Category Archiveกฎหมายที่ควรรู้

ต้องอ่าน!! กฎหมายที่ผู้เลี้ยงสุนัขต้องรู้

ประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับกฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมcasino-viva9988.net มีการกำหนดความผิดเอาไว้ชัดเจน เพื่อควบคุมบุคคลให้ประพฤติตนให้อยู่ภายในขอบเขตที่ถูกต้อง ไม่ให้ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่น ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่บางมาตรา ดังนี้

มาตรา 377 ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลําพัง ในประการที่อาจทําอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 381 ผู้ใดกระทําการทารุณต่อสัตว์หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จําเป็น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 382 ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วยเจ็บ ชราหรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 396 ผู้ใดทิ้งซากสัตว์ซึ่งอาจเน่าเหม็น ในหรือริมทางสาธารณะ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เป็นกฎหมายเอกชนว่าด้วยเรื่องสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ ระหว่างเอกชนต่อเอกชน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ซึ่งจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์และทรัพย์สิน รวมถึงข้อกฎหมายชี้แจงไว้ หากเกิดการละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายต่ออีกฝ่ายขึ้น ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่บางมาตรา ดังนี้

มาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่า เจ้าของสัตว์ หรือ บุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆอันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้น ย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆก็ได้

พระราชบัญญัติ ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

กฎหมายนี้เป็นฉบับหนึ่งที่คนรักสัตว์เฝ้ารอมานาน และเพิ่งออกมาบังคับใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งเนื้อหาครอบคลุมต่อสัตว์ทุกชนิด รวมถึงน้องหมาด้วย ซึ่งแต่เดิมเรามีเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381 และ 382 ที่พูดถึงการทารุณสัตว์ที่ไม่ใช่เหตุจำเป็นหรือไม่ควรเท่านั้น และก็จะมีโทษน้อยมาก คือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 1000 บาท ทำให้คนไม่กลัวและไม่เกิดความเป็นธรรมกับสัตว์ จึงมีการผลักดันกฎหมายฉบับบนี้ออกมา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

“การทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทําหรืองดเว้นการกระทําใด ๆ ที่ทําให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวดความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทําให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชรา หรือสัตว์ที่กําลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทํางานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทํางานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ

“การจัดสวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า การเลี้ยงหรือการดูแลให้สัตว์มีความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีที่อยู่ อาหาร และน้ําอย่างเพียงพอ

“เจ้าของสัตว์” หมายความว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์ และให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ดูแลด้วย

มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร

มาตรา 23 ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทําการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควรการกระทําตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้แก่ผู้ซึ่งประสงค์จะนําสัตว์ไปดูแลแทน

มาตรา 31 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

30 ข้อควรรู้ก่อน แบ็คแพ็คไปสิงคโปร์

1. สิงคโปร์ใช้ปลั๊กสามขาเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมจตุรัส  casino-viva9988.netไฟ 220 โวลต์ เพราะฉนั้นหา Adapter ไปด้วย

2. น้ำประปาที่นั้นเค้าว่าสะอาดมาก และสามารถดื่มได้

3. น้ำเปล่า กาแฟ โอวัลติน ฯลฯ กับของกินทั่วไป ราคาเท่าๆ กันและขายแพงมากกก

4. กฏบอกห้ามสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ปรับ 1,000 $ แต่จะเห็นเดินสูบกันข้างถนนเลย

5. ภาพลักษณ์เรื่องความสะอาดเค้ามาเป็นอันดับ 1 ใครทิ้งขยะปรับ 1,000 $ (แต่ยังเห็นบ้างนะ 55)

6. บทลงโทษสำหรับพวกที่เกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติด คือ ประหารชีวิตอย่างเดียวไม่มีข้อยกเว้น

7. โสเภณีที่สิงคโปร์ถือว่าถูกกฏหมาย แถมราคาถูก (เค้าว่ามีแถวเกลัง)

8. เมืองสิงคโปร์ปลอดภัยมาก เพราะกฏหมายแข็ง ส่วนใหญ่จึงต้องปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

9. คำพูดส่วนใหญ่ของคนสิงคโปร์ลงท้ายด้วยกันว่า “ล๊าะ (lah)” คนจากที่อื่นฟังแล้วอาจเข้าใจยาก

10. เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ อย่างเช่น เบียร์ มีราคาแพงมาก ถ้าอยากไปแฮงค์ที่นั้น จึงควรเตรียมเงินไปเยอะๆ และต้องไปดริงส์ย่าน clarke quay นะบรรยากาศดีมาก
11. ถึงสนามบินปั๊ปมี wi-fi ให้เล่นฟรี พอเข้าเมืองให้ซื้อ sim ของ Singtel แล้วกด *186 จะได้เล่นเนตฟรีๆ ที่ 1 MB

12. จะซื้อบัตรเครื่องเล่นอะไรก็ตาม ให้ไปที่ sea wheel อยู่ที่ people’ park ลงสถานี China town นะ

13. สำหรับ Backpacker แนะนำให้พักที่ China town ราคาถูกและเดินทางสะดวกมาก

14. อาหารที่ขึ้นชื่อไม่ใช่ลอดช่องสิงคโปร์ แต่เป็นข้าวมันไก่ (แถมราคาแพง และรสชาติไม่ได้ห่างชั้นแถวประตูน้ำบ้านเราเท่าไรเลย)

15. ถ้าไปย่าน orchard ก็คล้ายๆ กับสยามบ้านเรา จะช๊อปอะไรก็ตรงนี้เลย ห้างเยอะมากและสามารถทำเรื่องขอคืนภาษี (refund) ได้ด้วย

16. เมืองสิงคโปร์มีอากาศร้อนมากๆ บางวันร้อนกว่าภูเก็ต กระบี่ หรือเกาะต่างๆ ในไทยเสียอีก

17. คนในสิงคโปร์มีหลากหลายเชื้อชาติมากๆ ทั้งจีน มาเลย์ และแขกอินเดีย ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นเมืองสหประชาชาติเลยทีเดียว

18. ถ้าคิดว่าเล่นสวนสยามแล้วไม่สนุก นั้นอย่าไปเล่น adventure cove waterpark (เพราะความสนุกไม่ต่างกันเลย เตื่อนด้วยความหวังดี )

19. สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ มักอยู่ที่เดียวกันหมดแถวๆ marina bay sand แนะนำให้เริ่มเที่ยวหลังบ่ายสามโมงครึ่งนะ อากาศจะเย็นลง และสวยมากขึ้น

20. ถ้าไม่ได้ไป Universal Studiosถือว่าคุณยังไปไม่ถึงสิงคโปร์ (ขนาดบางคนเคยมาแล้ว ยังต้องกลับไปเที่ยวอีก)

21. ป๊อบคอนกาเล็ต พอกินเสร็จ คนมักจะพูดถึงป๊อบคอนเมเจอร์

22. หมากฝรั่ง และน้ำลาย ห้ามขากลงพื้นเด็ดขาด ถ้าเค้าเจอจะโดนจับพร้อมปรับอีก 1000 $

23. เป็นเมืองที่ไปแล้วงง ต้องถามตัวเองว่ามาทำไม? เพราะหาจุดประสงค์ไม่เจอ หรือไม่ได้สนุกอย่างที่ตนเองหวังไว้!?

24. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ในสนามบินราคาเท่ากับข้างนอก ไม่ชาร์จเหมือนสนามบินบ้านเรา (นับเป็นข้อที่ดีมาก)

25. เวลาขึ้นบันไดเลื่อน ที่นั่นเค้าจะยืนชิดขวาครับ ทิ้งช่องซ้ายไว้ให้กับคนที่รีบเร่งได้จ๊วงกัน : )

26. ขนมปันการ์ดิเนียรสกล้วย กับข้าวโพด อร่อยมากกก > <

27. ที่เซเว่นสิงคโปร์จะมีสเลอปี้รสแอปเปิ้ล และก็มันบดให้กดซื้อกันลองไปกินดู : )

28. สำหรับผู้หญิงที่ไปเยี่ยมชมย่านเกลัง อย่าแต่งตัวหรือแต่งหน้าจัด เพราะเค้าจะคิดว่าคุณเป็นหญิงขายบริการ

29. โสเภณีส่วนใหญ่ import มาจากบ้านเรานิ แหละถ้าเจอน้องพูดไทยได้ก็อย่าตกใจไป!

30. ยังไงก็แล้วแต่ควรขึ้นไปชมวิวที่ Marina Bay Sand ให้ได้เพราะวิวสวยมาก ข้อนี้คอนเฟิร์ม!!!

กฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องบุคคล ทรัพย์สิน นิติกรรม สัญญา ละเมิด ครอบครัว และมรดก ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย
กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิดและโทษ โดยกำหนดผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายอาญาจึงมีความสำคัญช่วยให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

กฎหมายเกี่ยวกับบุคคล
บุคคล หมายถึง สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
สภาพบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่แรกคลอดเป็นทารกและสิ้นสุดสภาพบุคคลเมื่อตายหรือสาบสูญตาม คำสั่งของศาล
การสาบสูญ คือ การหายจากภูมิลำเนาในภาวะปกติเกิน 7 ปี หรือหายจากภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น เรืออับปาง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3 ปี ถือว่าเป็นคนสาบสูญได้ ในกรณีที่ผู้สาบสูญกลับมา สามารถขอร้องต่อศาลให้ถอนคำสั่งสาบสูญได้

 

บุคคลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. บุคคลธรรมดา หมายถึง บุคคลที่มีความสามารถ สามารถทำนิติกรรมได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนประกอบของสภาพบุคคล
1. ชื่อตัว – ชื่อสกุล
2. สัญชาติ ได้มาโดยการเกิด การสมรส การแปลงชาติ
3. ภูมิลำเนา คือถิ่นที่อยู่ประจำและแน่นอนของบุคคล
4. สถานะ คือ ฐานะของบุคคลตามกฎหมายซึ่งทำให้เกิดสิทธิ เช่น โสด สมรส หย่า
2. นิติบุคคล หมายถึง หมู่คนหรือสิ่งที่กฎหมายรับรองสภาพอย่างบุคคลธรรมดา และมีสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบในนามของกิจการ
เช่น กระทรวง ทบวง กรม บริษัท สมาคม มูลนิธิ และวัด เป็นต้น

ทรัพย์และทรัพย์สิน
ทรัพย์ หมายถึง วัตถุ หรือสิ่งที่มีรูปร่าง
ทรัพย์สิน หมายถึง ทรัพย์และวัตถุที่ไม่มีรูปร่าง เช่น ลิขสิทธิ์ (ทรัพย์สินทางปัญญา)
ประเภทของทรัพย์สิน
1. อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
2. สังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้

นิติกรรม
นิติกรรม คือการแสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับสิทธิ์
หลักการทำนิติกรรม
1. มีการแสดงเจตนาของบุคคล โดยการพูด เขียน หรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
2. การกระทำนั้นต้องทำด้วยความสมัครใจ
3. มีเจตนาที่จะให้เกิดผลตามกฎหมาย

นิติกรรมที่เป็นโมฆะและโมฆียะ
1. นิติกรรมที่เป็น โมฆะ คือ นิติกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก ซึ่งไม่เกิดผลทางกฎหมาย
2. นิติกรรมที่เป็น โมฆียะ คือ นิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้าง เช่น
นิติกรรมที่ผู้เยาว์กระทำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม เมื่อมีการบอกล้างแล้ว โมฆียะกรรมจะกลายเป็นโมฆะ

สัญญาต่าง ๆ
ประเภทของสัญญา

สัญญาซื้อขายธรรมดา แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. คำมั่นว่าจะซื้อหรือจะขาย คือ มีการให้คำมั่นเสนอว่าจะซื้อหรือจะขาย
2. สัญญาจะซื้อจะขาย คือ สัญญาตกลงกันในสาระสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขาย
3. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ เป็นสัญญาที่ตกลงกันตามสาระสำคัญของสัญญากันเรียบร้อยแล้ว

สัญญาซื้อขายเฉพาะอย่าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. สัญญาซื้อขายเงินสด คือ สัญญาที่ผู้ซื้อตกลงชำระราคาสินค้าเป็นเงินสดทันที เมื่อมีการซื้อขายกัน
2. สัญญาซื้อขายผ่อนส่ง คือ สัญญาการซื้อขายที่มีการส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อแล้ว แต่ผู้ซื้อยังไม่ได้ชำระราคา อาจตกลงผ่อนชำระเป็นงวด ๆ
3. สัญญาขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่ผู้ขายฝากต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากผู้ซื้อ จึงนำทรัพย์สินมาโอนให้กับผู้ซื้อฝาก และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินกับคืนได้ภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ หากครบกำหนดไถ่คืนแล้ว ผู้ขายฝากไม่มาไถ่คืน ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด
4. การขายทอดตลาด คือ การซื้อขายที่ประกาศให้ประชาชนมาประมูลซื้อสู้ราคากันโดยเปิดเผย ประกอบด้วยบุคคล 4 ฝ่าย คือ
– ผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือผู้มีอำนาจขายทรัพย์สินได้
– ผู้ทอดตลาด
– ผู้สู้ราคา
– ผู้ซื้อ

สัญญาเช่าทรัพย์ เช่าซื้อ แบ่งออกเป็น
1. สัญญาเช่าทรัพย์
– ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นตัวหนังสือ
– ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
2. สัญญาเช่าซื้อ คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์นั้นให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินหรือจะให้ทรัพย์นั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ โดยมีเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว การทำสัญญาเช่าซื้อต้องทำหนังสือลงลายมือชื่อในสัญญาทั้งสองฝ่าย

สัญญากู้ยืมเงิน
เป็นสัญญาที่ผู้กู้และผู้ให้กู้ได้ตกลงกันในการยืมเงินและจะคืนเงินให้ตามเวลาที่กำหนดไว้โดยมีการเสียดอกเบี้ย
การกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานลงลายมือชื่อผู้กู้ไว้เป็นสำคัญ

กฎหมายเกี่ยวกับครอบครัว
การหมั้น คือ การทำสัญญาระหว่างชายหญิงว่าจะสมรสกัน จะทำได้เมื่อชายและหญิงอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ถ้าชายและหญิงเป็นผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
การสมรส การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์หากมีอายุต่ำกว่านี้ต้องศาลอนุญาต
ทรัพย์สินของสามีและภรรยา แบ่งเป็น
1. สินส่วนตัว คือ ทรัพย์สินที่สามีหรือภรรยามีก่อนสมรส
2. สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรส
การสิ้นสุดการสมรส
1. ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะ
2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม
3. การหย่า

– สิทธิและหน้าที่ของบิดาและมารดา บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตร
– สิทธิและหน้าที่ของบุตร บุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเป็นการตอบแทน

กฎหมายเรื่องมรดก
มรดก คือ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่าง ๆ ของผู้ตายหรือเจ้าของมรดก ซึ่งเมื่อเจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันทีที่ตาย
ทายาท คือ ผู้มีสิทธิได้รับมรดก 2 ประเภท
1. ทายาทโดยธรรม คู่สมรสและญาติสนิท
2. ทายาทตามพินัยกรรม ผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามพินัยกรรมระบุไว้

พินัยกรรม คือ เอกสารที่เจ้าของมรดกแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์

กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
1. กฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นการกำหนดสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ของบุคคล
-สิทธิ หมายถึง ประโยชน์ซึ่งกฎหมายรับรอง คุ้มครองให้กับบุคคล เช่น สิทธิทางการเมือง สิทธิในทรัพย์สิน
-เสรีภาพ หมายถึง การกระทำของบุคคลที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น เสรีภาพในร่างกาย เสรีภาพในการพูด การพิมพ์ การเขียน การนับถือศาสนา
-หน้าที่ คือ สิ่งที่บุคคลจะต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำ ในฐานะสมาชิกของรัฐ เช่น การเสียภาษีอากร การป้องกันประเทศ

2. กฎหมายเลือกตั้ง เป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อควบคุมการจัดและดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและยุติธรรม

3. กฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์
– เมื่อมีคนเกิดต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน
– เมื่อมีคนตายต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 24 ชม.
– เมื่อย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งภายใน 15 วัน

4. กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประชาชน
– บุคคลที่มีสัญชาติไทยอายุ ตั้งแต่ 7 ปี จนถึงอายุ 70 ปี และนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันนี้ (7 เมษายน) นั้น ล่าสุด ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ตามที่วุฒิสภาแก้ไขด้วยคะแนนเสียง 304 ต่อ 2
– การเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล ต้องขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วั น
– บัตรสูญหายต้องขอเปลี่ยนใหม่ ภายใน 60 วัน
บุคคลที่ไม่ต้องมีบัตรประชาชน ได้แก่ พระภิกษุ ข้าราชการ นักโทษ และบุคคลที่มีอายุเกิน 70ปี ขึ้นไป

5. กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร
– ชายไทยที่มีสัญชาติไทย อายุย่างเข้า 18 ปีบริบูรณ์ ให้ไปแสดงตัวเพื่อลงบัญชีพลทหารกองเกินภายในเขตภูมิลำเนาของตน
– เมื่ออายุย่างเข้า 21 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกและต้องทำการตรวจเลือกเพื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการตามกำหนดนัด
*บุคคลที่ไม่ต้องเป็นทหารประจำการ ได้แก่ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ คนพิการทุพพลภาพ บุคคลที่ขาดความสามารถบางประการที่ไม่อาจเป็นทหารได้

กฎหมายสำหรับคนพิการ

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540

มาตรา 55 ระบุว่า “ บุคคลซึ่งพิการ หรือทุพพลภาพมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็น

สาธารณะ และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ”มาตรา 80 ระบุว่า “ รัฐต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ anitaphilipson.com และผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ ”

2. พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534

มาตรา 15 ได้ระบุว่า “ คนพิการที่ได้ลงทะเบียนตามมาตรา 14 ให้ได้รับการสงเคราะห์ การพัฒนาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ดังต่อไปนี้

(1) บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีการทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

ค่าอุปกรณ์ เพื่อปรับสภาพทางร่างกาย ทางสติปัญญาหรือทางจิตใจ หรือเสริมสร้างสมรรถภาพให้

ดีขึ้นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(2) การศึกษาตามกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับหรือการศึกษาสายอาชีพ หรืออุดม

ศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติตามความเหมาะสม ซึ่งให้ได้รับโดยการจัดเป็นสถานศึกษาเฉพาะหรือจัดรวมในสถานศึกษาธรรมดาก็ได้ โดยให้ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม

(3) คำแนะนำชี้แจง และปรึกษาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ และการฝึกอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพของร่างกาย และสมรรถภาพที่มีอยู่เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้

(4) การยอมรับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับคนพิการ

(5) บริการจากรัฐ ในการเป็นคดีความและในการติดต่อกับทางราชกา

กฎกระทรวงฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2537 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพ

คนพิการ พ.ศ.2534

ข้อ 1 ให้คนพิการที่ลงทะเบียนตามมาตรา 14 ได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีทางการแพทย์ ดังต่อไปนี้

(1) การตรวจวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษด้วยวิธีอื่นๆ

(2) การให้คำแนะนำปรึกษา

(3) การให้ยา

(4) การศัลยกรรม

(5) การพยาบาลเวชกรรมฟื้นฟู

(6) กายภาพบำบัด

(7) กิจกรรมบำบัด ( อาชีวบำบัด )

(8) พฤติกรรมบำบัด

(9) จิตบำบัด

(10) สังคมสงเคราะห์ และสังคมบำบัด

(11) การแก้ไขการพูด ( อรรถบำบัด )

(12) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยิน และการสื่อความหมาย

(13) การให้อุปกรณ์ หรือเครื่องช่วยคนพิการ

ข้อ 2 ภายใต้บังคับข้อ 5 คนพิการซึ่งรับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีทางการแพทย์จากสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข หรือสถานพยาบาลของกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือรับวิสาหกิจที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และค่าอุปกรณ์ตามข้อ 1 ดังต่อไปนี้

(1) ค่าบริการทางการแพทย์ตามข้อ 1 และ

(2) ค่าห้อง และค่าอาหารไม่เกินอัตราที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดตลอดเวลาที่รับการรักษาพยาบาล

ข้อ 3 ในกรณีที่คนพิการซึ่งเข้ารับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีทางการแพทย์จากสถานพยาบาลตามข้อ 2 ต้องใช้อุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องช่วยคนพิการให้สถานพยาบาลดังกล่าวจัดหา อุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องช่วยคนพิการให้แก่คนพิการนั้น และในกรณีที่สถานพยาบาลไม่มีอุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องช่วยคนพิการดังกล่าว ให้สถานพยาบาลนั้นขอเบิกจากศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

3. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

มาตรา 10 ระบุว่า “ การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิ และโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิ และโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ

การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสอง ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รีบสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 60 ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษาในฐานะที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประทศไทย โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา ดังนี้………………………………

(3) จัดสรรงบประมาณ และทรัพยากรทางการศึกษาอื่นเป็นพิเศษให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นในการจัดการศึกษา สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการเป็นพิเศษแต่ละกลุ่มตามมาตรา 10วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ โดยคำนึงถึงความเสมอภาค ในโอกาสทางการศึกษา และความเป็นธรรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา พ.ศ. 2545

กฎกระทรวงนี้ ออกตามความในมาตรา 10 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สาระที่สำคัญคือการให้สิทธิประโยชน์แก่คนพิการ หรือผู้ปกครอง ดังนี้

1. ขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวก และสื่อทางการศึกษา ตามรายการใน บัญชี ก. โดยต้องทำสัญญายืม และสัญญาค้ำประกัน

2. ขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามบัญชี ข. และขอรับ “ บริการ ” ตาม บัญชี ค.

3. ขอรับเงินอุดหนุนเป็นคูปอง เพื่อนำไปรับ “ บริการ ”ตามบัญชี ค

4. ขอยืมเงิน เพื่อจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามบัญชี ก. และบัญชี ค. และส่งหลักฐานการจ่ายเงินให้หัวหน้าสถานศึกษา

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดสรรงบประมาณทางการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2545

กฎกระทรวงนี้ ออกตามความในมาตรา 10 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

สาระที่สำคัญคือ “ ให้จัดสรรงบประมาณแต่ละปีเป็นเงินอุดหนุนสำหรับคนพิการตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา พ.ศ. 2545 ในอัตราที่มากกว่าแต่ไม่เกินห้าเท่าของเงินอุดหนุนด้านสื่อ และวัสดุการศึกษาที่จัดสรรให้แก่นักเรียนทั่วไปต่อคนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 คนพิการได้รับเงินอุดหนุนตามกฎกระทรวงนี้คนละ 2,000 บาท

4. พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

มาตรา 5 บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัตินี้

คณะกรรมการอาจกำหนดให้ บุคคลที่เข้ารับการบริการสาธารณสุขต้องร่วมจ่ายค่าบริการในอัตราที่กำหนดให้แก่หน่วยบริการในแต่ละครั้งที่เข้ารับการบริการ เว้นแต่ผู้ยากไร้หรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่ต้องจ่ายค่าบริการ ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการใช้สิทธิเข้ารับบริการสาธารณสุขของทหารผ่านศึก และคนพิการ

ข้อ 2 ให้ทหารผ่านศึกหรือคนพิการใช้สิทธิเข้ารับบริการสาธารณสุขภายใต้ประเภท และขอบเขตบริการสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ณ หน่วยบริการประจำของตน เว้นแต่ในกรณีมีความจำเป็นอาจไปใช้สิทธิเข้ารับบริการสาธารณสุข ณ หน่วยบริการอื่นของรัฐก็ได้

กฎหมายที่ประชาชนควรรู้

ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ประชาชนทั่วไปจะต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นประชาชนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายอย่างที่ควรทราบ
เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิ ตลอดจนผลประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้รับ ขอแนะนำข้อกฎหมายที่ประชาชนควรทราบดังนี้
การทะเบียนราษฎร์
บัตรประจำตัวประชาชน
การรับราชการทหาร
การรักษาความสะอาด
การเรี่ยไร
หนังสือมอบอำนาจ
เอกเทศสัญญา
กฎหมายที่ดิน
อาวุธปืน

กฎหมายที่ประชาชนควรรู้
1. การทะเบียนราษฎร์
บุตรเกิด ถ้าเกิดในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าเกิดนอกบ้าน ให้มารดาแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด
ชื่อบุตร ให้เจ้าบ้าน บิดา หรือมารดาแล้วแต่กรณี แจ้งชื่อบุตรพร้อมกับการแจ้งเกิด ถ้าจะเปลี่ยนชื่อให้แจ้งภายใน 6 เดือนนับแต่วันแจ้งชื่อครั้งแรก
ย้ายบ้าน ให้ผู้ย้ายหรือผู้ที่เจ้าบ้านมอบอำนาจแจ้งออกจากบ้านเดิมภายใน 15 วัน และเมื่อไปอยู่บ้านใหม่ให้แจ้งภายใน 15 วันเช่นกัน
คนตาย ถ้าในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้ที่พบศพเป็นผู้แจ้ง ภายใน 24 ช.ม. นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ แจ้งที่ไหน กรณีบุตรเกิด ตั้งชื่อบุตร ย้ายบ้านหรือคนตาย ให้แจ้งดังนี้
ในเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักงานท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล casino-viva9988.net
นอกเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักทะเบียนตำบล (บ้านกำนัน) หรือสำนักทะเบียนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง (เช่น เขตกรมทหาร)
ความผิด
ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
ถ้าไม่แจ้งการตายภายในเวลามีความผิดตามกฎหมย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท

กฎหมายที่ประชาชนควรรู้
2. บัตรประจำตัวประชาชน
คนไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึง 70 ปี บริบูรณ์ ต้องไปขอทำบัตรที่อำเภอหรือที่ว่าการเขตภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่อายูครบ 15 ปีบริบูรณ์
บัตรประจำตัวประชาชนชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นคำร้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บัตรเดิมชำรุดหรือสูญหาย (ต้องไปแจ้งบัตรหายที่สถานีตำรวจ)
อายุของบัตร กำหนดใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตรต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันสิ้นอายุ ณ อำเภอท้องที่ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน
ความผิด
ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ในเมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจ มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
ผู้ไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำร้องขอมีบัตรโดยแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าตนมีสัญชาติไทย มีโทษปรับไม่เกิน 2.000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท

กฎหมายที่ประชาชนควรรู้
3. การรับราชการทหาร
กำหนดเวลาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ชายไทยอายุย่างเข้า 18 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในเดือนพฤศจิกายนของปีที่อายุย่างเข้า 18 ปี
สถานที่แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินคือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร

กฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องบุคคล ทรัพย์สิน นิติกรรม สัญญา ละเมิด ครอบครัว และมรดก ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย
กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิดและโทษ โดยกำหนดผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายอาญาจึงมีความสำคัญช่วยให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

กฎหมายเกี่ยวกับบุคคล
บุคคล หมายถึง สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
สภาพบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่แรกคลอดเป็นทารกและสิ้นสุดสภาพบุคคลเมื่อตายหรือสาบสูญตาม คำสั่งของศาล
การสาบสูญ คือ การหายจากภูมิลำเนาในภาวะปกติเกิน 7 ปี หรือหายจากภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น เรืออับปาง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3 ปี ถือว่าเป็นคนสาบสูญได้ ในกรณีที่ผู้สาบสูญกลับมา สามารถขอร้องต่อศาลให้ถอนคำสั่งสาบสูญได้

บุคคลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. บุคคลธรรมดา หมายถึง บุคคลที่มีความสามารถ สามารถทำนิติกรรมได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนประกอบของสภาพบุคคล
1. ชื่อตัว – ชื่อสกุล
2. สัญชาติ ได้มาโดยการเกิด การสมรส การแปลงชาติ
3. ภูมิลำเนา คือถิ่นที่อยู่ประจำและแน่นอนของบุคคล
4. สถานะ คือ ฐานะของบุคคลตามกฎหมายซึ่งทำให้เกิดสิทธิ เช่น โสด สมรส หย่า
2. นิติบุคคล หมายถึง หมู่คนหรือสิ่งที่กฎหมายรับรองสภาพอย่างบุคคลธรรมดา และมีสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบในนามของกิจการ
เช่น กระทรวง ทบวง กรม บริษัท สมาคม มูลนิธิ และวัด เป็นต้น

ทรัพย์และทรัพย์สิน
ทรัพย์ หมายถึง วัตถุ หรือสิ่งที่มีรูปร่าง
ทรัพย์สิน หมายถึง ทรัพย์และวัตถุที่ไม่มีรูปร่าง เช่น ลิขสิทธิ์ (ทรัพย์สินทางปัญญา)
ประเภทของทรัพย์สิน
1. อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
2. สังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้

นิติกรรม
นิติกรรม คือการแสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับสิทธิ์
หลักการทำนิติกรรม
1. มีการแสดงเจตนาของบุคคล โดยการพูด เขียน หรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
2. การกระทำนั้นต้องทำด้วยความสมัครใจ
3. มีเจตนาที่จะให้เกิดผลตามกฎหมาย

นิติกรรมที่เป็นโมฆะและโมฆียะ
1. นิติกรรมที่เป็น โมฆะ คือ นิติกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก ซึ่งไม่เกิดผลทางกฎหมาย
2. นิติกรรมที่เป็น โมฆียะ คือ นิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้าง เช่น
นิติกรรมที่ผู้เยาว์กระทำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม เมื่อมีการบอกล้างแล้ว โมฆียะกรรมจะกลายเป็นโมฆะ

สัญญาต่าง ๆ
ประเภทของสัญญา

สัญญาซื้อขายธรรมดา แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. คำมั่นว่าจะซื้อหรือจะขาย คือ มีการให้คำมั่นเสนอว่าจะซื้อหรือจะขาย
2. สัญญาจะซื้อจะขาย คือ สัญญาตกลงกันในสาระสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขาย
3. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ เป็นสัญญาที่ตกลงกันตามสาระสำคัญของสัญญากันเรียบร้อยแล้ว

สัญญาซื้อขายเฉพาะอย่าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. สัญญาซื้อขายเงินสด คือ สัญญาที่ผู้ซื้อตกลงชำระราคาสินค้าเป็นเงินสดทันที เมื่อมีการซื้อขายกัน
2. สัญญาซื้อขายผ่อนส่ง คือ สัญญาการซื้อขายที่มีการส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อแล้ว แต่ผู้ซื้อยังไม่ได้ชำระราคา อาจตกลงผ่อนชำระเป็นงวด ๆ
3. สัญญาขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่ผู้ขายฝากต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากผู้ซื้อ จึงนำทรัพย์สินมาโอนให้กับผู้ซื้อฝาก และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินกับคืนได้ภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ หากครบกำหนดไถ่คืนแล้ว ผู้ขายฝากไม่มาไถ่คืน ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด
4. การขายทอดตลาด คือ การซื้อขายที่ประกาศให้ประชาชนมาประมูลซื้อสู้ราคากันโดยเปิดเผย ประกอบด้วยบุคคล 4 ฝ่าย คือ
– ผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือผู้มีอำนาจขายทรัพย์สินได้
– ผู้ทอดตลาด
– ผู้สู้ราคา
– ผู้ซื้อ

สัญญาเช่าทรัพย์ เช่าซื้อ แบ่งออกเป็น
1. สัญญาเช่าทรัพย์
– ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นตัวหนังสือ
– ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
2. สัญญาเช่าซื้อ คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์นั้นให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินหรือจะให้ทรัพย์นั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ โดยมีเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว การทำสัญญาเช่าซื้อต้องทำหนังสือลงลายมือชื่อในสัญญาทั้งสองฝ่าย

สัญญากู้ยืมเงิน
เป็นสัญญาที่ผู้กู้และผู้ให้กู้ได้ตกลงกันในการยืมเงินและจะคืนเงินให้ตามเวลาที่กำหนดไว้โดยมีการเสียดอกเบี้ย
การกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานลงลายมือชื่อผู้กู้ไว้เป็นสำคัญ

กฎหมายเกี่ยวกับครอบครัว
การหมั้น คือ การทำสัญญาระหว่างชายหญิงว่าจะสมรสกัน จะทำได้เมื่อชายและหญิงอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ถ้าชายและหญิงเป็นผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
การสมรส การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์หากมีอายุต่ำกว่านี้ต้องศาลอนุญาต
ทรัพย์สินของสามีและภรรยา แบ่งเป็น
1. สินส่วนตัว คือ ทรัพย์สินที่สามีหรือภรรยามีก่อนสมรส
2. สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรส
การสิ้นสุดการสมรส
1. ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะ
2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม
3. การหย่า

– สิทธิและหน้าที่ของบิดาและมารดา บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตร
– สิทธิและหน้าที่ของบุตร บุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเป็นการตอบแทน

กฎหมายเรื่องมรดก
มรดก คือ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่าง ๆ ของผู้ตายหรือเจ้าของมรดก ซึ่งเมื่อเจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันทีที่ตาย
ทายาท คือ ผู้มีสิทธิได้รับมรดก 2 ประเภท
1. ทายาทโดยธรรม คู่สมรสและญาติสนิท
2. ทายาทตามพินัยกรรม ผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามพินัยกรรมระบุไว้

พินัยกรรม คือ เอกสารที่เจ้าของมรดกแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์

กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
1. กฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นการกำหนดสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ของบุคคล
-สิทธิ หมายถึง ประโยชน์ซึ่งกฎหมายรับรอง คุ้มครองให้กับบุคคล เช่น สิทธิทางการเมือง สิทธิในทรัพย์สิน
-เสรีภาพ หมายถึง การกระทำของบุคคลที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น เสรีภาพในร่างกาย เสรีภาพในการพูด การพิมพ์ การเขียน การนับถือศาสนา
-หน้าที่ คือ สิ่งที่บุคคลจะต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำ ในฐานะสมาชิกของรัฐ เช่น การเสียภาษีอากร การป้องกันประเทศ

2. กฎหมายเลือกตั้ง เป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อควบคุมการจัดและดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและยุติธรรม

3. กฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์
– เมื่อมีคนเกิดต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน
– เมื่อมีคนตายต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 24 ชม.
– เมื่อย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งภายใน 15 วัน

4. กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประชาชน
– บุคคลที่มีสัญชาติไทยอายุ ตั้งแต่ 7 ปี จนถึงอายุ 70 ปี และนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันนี้ (7 เมษายน) นั้น ล่าสุด ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ตามที่วุฒิสภาแก้ไขด้วยคะแนนเสียง 304 ต่อ 2
– การเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล ต้องขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วั น
– บัตรสูญหายต้องขอเปลี่ยนใหม่ ภายใน 60 วัน
บุคคลที่ไม่ต้องมีบัตรประชาชน ได้แก่ พระภิกษุ ข้าราชการ นักโทษ และบุคคลที่มีอายุเกิน 70ปี ขึ้นไป

5. กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร
– ชายไทยที่มีสัญชาติไทย อายุย่างเข้า 18 ปีบริบูรณ์ ให้ไปแสดงตัวเพื่อลงบัญชีพลทหารกองเกินภายในเขตภูมิลำเนาของตน
– เมื่ออายุย่างเข้า 21 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกและต้องทำการตรวจเลือกเพื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการตามกำหนดนัด
*บุคคลที่ไม่ต้องเป็นทหารประจำการ ได้แก่ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ คนพิการทุพพลภาพ บุคคลที่ขาดความสามารถบางประการที่ไม่อาจเป็นทหารได้

6. กฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของชุมชน และสิ่งแวดล้อม
– พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เช่น การสร้าง ดัดแปลง ต่อเติม รื้อถอน ต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
– พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2518

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์ สำหรับชาวไทยที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวชาวไทย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัยในระดับที่ดีมาก ประเทศหนึ่งในโลก โดยสิงคโปร์มีกฎหมายที่เข้มงวดและมีบทลงโทษสูงในการกระทำผิดต่างๆ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิต ที่ดีของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการค้ายาเสพติด การติดสินบนเจ้าพนักงาน/เจ้าหน้าที่ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยบทลงโทษสูงสุดของสิงคโปร์คือ การประหารชีวิต

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งคนไทยที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์และนักท่อง เที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางมายังสิงคโปร์ ควรจะต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด

การกระทำผิดที่มีโทษประหารชีวิต

– ค้ายาเสพติด เป็นความผิดที่มีโทษรุนแรง และสิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องนี้ การค้ายาเสพติดบางประเภทตามปริมาณขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด มีโทษคือ ประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต และการค้ายา เสพติดบางประเภท มีโทษรองลงมาคือ จำคุกระหว่าง 20 – 30 ปี และเฆี่ยนด้วยหวาย 15 ครั้ง
– ฆาตกรรม ผู้กระทำผิด มีโทษประหารชีวิต
การกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมือง/ลักลอบทำงาน
– เดินทางเข้าสิงคโปร์โดยผิดกฎหมาย โทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– พำนักในสิงคโปร์เกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกสูงถึง 6 เดือน หรือเสียค่าปรับ 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกส่งกลับประเทศ หากอยู่เกิน 90 วันจากเวลาที่กำหนด จะมีโทษเฆี่ยนอย่างน้อย 3 ครั้ง และจำคุกสูงสุด 6 เดือน
– ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน โทษจำคุก 12 เดือน หรือเสียค่าปรับ 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือถูกเฆี่ยนด้วยหวาย 3 ครั้ง และถูกส่งกลับประเทศ
– ให้ที่พักอาศัยแก่ผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือเสียค่าปรับสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ

การกระทำผิดเกี่ยวกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่

– ติดสินบนเจ้าหน้าที่ จำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกระทำผิดเกี่ยวกับการก่อจลาจลหรือชุมนุมประท้วง
– ชุมนุมหรือเดินขบวนผิดกฎหมาย จำคุกสูงสุด 2 ปี
– ก่อจลาจล ต้องโทษสูงสุดคือ จำคุก 5 ปี พร้อมเฆี่ยนด้วยหวาย หากใช้อาวุธ เพิ่มโทษเป็นจำคุกสูงสุด 7 ปี

การกระทำผิดทั่วไปในชีวิตประจำวัน

– ไม่ทิ้งขยะในถังขยะ ปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– ปัสสาวะในที่สาธารณะ ปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– ข้ามถนนในที่ห้ามข้าม จำคุกสูงสุด 3 เดือน หรือปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– เมาสุราในที่สาธารณะ จำคุกสูงสุด 1 เดือน หรือปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
– ทะเลาะวิวาท โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือเสียค่าปรับ สูงถึง 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ลักทรัพย์ (ลัก จี้ ชิง ปล้น หรือขโมยของในร้านค้า) จำคุก 3 – 7 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ซื้อหรือขายบุหรี่หนีภาษี ปรับสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ถ้าทำผิดซ้ำอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
– เล่นการพนันแบบผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุก 6 เดือนหรือเสียค่าปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

30 ข้อควรรู้ ก่อน Backpack ไปสิงคโปร์

1. สิงคโปร์ใช้ปลั๊กสามขาเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมจตุรัส ไฟ 220 โวลต์ เพราะฉนั้น หา Adapter ไปด้วย
2. น้ำประปาที่นั้นเค้าว่าสะอาดมาก และสามารถดื่มได้
3. น้ำเปล่า กาแฟ โอวัลติน ฯลฯ กับของกินทั่วไป ราคาเท่าๆ กัน และขายแพงมากกก
4. กฏบอกห้ามสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ปรับ 1,000 $ แต่จะเห็นเดินสูบกันข้างถนนเลย
5. ภาพลักษณ์เรื่องความสะอาด เค้ามาเป็นอันดับ 1 ใครทิ้งขยะปรับ 1,000 $ (แต่ยังเห็นบ้างนะ ๕๕)
6. บทลงโทษสำหรับพวกที่เกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติดคือ ประหารชีวิต อย่างเดียว ไม่มีข้อยกเว้น
7. โสเภณีที่สิงคโปร์ ถือว่าถูกกฏหมาย แถมราคาถูก (แถวเกลังอะ ๕๕)
8. เมืองแม่มปลอดภัยมาก เพราะกฏหมายแข็ง ส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด
9. พูดเชรี่ยไรส่วนใหญ่ลงท้ายด้วยกันว่า “ล๊าะ (lah)” แล้วสำเนียงเมิงนิฟังยากจ๊างงง…
10. เบียร์แพงโคตรรรรร ถ้าอยากไปเมาที่นั้น เตรียมเงินไปเยอะๆ และต้องไปย่าน clarke quay นะ บรรยากาศเด็ดโคตรรรรร > <

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
11. ถึงสนามบินปั๊ปมี wi-fi ให้เล่นฟรี พอเข้าเมืองให้ซื้อ sim ของ Singtel แล้วกด *186 จะได้เล่นเนตฟรีๆ ที่ 1 MB แหนะ
12. จะซื้อบัตรเครื่องเล่นอะไรก็ตาม ให้ไปที่ sea wheel อยู่ที่ people’ park ลงสถานี China town นะ
13. สำหรับ Backpacker อย่างเราๆ แนะนำให้พักที่ China town นะ ถูกและเดินทางสะดวกมาก
14. อาหารที่ขึ้นชื่อไม่ใช่ลอดช่องสิงคโปร์ แต่เป็นข้าวมันไก่เว้ยเห้ย (แพงสราสสสส)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวมันไก่ สิงคโปร์
15. ไปย่าน orchard นะ คล้ายๆ สยามบ้านเรา จะช๊อปอะไรก็ตรงนี้เลย ห้างเยอะมาก และสามารถทำเรื่อง refund ได้ด้วย
16. เมืองนี่ร้อนมากๆ ร้อนจิง ร้อนกว่าภูเก็ต กระบี่ พังงา หรือกว่าบนเกาะไหนๆ ในไทย (กราบ)
17. คนในสิงคโปร์มีหลากหลายเชื้อชาติมากๆ
18. ถ้าคิดว่า สวนสยามไม่สนุก เมิงอย่าไปเล่น adventure cove waterpark นะครับ (เตื่อนด้วยความหวังดี อิอิ)
19. สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ แม่มอยู่ที่เดียวกันหมด แถวๆ marina bay sand แนะนำให้เริ่มเที่ยวหลังบ่ายสามโมงครึ่งนะครับ
20. ถ้าไม่ได้ไป Universal Studios ถือว่า ยังไปไม่ถึง เมิงควรกลับไปอีกรอบ ๕๕๕
21. ป๊อบคอนกาเล็ต พอกินเสดจะพูดถึงป๊อบคอนเมเจอร์ ๕๕
22. หมากฝรั่ง และน้ำลาย ห้ามขากลงพื้นเด็ดขาด ถ้าเค้าเจอ เมิงโดนจับพร้อมปรับอีก 1000 $
23. เป็นเมืองที่ไปแล้วงง ต้องถามตัวเองว่า กุมาทำไม ๕๕๕
24. ค่าอาหารและเครื่องดื่มในสนามบิน ราคาเท่ากับข้างนอก ไม่ชาร์จเหมือนสนามบินบ้านเรา (ดีอะแกร ๕๕)
25. เวลาขึ้นบันไดเลื่อนที่นั่นเค้าจะยืนชิดซ้ายครับ ทิ้งช่องขวาไว้ให้กับคนที่รีบเร่งได้จ๊วงกัน : )
26. ขนมปันการ์ดิเนียรสกล้วยกับข้าวโพดอร่อยมากกก > <

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนมปังการ์ดิเนีย รสกล้วย กับข้าวโพด สิงคโปร์
27. ที่เซเว่นสิงคโปร์จะมีสเลอปี้รสแอปเปิ้ลและก็มันบดให้กดซื้อกัน ลองไปกินดู : )
28. สำหรับผู้หญิงที่ไปเยี่ยมชมย่านเกลัง อย่าแต่งตัวหรือแต่งหน้าจัด เพราะเค้าจะคิดว่าคุณเป็นหญิงขายบริการ
29. โสเภณีส่วนใหญ่ import มาจากบ้านเรานิแหละ ถ้าเจอน้องพูดไทยได้ก็อย่าตกใจไป ๕๕
30. ยังไงก็แล้วแต่ ควรขึ้นไปชมวิวที่ Marina Bay Sand ให้ได้ เพราะวิวสวยมากกกก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Marina Bay Sand