๆ หมดไปแล้วทีนี้มาส่วนรองกันบ้าง
เรื่องที่จะบอกก็คือสาวๆ นะคะ หนุ่มๆ ไม่ค่อยมีปัญหานี้ แต่สาวๆ ห้ามแต่งตัววับๆ แวมๆ เกินงามในวันที่เดินทางมาค่ะ เพราะจะเป็นเป้าเด่นสง่าแก่ท่าน ตม. และจะโดนรุมจีบ เอ้ยยยย ไม่ใช่ละ
.
ความจริงคือจะโดนเพ่งเล็งว่าตกลงจะมาเที่ยวหรือจะมาเชียเบียร์ในผับบาร์ ตม.บางคนเซนส์เรื่องแฟชั่นอาจจะไม่สูงมากเพราะท่านจบตำรวจไม่ได้จบวิชาการออกแบบและแฟชั่นมาเนาะ ดังนั้นแต่งสุภาพๆ ให้ดูเหนียมๆ เข้าไว้ ผ่านด่านเข้าไปได้แล้วค่อยจัดเต็มค่ะ จะสั้นเสมอหูเลยก็ยังได้ค่ะ
.
เอาหละยาวหน่อยนะคะโพสต์นี้ แต่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน หากจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางกับทุกคนก็อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ แบ่งปันกันไปนะคะ
.
รักนะคะ และอยากให้ผ่าน ตม. ได้เข้ามาเที่ยวกันตามตั้งใจ ไม่ถูกส่งกลับกันทุกคนค่ะ จุ๊บ จุ๊บ ส่วนใครตั้งใจมาหลบ มาทำงานไม่ถูกกฏหมาย แอดแนะนำว่าอย่าทำเลยค่ะ ถ้าถูกจับขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ

เตรียมตัวไปสิงคโปร์

คนไทยสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องใช้ VISA และสามารถอยู่ในสิงคโปร์ได้สูงสุด 30 วัน ถ้าหากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องทำ VISA
ในการเข้าประเทศสิงคโปร์ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และหนังสือเดินทางจะเป็นต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน anitaphilipson.comหากมีอายุน้อยกว่านั้นทางสายการบินอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
โดยปกติแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าง่าย ตม.สิงคโปร์ ไม่ค่อยจะถามอะไรมาก แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้พกแผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองโรงแรม เงินสด-บัตรเครดิตที่เพียงพอกับจำนวนวันที่ไปเที่ยว เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. สิงคโปร์ขอเรียกดู

เตรียมตัวไปสิงคโปร์ เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสิงคโปร์

คนไทยสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องใช้ VISA และสามารถอยู่ในสิงคโปร์ได้สูงสุด 30 วัน ถ้าหากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องทำ VISA
ในการเข้าประเทศสิงคโปร์ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และหนังสือเดินทางจะเป็นต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน หากมีอายุน้อยกว่านั้นทางสายการบินอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
โดยปกติแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าง่าย ตม.สิงคโปร์ ไม่ค่อยจะถามอะไรมาก แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้พกแผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองโรงแรม เงินสด-บัตรเครดิตที่เพียงพอกับจำนวนวันที่ไปเที่ยว เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. สิงคโปร์ขอเรียกดู

ประเทศสิงคโปร์ใช้สกุลเงินดอลล่าร์สิงคโปร์ (SGD) ตัวย่อ : $ อัตราแลกเปลี่ยน 1 SGD เท่ากับ 25-26 บาท หน่วยย่อยของดอลล่าร์สิงคโปร์คือหน่วยเซนต์ (Cent) 100 Cent = 1 SGD
เงิน (เหรียญ) ที่ใช้กันบ่อย 5, 10, 20, 50 cents, $1
ธนบัตร ที่ใช้กันบ่อย $2, $5, $10, $50, $100 & $1000

วิธีการเดินทางทั้งหมดของสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก มีเครือข่ายรถไฟแบบต่างๆกระจายครอบคลุมเขตตัวเมือง และมีเครือข่ายรถบัสครอบคลุมในส่วนที่เหลือ โดยมีบัตรชำระเงินแบบเติมเงินที่ใช้ร่วมกันได้หมดทุกระบบ รวมทั้งบางซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย เรียกว่า บัตร EZ-Link Card ซึ่งสามารถหาซื้อได้หลายแห่งเช่นที่สนามบิน นอกจากนี้ก็จะมีรถแท๊กซี่ระบบมิเตอร์ที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง เหมือนๆกับบ้านเรา เพียงแต่จะมีเงื่อนไขการเพิ่มค่าโดยสารที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร ทั้งหลายทั้งปวงทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ค่อนข้างจะง่ายแม้แต่กับนักท่องเที่ยวมือใหม่ก็ตาม เราไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าว่า การเดินทางแต่ละแบบของประเทศสิงคโปร์เป็นยังไงกันบ้าง

สำหรับข้อมูลวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

สำหรับข้อมูลบัตรเดินทางประเภทต่างๆ เช่น EZ-Link, City Pass ของสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

1. การเดินทางด้วยรถไฟ จะเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นที่นิยมที่สุด เพราะเข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็ว และราคาประหยัด เครือข่ายรถไฟหลักของสิงคโปร์ เรียกว่าระบบ MRT(Mass Rapid Transit) เหมือนกับบ้านเรา ที่ส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่ใต้ดินยกเว้นสถานีห่างไกลก็จะขึ้นมาบนดิน โดย ณ ปัจจุบันปี 2016 มีอยู่ทั้งหมด 6 สายกับประมาณ 121 สถานี ซึ่งสิงคโปร์ก็ยังมีแผนในการก่อสร้างเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ วิธีการใช้งานรถไฟใต้ดินสิงคโปร์ก็เหมือนที่เมืองไทยแทบจะทุกประการ โดยสามารถกดซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติทีละรอบก็ได้ หรือจะซื้อบัตรเติมเงิน EZ-Link เอาแทนก็จะสะดวกมากกว่า ซึ่งใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะหลักๆของสิงคโปรได้หมด ทั้งรถไฟ รถราง และรถบัส

ราคาเริ่มต้นของค่าโดยสารรถไฟ MRT ประมาณ 0.78 เหรียญ SGD ถึง 2.6 เหรียญ SGD รถไฟเริ่มวิ่งเที่ยวแรกประมาณ 5:30 และเที่ยวสุดท้ายตอนเที่ยงคืน

ใครอยากรู้ว่าไปสถานีไหนราคาเท่าไหร่บ้าง เพื่อจะคำนวนว่าจะใช้บัตรแบบไหน แนะนำให้เข้าไปลองกันที่เว็บนี้เลย ถ้าเรารู้แล้วว่าเราจะไปที่ไหนบ้าง เราก็จะคำนวนออกมาได้หมดว่าจะใช้ค่าโดยสารเท่าไหร่

FREE DOWNLOAD: แผนที่รถไฟใต้ดินสิงคโปร์ Singapore MRT Map

 

เที่ยวสิงคโปร์ชวนแวะพักผ่อนที่สวนสาธารณะ Fort Canning Park

Fort Canning Park เป็นสวนสาธารณะที่อยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากตัวเมืองสามารถเดินทางโดยใช้บริการ MRT มาลงที่สถานี Dhoby Ghaut MRT Station จากนั้นเดินต่ออีกสักพักคุณก็จะมาถึงสวนสวยที่ร่มรื่นไปด้วย

ต้นไม้น้อยใหญ่ สวนแห่งนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของสิงคโปร์หลายเหตุการณ์ที่ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14เพราะเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณนี้จึงมีการสร้างป้อมปราการ และบังเกอร์ป้องกันแคนนิ่ง หรือ Battle Box รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นป้อมปราการรบในสมัยสงครามโลก ซึ่งจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมากภายในสวนมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมเป็นสีเขียวครึ้มร่มรื่นไปทั้งสวน ที่นี่ยังมีมุมสวยๆ อยู่หลายมุม โดยเฉพาะบริเวณอุโมงค์ทางเดินที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างถนน Penang กับ Fort canning park ลักษณะของอุโมงค์จะเป็นบันไดวนขึ้นด้านบนที่เหมือนปากปล่องลักษณะเป็นวงกลม จากด้านล่างเมื่อเราแหงนขึ้นมองจะเจอกับเถาต้นไม้สีเขียวที่ปลูกปกคลุมไว้โดยรอบสีสันตัดกลับต้นไม้ใหญ่ที่มีใบเป็นสีทองเหลืองอร่าม และท้องฟ้าสีครามในวันฟ้าใส จุดนี้จึงเป็นสถานที่ที่สวยงามและแสนจะโรแมนติกจึงมีคู่รักหลายคู่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งนอกจากนี้ภายในสวนยังมีนกนานาชนิดอาศัยอยู่ ใครที่ชอบธรรมชาติเดินชมนกชมไม้มาที่สวนแห่งคุณจะเพลิดเพลินจนลืมเวลากันเลยค่ะ มาเที่ยวสิงคโปร์ถ้ามีโอกาสหรือพอมีเวลาว่างสักเล็กน้อยลองปลีกตัวออกมาเดินเล่นกันนะคะ คุณจะพบความสงบที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง และยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์กันอีกด้วยค่ะ

ข้อมูลการเดินทางในสิงคโปร์ฉบับนักเรียนนอก

สิงคโปร์เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับการศึกษาต่อ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีความเจริญพร้อมในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องขนส่งมวลชนเพื่อการเดินทางภายในประเทศที่ทันสมัยและครอบคลุมสถานที่สำคัญทุกแห่ง เหมาะอย่างยิ่งแก่การใช้ชีวิตสำหรับนักศึกษาต่างชาติ anitaphilipson.comหากใครกำลังวางแผนท่องเที่ยวหรือเรียนต่อ มาดูกันค่ะว่าระบบขนส่งมวลชนที่น่าสนใจของสิงคโปร์มีอะไรบ้าง

รถไฟฟ้า MRT
รถไฟฟ้าของสิงคโปร์จะวิ่งทั้งบนดินและใต้ดิน ราคาอยู่ที่ประมาณ 0.78 – 2.28 เหรียญสิงคโปร์ ต่อเที่ยว เส้นทางหลักแบ่งออกเป็น 5 สาย ได้แก่

สีเขียว East West (EW) วิ่งจากสนามบินชางกี (Changi Airport) ไปถึงจูกูน (Joo Koon)
สีแดง North South (NS) วิ่งจากจูร่งอีสต์ (Jurong East) ไปถึงมารีนาเซาท์เพียร์ (Marina South Pier)
สีเหลือง Circle (CC) วิ่งจากดอบี้โกลท์ (Dhoby Ghaut) ไปถึงฮาเบอร์ฟร้อนท์ (HabourFront)
สีม่วง North East (NE) วิ่งจากพังกอล (Punggol) ไปถึงฮาเบอร์ฟร้อนท์ (HabourFront)
สีน้ำเงิน Down Town (DW) วิ่งจากบูกิต พันจัง (Bukit Panjang) ไปถึงไชน่าทาวน์ (Chinatown)
เวลาเปิด-ปิดทำการของแต่ละสายจะแตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นวันจันทร์-วันเสาร์ รถไฟฟ้าเที่ยวแรกจะเริ่มวิ่งประมาณตีห้าครึ่ง และเที่ยวสุดท้ายประมาณห้าทุ่ม – เที่ยงคืนครึ่ง ขึ้นอยู่กับสายรถไฟฟ้า ส่วนวันอาทิตย์รถไฟเที่ยวแรกจะเริ่มวิ่งราวๆ หกโมงเช้า ดูข้อมูลเวลาทำการอย่างละเอียดได้ที่หัวข้อ Fist & Last Train

รถไฟฟ้าขนาดเล็ก LRT
รถไฟฟ้าขบวนสั้นๆ ที่เรียกว่า LRT (Light Rail Transit) วิ่งเชื่อมต่อตัวเมืองกับย่านชุมชนและเขตที่พักอาศัย มีทั้งหมด 3 สาย ได้แก่

Bukit Panjang LRT
Sengkang LRT
Punggol LRT
นักท่องเที่ยวจะไม่ค่อยได้ใช้บริการรถไฟฟ้าประเภทนี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากไม่ได้วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

รถโดยสารประจำทาง หรือ รถบัส (Bus)
ในสิงคโปร์มีบริษัทที่ให้บริการรถบัสอยู่หลักๆ สองบริษัทคือ SBS และ SMRT ส่วนใหญ่จะให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30 – 24.00 น. ค่าโดยสารอยู่ที่ 0.9-2.1 เหรียญสิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับระยะทางและประเภทของรถว่าเป็นรถธรรมดาหรือรถปรับอากาศ หากไม่รู้ราคาสามารถสอบถามจากคนขับหรือดูจากตารางที่ติดไว้บริเวณป้ายรถบัสก็ได้ การเดินทางด้วยรถบัสค่อนข้างประหยัดกว่ารถไฟฟ้า จึงเหมาะมากสำหรับนักศึกษางบน้อยที่อยากเหลือเงินไว้กิน-ช้อป

การจ่ายเงินค่ารถบัส สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด บัตร Ez-Link, NETS และ Tourist Pass แต่ถ้าจ่ายเป็นเงินสดต้องเตรียมเงินไว้ให้พอดี เพราะคนขับรถจะไม่ทอนเงิน เมื่อต้องการลงจากรถ จะมีปุ่มสีแดงให้กดแจ้งคนขับคล้ายๆ กับรถเมล์ในเมืองไทย แต่สำหรับคนที่ใช้บัตร Ez-Link หรือ NETS ต้องนำบัตรไปสแกนที่เครื่องก่อนลงจากรถอีกรอบหนึ่ง

คำแนะนำในการใช้บริการรถบัส

สำหรับคนที่มาเรียนต่อสิงคโปร์ แนะนำว่าให้ใช้บัตร Ez-Link ในการจ่ายค่ารถบัสจะดีกว่า เนื่องจากเราขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องมาคอยนับเหรียญให้เสียเวลา
รถบัสในสิงคโปร์ไม่ได้จอดทุกป้าย ถ้าไม่มีคนลงหรือไม่มีคนรอขึ้นคนขับจะไม่จอด หากต้องการขึ้นรถบัสอย่าลืมโบกเรียกก่อนรถมาถึงป้าย
ควรโหลดแอพพลิเคชั่น MyTransport หรือ SG NEXTBUS มาใช้ เพราะรถบัสบางสายไม่ได้ให้บริการทุกวัน ใครไม่ศึกษาข้อมูลมาก่อนอาจต้องไปยืนรอเก้อ นอกจากนี้ในช่วงแรกที่ยังไม่ชำนาญเส้นทาง เรายังสามารถใช้แอพฯ ช่วยในการวางแผนการเดินทางได้อีกด้วย

แท็กซี่
ราคาแพงไม่เหมาะกับนักศึกษาเท่าไหร่ แต่ก็ขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ไว้เป็นข้อมูลนะคะ ราคาค่าแท็กซี่ในสิงคโปร์นอกจากจะแตกต่างกันตามระยะทางแล้ว ความเก่า-ใหม่ของรถก็ยังมีผลต่อราคาด้วย โดยรถที่เก่าหน่อยค่าโดยสารจะถูกลงมาเล็กน้อย และยังเป็นแท็กซี่แบบสแตนดาร์ดกับพรีเมี่ยมด้วยค่ะ

แท็กซี่สแตนดาร์ด ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3.20 – 3.90 เหรียญสิงคโปร์ 1-10 กิโลเมตรแรก ราคาเพิ่มขึ้น 22 เซ็นต์ ทุกๆ 400 เมตร และหลังจาก 10 กิโลเมตรแรกผ่านไป ราคาจะเพิ่มขึ้น 22 เซ็นต์ ทุกๆ 350 เมตร
แท็กซี่พรีเมี่ยม ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3.90 – 5 เหรียญสิงคโปร์ 1-10 กิโลเมตรแรก ราคาเพิ่มขึ้น 33 เซ็นต์ ทุกๆ 400 เมตร และหลังจาก 10 กิโลเมตรแรกผ่านไป ราคาจะเพิ่มขึ้น 33 เซ็นต์ ทุกๆ 350 เมตร

นอกจากนี้ก็ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่ดูดเงินในกระเป๋าเพิ่มอีกคือ

เดินทางช่วงเวลา 24.00 – 06.00 น. ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 50%
เดินทางวันจันทร์-วันศุกร์ ช่วงเวลา 06.00 – 09.30 น. ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 25% ยกเว้นวันหยุดราชการ
เดินทางวันใดก็ตามในช่วงเวลา 18.00 – 24.00 ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 25%
แถมยังมี Location surcharges เมื่อเรียกแท็กซี่ตามจุดสำคัญๆ ด้วยค่ะ เช่น สนามบินชางกี ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 17.00-24.00 น. จ่ายเพิ่ม 5 เหรียญสิงคโปร์ วันและเวลานอกเหนือจากนี้จ่ายเพิ่ม 3 เหรียญสิงคโปร์

 

การเดินทางในสิงคโปร์ – บัตร EZ-Link

การเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่เรามีแผนที่แหล่งท่องเที่ยว และ แผนที่การเดินรถ เช่น รถไฟฟ้า sMRT หรือ รถบัสอยู่ในมือ

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย รวดเร็ว และ สะดวกเป็นอย่างมาก การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เช่นหากคุณลงเครื่องที่สนามบินชางฮี และ ต้องการเดินทางไปเที่ยวที่สวนนกจูร่งในทันที คุณสามารถนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีรถไฟฟ้า sMRT ที่อาคาร Terminal 2 และ ไปลงที่สถานี Boon lay และ นั่งรถบัสอีก 1 ต่อก็สามารถไปเที่ยวที่สวนนกจูร่งได้ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมงอย่างแน่นอน

ระบบขนส่งมวลชนที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรานิยมใช้บริการมี 3 ประเภทหลักๆ คือ sMRT, รถบัส และ รถแท็กซี่

sMRT (Singapore Mass Rapid Transit) เป็นบริการรถไฟฟ้าที่ทำหน้าที่วิ่งได้ทั้งสองแบบ คือมันวิ่งทั้งบนฟ้าและไต้ดินแบบไม่มีเกี่ยงเลยทีเดียว วิธีการเดินทางด้วยวิธีนี้เป็นการเดินทางที่ถือว่าสะดวก และ รวดเร็ว และ ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์ เพราะว่าดูแล้วมีความยุ่งยากน้อยที่สุด

ปัจจุบันรถไฟฟ้า sMRT มีวิ่งให้บริการอยู่ 4 สายด้วยกัน ซึ่ง 4 สายนี้จะวิ่งเชื่อมกันไปเชื่อมกันมา ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องศึกษาเส้นทางให้ดีว่า จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ไหน และ เราจะนั่งจากสถานีต้นทางไปลงที่สถานีไหน เพื่อต่อรถไฟฟ้าสีไหนไปยังจุดหมายปลายทางของเรา

รถไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการอยู่มีทั้งหมด 4 สี ดังนี้

สายสีเขียว (East-West Line : EW) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการจากสถานี Changi Airport และ วิ่งผ่านสถานีหลักๆ เช่น Gelang – Bugis – City Hall – Outram Park – Boonlay และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Joo Koon ซึ่งรวมทั้ง 31 สถานี

สายสีแดง (North-Sounth Line : NS) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการตั้งแต่สถานี Jurong East และ วิ่งให้บริการขึ้นไปทางเหนือ อ้อมลงมาผ่าน สถานี Orchard ผ่าน City Hall และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Marina Bay

สายสีม่วง (North-East Line : NE) รถไฟฟ้าสายนี้ให้บริการตั้งแต่สถานี Punggol ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะสิงคโปร์และวิ่งเป็นเส้นตรงลงมาผ่านสถานี Little India ChinaTown และ ไปสิ้นสุดที่สถานี Harbour Front ซึ่งหากนักท่องเที่ยวต้องการจะไปเที่ยวที่เกาะเซ็นโตซ่า ก็สามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่สถานี Harbour Front ไปต่อได้เลย

สายสีส้ม (Circle Line) เป็นรถไฟฟ้าที่เพิ่งสร้างเสร็จล่าสุดเมื่อปี 2010 นี้เอง รถไฟฟ้าสายนี้จะวิ่งเชื่อมรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ใกล้และสะดวกยิ่งขึ้น อาทิ Suntec City แหล่งช็อปปิ้งและ น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง และ สถานีอื่นๆ ในบริเวณใจกลางเมืองสิงคโปร์

 

รถไฟฟ้า 1 ขบวนจะมีทั้งหมด 6 ตู้โดยสาร และ วิ่งด้วยความเร็ว 45 กิโลเมตร / ชั่วโมง รถไฟฟ้า sMRT แต่ละสายจะมีสถานีเชื่อมต่อที่เรียกว่า Interchange Station สามารถต่อสายรถ sMRT โดยการซื้อตั๋วเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

sMRT จะวิ่งให้บริการตั้งแต่เวลา 05.31 น. ถึง 23.18 น. และ คิดค่าโดยสารเริ่มตั้งแต่ 0.80 SGD สูงสุดไม่เกิน 2.80 SGD นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว (Standard Ticket) ได้ที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ โดยจะรวมค่าประกันบัตรโดยสารจำนวน 1 SGD ซึ่งเราสามารถนำไปแลกคืนได้ที่ตู้ขายตั๋วเช่นกัน หลังจากที่เราเดินออกจากสถานีปลายทาง โดยให้กด Refund หลังจากนั้นให้สอดบัตรเข้าไป และ เครื่องจะคืนเงินให้เรา 1 SGD ทั้งนี้ทั้งนั้นการแลกเงินคืนจะมีกำหนดให้แลกคืนได้ภายใน 1 เดือนเท่านั้น หากเกินจาก 1 เดือนไปแล้ว จะไม่สามารถแลกคืนได้

วิธีการซื้อตั๋วแบบ Standard Ticket ก็ง่ายมากครับ ถ้าใครใช้รถไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ อยู่เป็นประจำก็จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เราจิ้มไปที่สถานีที่เราต้องการเดินทางไป เครื่องก็จะคำนวนราคาให้เราโดยอัตโนมัติ ให้เราใส่ธนบัตร หรือ ยอดเหรียญก็ได้ ถ้าเราใส่เงินเกิน เครื่องก็จะคืนเงินให้เราโดยอัตโนมัติ พร้อมกับมีบัตรไหลออกมาจากเครื่องให้เรา

บัตร EZ-Link

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ตั้องใช้เวลา อย่างน้อยๆ 2 วัน ขึ้นไป และการเดินทางท่องเที่ยวของเราคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ 1 หรือ 2 สถานี แน่ๆ ดังนั้นการซื้อตั๋วแบบ Standard ทุกสถานี คงไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำเป็นเพราะว่าค่อนข้างไม่สะดวกเป็นอย่างมาก

วิธีที่ผมจะแนะนำคือการซื้อบัตร EZ-Link ซึ่งเป็นบัตรที่เราสามารถนำไปใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า sMRT และ รถบัส ไม่ต้องเสียเวลาไปยืนกดซื้อบัตรที่ตู้ทุกสถานี หรือ เวลาขึ้นรถบัสก็เพียงแค่ใช้บัตรแตะกับเครื่องชำระเงินเท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่ต้องหาเหรียญหยอดให้วุ่นวาย

ราคาบัตร EZ-Link 12 SGD แต่เราไม่สามารถใช้ได้ทั้ง 12 SGD เพราะว่าในเงินจำนวน 12 SGD จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

เงินกินเปล่า 5 SGD ซึ่งเงินจำนวนนี้ถือว่าซื้อความสะดวกไปละกันครับ เราไม่ได้คืน

ค่าโดยสาร 7 SGD เงินจำนวนนี้คือจำนวนเงินที่เราสามารถใช้เป็นค่าโดยสารได้จริง

แต่ข้อดีของการใช้บัตร EZ-Link คือ ค่าโดยสารที่ถูกคำนวนออกมาต่อสถานีจะถูกกว่าการซื้อบัตรแบบ Standard Ticket ดังนั้นถ้าเราใช้บริการหลายๆ ครั้ง จะทำให้เราประหยัดกว่าซื้อตั๋วแบบ Standard Ticket อย่างแน่นอน

ซื้อบัตร EZ-Link ได้ที่ไหน? เราสามารถซื้อบัตร EZ-Link ได้ตั้งแต่ที่สนามบิน Changi Airport ที่ Terminal 2 ตรงบริเวณสถานีรถไฟฟ้า หรือ ซื้อตาม เคาน์เตอร์ Passenger Service ตามสถานี MRT ทั่วๆ ไป และ ถ้าเราใช้เงินจนหมดบัตร เราก็สามารถเติมได้จากตู้ ซึ่งการเติมจะเติมได้ขั้นต่ำครั้งละ 10 SGD แต่ไม่เกิน 500SGD ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราใช้ไม่หมด เราก็จะได้เงินที่เหลือในบัตรคืนพร้อมกับค่าประกันบัตร ตอนที่เรานำบัตรไปคืนครับ

ที่เที่ยวสิงคโปร์ 2017

เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage) ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำของร่องน้ำมารีน่า (Marina Channel) เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สร้างสรรค์ความรู้และทำกิจกรรมที่สนุกสนานของชาวสิงคโปร์ กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ในสิงคโปร์ค่อนข้างมาก เพราะบริเวณริมเขื่อนมีการจัดทำพื้นที่ไว้รองรับการทำกิจกรรมต่างๆ

  อีกทั้งยังออกแบบในรูปแบบที่ทันสมัย ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง อย่างในเขื่อนที่มีน้ำเต็มตลอดปี ก็สามารถที่จะเล่นกีฬาทางน้ำได้อย่างดี หรืออย่างสวนสีเขียวบนดาดฟ้าริมเขื่อนก็กลายเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย นั่งปิกนิกชมวิวอ่าวมารีน่าได้แบบสวยสุดๆ

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

ยังเหมาะแก่การเล่นว่าวอีกด้วย นอกจากนี้อย่าลืมเดินไปเที่ยวชมบริเวณริมอ่าวมารีน่าด้านนอก ซึ่งจะมีทางเดินและสวนสวยๆ ให้ได้เดินเล่นพักผ่อนในบรรยากาศสุดชิล

นั่งรถไฟจากหาดใหญ่ ไปสิงคโปร์ ได้แล้ว

ตอนนี้การไปเที่ยวสิงคโปร์ คงไม่ต้องพึ่งเครื่องบินเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะตอนนี้ การรถไฟมาเลเซีย ได้ขยายเส้นทางรถไฟจากหาดใหญ่ ไปยัง ยะโฮร์ บารูห์ ซึ่งอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นเพียง 600 บาทเท่านั้น เริ่มเปิดใช้เส้นทาง 1 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา งานนี้คงถูกใจขาเที่ยวแบ็คแพ็คกันแน่นอน!

ขาลุยพร้อม! 1 กันยายนนี้ นั่งรถไฟจากหาดใหญ่ ไปสิงคโปร์ ได้แล้ว

                      นั่งรถไฟจากหาดใหญ่ ไปสิงคโปร์ ได้แล้ว

การรถไฟมาเลเซีย (KTMB)  ได้ขยายขบวนรถด่วนลังกาวี (เดินระหว่างประเทศ) จะเปลี่ยนแปลงการเดินรถ จากเดิมให้บริการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมาเลเซีย – ประเทศไทย ในเส้นทาง

หาดใหญ่ – KL Sentral (กัวลาลัมเปอร์ เซ็นทรัล) – หาดใหญ่ เป็น หาดใหญ่ – JB Sentral ( ยะโฮร์ บารูห์ เซ็นทรัล) – หาดใหญ่

เพื่อเชื่อมต่อการเดินรถผ่านแดนกับเมืองใหญ่ทั้ง 3 ในภูมิภาค ได้แก่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา / กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย และยะโฮร์บารูห์ ชายแดนระหว่างมาเลเซีย – สิงคโปร์ ซึ่งผู้เดินทางสามารถมีตัวเลือกเดินทางด้วยรถไฟจากไทย – มาเลเซีย – สิงคโปร์ ได้สะดวกขึ้น

ขาลุยพร้อม! 1 กันยายนนี้ นั่งรถไฟจากหาดใหญ่ ไปสิงคโปร์ ได้แล้ว

โดยกำหนดเวลาใหม่ คือ

‪#‎เที่ยวไป‬ Train 21

หาดใหญ่ ออก 17.45 น. (เวลาท้องถิ่นประเทศไทย GMT+7)
ปาดังเบซาร์ ออก 22.15 น. (เวลาท้องถิ่นมาเลเซีย GMT+8)
Ipoh ออก 04.07 น.
KL Sentral ถึง 08.20 น.
JB Sentral ถึง 16.20 น.

#‎เที่ยวกลับ‬ Train 20

JB Sentral ออก 17.00 น. (เวลาท้องถิ่นมาเลเซีย GMT+8)
KL Sentral ออก 01.02 น.
Ipoh ออก 05.07 น.
ปาดังเบซาร์ ออก 11.50 น.
หาดใหญ่ ถึง 11.50 น. (เวลาท้องถิ่นประเทศไทย GMT+7)

ซึ่งขบวนรถเที่ยวนี้เปลี่ยนแผนการเดินรถ ‪โดยไม่เข้าไปรับส่งผู้โดยสารที่สถานีบัตเตอร์เวอร์ธ‬ ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางจากหาดใหญ่ – บัตเตอร์เวอร์ธ สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าด่วน ETS ที่สถานีปาดังเบซาร์ทดแทนได้ โดยจะมีขบวนรถในเวลาใกล้เคียงกันให้บริการทดแทน

ส่วนการเดินทางจาก JB Sentral ข้ามช่องแคบยะโฮร์ไปประเทศสิงคโปร์ จะมีบริการรถไฟ Shuttle ผ่านแดน และรถยนต์โดยสาร ซึ่งสามารถติดต่อที่สถานี JB Sentral ได้

อนึ่ง ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางจาก กรุงเทพ – มาเลเซีย – สิงคโปร์ สามารถนั่งรถไฟของ รฟท. จากกรุงเทพ ไปลงที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ เพื่อต่อขบวนรถด่วนลังกาวี ซึ่งสามารถเดินทางไปยังกัวลาลัมเปอร์ และ สิงคโปร์ ได้ด้วยขบวนนี้

รายละเอียดตรวจสอบได้จาก http://www.ktmb.com.my หรือ http://www.ktmintercity.com.my

ขอบคุณข้อมูล http://skynews.sayhibeauty.com/