Author Archive

ใบเตรียมตัวเดินทางประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์มี 2 ฤดูจะมีแค่ 2 ฤดู ก็คือ ฤดูร้อน และฤดูฝนครับ เป็นเพราะว่าประเทศสิงคโปร์นั้นมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากทะเลนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วการไปเที่ยวสิงคโปร์ ก็ควรที่จะพกร่มคันเล็กๆ ติดตัวไปด้วย เพราะว่าใน 1 วันยังไงก็ต้องใช้ครับ ไม่เจอแดด ก็เจอฝนแน่นอนครับ เรื่องอากาศร้อน จะร้อนน้อยกว่าบ้านเราครับ เพราะว่ามีลมจากทะเลมาช่วย เลยทำให้อากาศไม่ร้อนจนเกินไป

ฤดูร้อน : จะอยู่ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ไปจนถึง เดือนตุลาคม

ฤดูฝน : จะอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมกราคม

เสื้อผ้าการแต่งกาย :

สิงคโปร์เป็นประเทศในเขตร้อนชื้น อากาศใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ มาก สามารถแต่งตัวได้ตามสบายเหมือนอยู่บ้านเรา วัยรุ่นส่วนมากจะใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือ กางเกงยีนส์ สำรับผู้หญิงอาจจะใส่เป็นชุดแซก กระโปรง กางเกงขาสั้น หรือสายเดี่ยวก็ได้ตามสะดวก

เวลา :

สิงคโปร์ใช้ Time zone GMT +8 เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา :

ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ ป้ายบอกทาง รถไฟฟ้า สถานที่ต่างๆ จะใช้ภาษาอังกฤษ จีนเป็นหลัก และอาจจะมีภาษาฮินดีปนอยู่ในย่านที่มีคนแขกอยู่เยอะ คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะพูดได้ 2 ภาษาได้แก่ภาษาอังกฤษ และ จีนกลาง (Mandarin) บางคนที่ติดต่อค้าขายก็สามารถพูดภาษามาเลย์ได้อีกด้วย สำเนียงภาษาอังกฤษของคนสิงคโปร์จะมีเอกลักษณ์ไม่มีเหมือนใครเป็นภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงคล้ายภาษาจีน บางคนก็เรียกสำเนียงนี้ว่า Singlish (Singapore + English)

เงินตรา :

สกุลเงินของสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือ เหรียญสิงคโปร์ ตัวย่อ SGD) และ เซ็นต์ สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาด มี ตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์

ระบบไฟฟ้า :

สิงคโปร์ใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ เหมือนกับประเทศไทย แต่รูปแบบของปลั๊กจะไม่เหมือนเมืองไทย คือจะเป็นแบบเต้่าเสียบ 3 ขา (ของไทยจะใช้สองขา) ดังนั้นจึงต้องใช้ตัวแปลง (จาก 2 ขาเป็น 3 ขา) โดยปกติโรงแรมส่วนใหญ่จะมีปลั๊กสำหรับแปลงไว้ให้บริการ (ค่ามัดจำประมาณ 1 เหรียญสิงคโปร์ ได้เงินคืนเมื่อคืนของ)

การใช้โทรศัพท์ :

หากโทรศัพท์จากไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดรหัสผู้ให้่บริการ 001 หรือ 008 หรือ 009 ตามด้วยรหัสประเทศ 65 แล้วตามด้วยหมายเลขที่ต้องการโทร 8 หลัก แต่หากโทรภายในประเทศสิงคโปร์ สามารถกดเบอร์โทรได้เลย โดยอัตราค่าโทรจะเป็น 0.10 SGD ต่อ 3 นาที

post019

เที่ยวสิงคโปร์ช่วงไหนดี สภาพอากาศของแต่ละเดือนเป็นยังไง

หลายคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ คงจะอยากรู้ว่าไปช่วงไหน เดือนไหนดีที่สุด? และเราจะแต่งตัวไปเที่ยวสิงคโปร์แบบไหนกันดี? anitaphilipson.comเราลองดูสภาพอากาศและอุณภูมิเฉลี่ยของประเทศสิงคโปร์ดูจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ประเทศสิงคโปร์มีลักษณะเป็นเกาะอยู่ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร จึงมีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมือนกับบ้านเราภาคใต้ คือจะมีฝนตกมากเกือบทั้งปี และมีอุณภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนพอๆกัน

จึงสรุปได้สั้นๆเลยว่า ประเทศสิงคโปร์สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี! อาจจะมียกเว้นช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เพราะอาจจะพบกับปัญหาหมอกควันที่เกิดจากไฟป่าของประเทศอินโดนีเซียพัดมาปกคลุม ซึ่งประเทศสิงคโปร์ก็พยายามจะแก้ปัญหานี้อยู่

ประเทศสิงคโปร์แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของฤดูเลยในหนึ่งปี มีสภาพอากาศที่คล้ายกับเกาะต่างๆทางภาคใต้ของไทย มีโอกาสที่ฝนจะตกได้ทุกวันตลอดทั้งปี แต่ฝนที่ตกส่วนใหญ่มักจะตกเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น จากตารางด้านล่างนี้จะเห็นว่าประเทศสิงคโปร์มีอุณภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนใกล้เคียงกันมากคือประมาณ 25-31 องศาเซลเซียส เย็นกว่ากรุงเทพประมาณ 2 องศา มีสภาพอากาศทั่วไปคล้ายกับเมืองไทย คือ ร้อนชื้น และมีฝนตกตลอดทั้งปี แต่จะตกมากที่สุดอยู่ 3 เดือน คือ เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม และเดือนมกราคมอุณภูมิต่ำสุดของวันโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปี คือ 25 องศาเซลเซียส

อุณภูมิสูงสุดของวันโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปี คือ 31 องศาเซลเซียส

เดือนที่เย็นที่สุด คือ เดือนมกราคมและเดือนธันวาคม มีอุณภูมิเฉลี่ยร้อนสุด 29 องศาและเย็นสุด 23 องศา

เดือนที่ร้อนที่สุด คือ เดือนเมษายน มีอุณภูมิเฉลี่ยร้อนสุด 31 องศาและเย็นสุด 25 องศา

เดือนที่ฝนตกมากที่สุด คือ เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ที่มีวันที่ฝนตกเฉลี่ยเกือบทุกวัน
เกี่ยวกับเรา

post019

เตรียมตัวไปสิงคโปร์ เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสิงคโปร์

คนไทยสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องใช้ VISA และสามารถอยู่ในสิงคโปร์ได้สูงสุด 30 วัน ถ้าหากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องทำ VISA
ในการเข้าประเทศสิงคโปร์ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และหนังสือเดินทางจะเป็นต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน หากมีอายุน้อยกว่านั้นทางสายการบินอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
โดยปกติแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าง่าย ตม.สิงคโปร์ ไม่ค่อยจะถามอะไรมาก แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้พกแผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองโรงแรม เงินสด-บัตรเครดิตที่เพียงพอกับจำนวนวันที่ไปเที่ยว เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. สิงคโปร์ขอเรียกดู

ประเทศสิงคโปร์ใช้สกุลเงินดอลล่าร์สิงคโปร์ (SGD) ตัวย่อ : $ อัตราแลกเปลี่ยน 1 SGD เท่ากับ 25-26 บาท หน่วยย่อยของดอลล่าร์สิงคโปร์คือหน่วยเซนต์ (Cent) 100 Cent = 1 SGD
เงิน (เหรียญ) ที่ใช้กันบ่อย 5, 10, 20, 50 cents, $1
ธนบัตร ที่ใช้กันบ่อย $2, $5, $10, $50, $100 & $1000

post019

ต้องอ่าน!! กฎหมายที่ผู้เลี้ยงสุนัขต้องรู้

ประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับกฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมcasino-viva9988.net มีการกำหนดความผิดเอาไว้ชัดเจน เพื่อควบคุมบุคคลให้ประพฤติตนให้อยู่ภายในขอบเขตที่ถูกต้อง ไม่ให้ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่น ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่บางมาตรา ดังนี้

มาตรา 377 ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลําพัง ในประการที่อาจทําอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 381 ผู้ใดกระทําการทารุณต่อสัตว์หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จําเป็น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 382 ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วยเจ็บ ชราหรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 396 ผู้ใดทิ้งซากสัตว์ซึ่งอาจเน่าเหม็น ในหรือริมทางสาธารณะ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เป็นกฎหมายเอกชนว่าด้วยเรื่องสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ ระหว่างเอกชนต่อเอกชน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ซึ่งจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์และทรัพย์สิน รวมถึงข้อกฎหมายชี้แจงไว้ หากเกิดการละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายต่ออีกฝ่ายขึ้น ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่บางมาตรา ดังนี้

มาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่า เจ้าของสัตว์ หรือ บุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆอันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้น ย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆก็ได้

พระราชบัญญัติ ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

กฎหมายนี้เป็นฉบับหนึ่งที่คนรักสัตว์เฝ้ารอมานาน และเพิ่งออกมาบังคับใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งเนื้อหาครอบคลุมต่อสัตว์ทุกชนิด รวมถึงน้องหมาด้วย ซึ่งแต่เดิมเรามีเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381 และ 382 ที่พูดถึงการทารุณสัตว์ที่ไม่ใช่เหตุจำเป็นหรือไม่ควรเท่านั้น และก็จะมีโทษน้อยมาก คือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 1000 บาท ทำให้คนไม่กลัวและไม่เกิดความเป็นธรรมกับสัตว์ จึงมีการผลักดันกฎหมายฉบับบนี้ออกมา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

“การทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทําหรืองดเว้นการกระทําใด ๆ ที่ทําให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวดความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทําให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชรา หรือสัตว์ที่กําลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทํางานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทํางานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ

“การจัดสวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า การเลี้ยงหรือการดูแลให้สัตว์มีความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีที่อยู่ อาหาร และน้ําอย่างเพียงพอ

“เจ้าของสัตว์” หมายความว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์ และให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ดูแลด้วย

มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร

มาตรา 23 ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทําการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควรการกระทําตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้แก่ผู้ซึ่งประสงค์จะนําสัตว์ไปดูแลแทน

มาตรา 31 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

post019

วิธีการเดินทางทั้งหมดของสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก มีเครือข่ายรถไฟแบบต่างๆกระจายครอบคลุมเขตตัวเมือง และมีเครือข่ายรถบัสครอบคลุมในส่วนที่เหลือ โดยมีบัตรชำระเงินแบบเติมเงินที่ใช้ร่วมกันได้หมดทุกระบบ รวมทั้งบางซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย เรียกว่า บัตร EZ-Link Card ซึ่งสามารถหาซื้อได้หลายแห่งเช่นที่สนามบิน นอกจากนี้ก็จะมีรถแท๊กซี่ระบบมิเตอร์ที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง เหมือนๆกับบ้านเรา เพียงแต่จะมีเงื่อนไขการเพิ่มค่าโดยสารที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร ทั้งหลายทั้งปวงทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ค่อนข้างจะง่ายแม้แต่กับนักท่องเที่ยวมือใหม่ก็ตาม เราไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าว่า การเดินทางแต่ละแบบของประเทศสิงคโปร์เป็นยังไงกันบ้าง

สำหรับข้อมูลวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

สำหรับข้อมูลบัตรเดินทางประเภทต่างๆ เช่น EZ-Link, City Pass ของสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

1. การเดินทางด้วยรถไฟ จะเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นที่นิยมที่สุด เพราะเข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็ว และราคาประหยัด เครือข่ายรถไฟหลักของสิงคโปร์ เรียกว่าระบบ MRT(Mass Rapid Transit) เหมือนกับบ้านเรา ที่ส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่ใต้ดินยกเว้นสถานีห่างไกลก็จะขึ้นมาบนดิน โดย ณ ปัจจุบันปี 2016 มีอยู่ทั้งหมด 6 สายกับประมาณ 121 สถานี ซึ่งสิงคโปร์ก็ยังมีแผนในการก่อสร้างเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ วิธีการใช้งานรถไฟใต้ดินสิงคโปร์ก็เหมือนที่เมืองไทยแทบจะทุกประการ โดยสามารถกดซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติทีละรอบก็ได้ หรือจะซื้อบัตรเติมเงิน EZ-Link เอาแทนก็จะสะดวกมากกว่า ซึ่งใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะหลักๆของสิงคโปรได้หมด ทั้งรถไฟ รถราง และรถบัส

ราคาเริ่มต้นของค่าโดยสารรถไฟ MRT ประมาณ 0.78 เหรียญ SGD ถึง 2.6 เหรียญ SGD รถไฟเริ่มวิ่งเที่ยวแรกประมาณ 5:30 และเที่ยวสุดท้ายตอนเที่ยงคืน

ใครอยากรู้ว่าไปสถานีไหนราคาเท่าไหร่บ้าง เพื่อจะคำนวนว่าจะใช้บัตรแบบไหน แนะนำให้เข้าไปลองกันที่เว็บนี้เลย ถ้าเรารู้แล้วว่าเราจะไปที่ไหนบ้าง เราก็จะคำนวนออกมาได้หมดว่าจะใช้ค่าโดยสารเท่าไหร่

FREE DOWNLOAD: แผนที่รถไฟใต้ดินสิงคโปร์ Singapore MRT Map

 

post019

นำเข้าสิ่งของที่ไม่ดีต่อสุขภาพรวมถึงหมากฝรั่ง!!

ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินกฎหมายเรื่องการแบนหมากฝรั่งในประเทศสิงคโปร์ แต่เมื่อเร็วๆ นี้กฎหมายข้อนี้ก็ได้มีการผ่อนปรนลงมาบ้างนิดหน่อยแล้ว

คือจะสามารถใช้หมากฝรั่งได้ สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหรือทันตกรรมanitaphilipson.com แต่ถึงอย่างนั้นแล้วการนำเข้าหมากฝรั่งมาจากต่างประเทศเพื่อการค้านั้น ก็อาจจะทำให้โดนปรับสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) หรือจำคุก 2 ปีเลยทีเดียว

ซึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของหมากฝรั่ง แล้วต้องเคี้ยวมันไปทุกที่ล่ะก็ อย่าได้กังวลใจไปเพราะว่าถ้าเราพกหมากฝรั่งเพียงแค่ 1-2 กล่อง ทางตำรวจที่สิงคโปร์ก็อาจจะไม่ถึงกับจับกุม เพราะถือว่าเป็นการนำมาเพื่อบริโภคส่วนตัว ทว่าถ้ามีจำนวนที่มากเพียงพอสำหรับการนนำมาขายล่ะก็ นั่นก็อาจจะถูกนำตัวไปสอบสวนได้

post019

จุดเด่นของสิงคโปร์

มีความปลอดภัยสูง กฎหมายเมืองนี้ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากและชาวเมืองก็เคารพสิทธิกันและกัน จัดเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง ที่สำคัญยังเป็นเมืองที่มีความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง หากคุณเผลอทิ้งขยะไม่ลงถังนี่อาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินกระแทกใจ มิหนำซ้ำยังอาจถูกภาคโทษทัณฑ์ได้อีกด้วย

เอื้ออำนวยความสะดวกแก่บุคคลทุพพลภาพ คนพิการสามารถท่องเที่ยวไปทุกแห่งในประเทศสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานีรถ ชานชาลา อาคารและห้างร้านต่างๆ จะมีบริการทางเดินและช่องพิเศษสำหรับรถเข็นคนพิการ นอกจากนนั้นยังบริการรถเข็นให้เช่าและบริการความช่วยเหลือพิเศษสำหรับคนพิการต่างๆ อีกด้วย

อากาศใกล้เคียงเมืองไทย จัดกระเป๋าไปเที่ยวได้ง่ายเพราะสิงคโปร์มีอากาศใกล้เคียงเมืองไทย เพียงแต่อาจมีความชื้นมากกว่าเมืองไทยอยู่สักหน่อย

เที่ยวได้ทั้งปี เมืองนี้เที่ยวได้ทั้งปีดังที่เกริ่นไปแล้วตอนต้น เพราะอากาศตลอดปีค่อนข้างร้อนชื้น เพียงแต่จะร้อนแห้งหรือร้อนฝน นอกจากนั้นสิงคโปร์ก็มีที่เที่ยวแบบอินดอร์ที่หลากหลายและที่เที่ยวแนวช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ และที่เที่ยวสันทนาการจำนวนมากก็อยู่ภายในตัวอาคารติดแอร์ที่ไม่ต้องแคร์สภาพอากาศภายนอกเลย อ่านรีวิวที่เที่ยวในสิงคโปร์

post019

รู้จักสิงคโปร์

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นสวรรค์ของนักชิมอาหารอีกด้วย วัฒนธรรมมาเลย์ จีน ตะวันตก anitaphilipson.com อินเดียและยูเรเชียของที่นี่ได้ผสมผสานกันเพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกด้านอาหารการกินอันหลากหลายที่ไม่เป็นรองแห่งใดในโลก เดินทางไปที่ไชน่าทาวน์และลิตเติ้ลอินเดียเพื่อลองชิมอาหารเอเชียแสนอร่อยและราคาไม่แพง

ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง ที่อยู่ใกล้ๆคือเกาะเซ็นโตซ่า เซนต์จอห์นและคูซูที่เป็นชายหาดเขตร้อนของประเทศสิงคโปร์ ที่นี่คุณจะสามารถว่ายน้ำหรือพักผ่อนหย่อนใจบนหาดทราย ปิคนิคและหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เมื่อเดินทางเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ คุณจะพบกับอ่างเก็บน้ำ เส้นทางเดินในป่าและฟังเสียงลิงพูดคุยกันบนต้นไม้ สำหรับกิจกรรมผจญภัย สิงคโปร์ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อาทิเช่น การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ การปีนเขาและกีฬาทางน้ำต่างๆ เมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้ลงทุนเป็นเงินมหาศาลเพื่อพัฒนาแหล่งรวมศิลปะด้วยการเปิดโรงละคร Esplanade ซึ่งเป็นโรงละครริมอ่าวอันสวยงาม โดยเป็นอาคารที่มีคุณภาพระดับโลกสำหรับการแสดงด้านศิลปะและเป็นเวทีแสดงของวงสิงคโปร์ซิมโฟนีออร์เคสตร้าเป็นประจำ รวมถึงยังมีสถานที่แสดงดนตรีสด ละครเวทีและภาพยนตร์อีกมากมายภายในเมืองอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปาร์ตี้ ชีวิตยามค่ำคืนของสิงคโปร์ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน คลับบางแห่งเปิดให้บริการตลอดทั้งคืนเนื่องจากมีใบอนุญาตเปิด 24 ชั่วโมง ดังนั้นคุณจะสามารถพบกับสถานที่ที่คุณสามารถเต้นรำได้จนถึงเช้า สิงคโปร์เป็นที่ตั้งของไนท์คลับที่มีชื่อเสียงระดับโลกชื่อ Zouk ที่สามารถดึงดูดผู้คนได้มากมายทุกคืน (คุณจะได้พบกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเปิดการแสดงที่นี่) แหล่งรวมกิจกรรมยามค่ำคืนส่วนใหญ่จะอยู่ตามท่าเรือสามแห่งคือ Boat, Clarke และ Robertson นอกจากนี้ยังมีคลับและบาร์ใน Chinatown, Sentosa และ St James Power Station ที่อยู่ใกล้ๆ รูปแบบการเที่ยวกลางคืนในสิงคโปร์มักจะมีการร้องเพลงคาราโอเกะ โดยมีบาร์คาราโอเกะมากมายอยู่ทั่วเมือง ค่าห้องคาราโอเกะแบบส่วนตัวจะมีค่าบริการราว S$30 ต่อชั่วโมง

ถ้าทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอ อย่าลืมว่าสิงคโปร์คือหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งทำให้นักศึกษาสามารถใช้บริการเที่ยวบินระยะสั้นราคาถูกเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในวันหยุดสัปดาห์ที่ชายหาดบนเกาะที่สวยงามในประเทศไทย กัมพูชาหรืออินโดนีเซียหรือไปสัมผัสกับวัฒนธรรมของประเทศที่อยู่ใกล้ๆ เช่น จีน อินเดียและมาเลเซีย

post019

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย”

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการหลอมรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัว และยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามหลักความเชื่อของชาวจีน ว่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่งผลให้หลายๆ สิ่งในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบ หากใครได้เดินทางไปสิงคโปร์แล้วล่ะก็ ลองมองไปรอบๆ อาจจะได้รับพลังฮวงจุ้ยกันแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิงคโปร์จะรวบรวมพลังฮวงจุ้ยไว้ที่ไหนบ้าง

แม่น้ำสิงคโปร์ ได้รับการจัดวางให้มีลักษณะคล้ายปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยหลักความเชื่อทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าปลาคาร์ฟ หรือ “หลี่ฮื้อ” เป็นสัญลักษณ์มงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จ เมื่อภูมิศาสตร์แม่น้ำมีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟแหวกว่ายในสายน้ำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจนั่นเอง ใครอยากรับพลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ Bumboat ดูสิ นอกจากจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ยังสามารถเปิดรับพลังจากปลาคาร์ฟได้เต็มๆ อีกด้วย

post019