Author Archive

เตรียมตัวไปสิงคโปร์ เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสิงคโปร์

คนไทยสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องใช้ VISA และสามารถอยู่ในสิงคโปร์ได้สูงสุด 30 วัน ถ้าหากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องทำ VISA
ในการเข้าประเทศสิงคโปร์ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และหนังสือเดินทางจะเป็นต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน หากมีอายุน้อยกว่านั้นทางสายการบินอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
โดยปกติแล้วสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าง่าย ตม.สิงคโปร์ ไม่ค่อยจะถามอะไรมาก แต่เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้พกแผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองโรงแรม เงินสด-บัตรเครดิตที่เพียงพอกับจำนวนวันที่ไปเที่ยว เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. สิงคโปร์ขอเรียกดู

ประเทศสิงคโปร์ใช้สกุลเงินดอลล่าร์สิงคโปร์ (SGD) ตัวย่อ : $ อัตราแลกเปลี่ยน 1 SGD เท่ากับ 25-26 บาท หน่วยย่อยของดอลล่าร์สิงคโปร์คือหน่วยเซนต์ (Cent) 100 Cent = 1 SGD
เงิน (เหรียญ) ที่ใช้กันบ่อย 5, 10, 20, 50 cents, $1
ธนบัตร ที่ใช้กันบ่อย $2, $5, $10, $50, $100 & $1000

2C8E1F

ต้องอ่าน!! กฎหมายที่ผู้เลี้ยงสุนัขต้องรู้

ประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับกฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมcasino-viva9988.net มีการกำหนดความผิดเอาไว้ชัดเจน เพื่อควบคุมบุคคลให้ประพฤติตนให้อยู่ภายในขอบเขตที่ถูกต้อง ไม่ให้ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่น ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่บางมาตรา ดังนี้

มาตรา 377 ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลําพัง ในประการที่อาจทําอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 381 ผู้ใดกระทําการทารุณต่อสัตว์หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จําเป็น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 382 ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วยเจ็บ ชราหรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 396 ผู้ใดทิ้งซากสัตว์ซึ่งอาจเน่าเหม็น ในหรือริมทางสาธารณะ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เป็นกฎหมายเอกชนว่าด้วยเรื่องสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ ระหว่างเอกชนต่อเอกชน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ซึ่งจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์และทรัพย์สิน รวมถึงข้อกฎหมายชี้แจงไว้ หากเกิดการละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายต่ออีกฝ่ายขึ้น ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่บางมาตรา ดังนี้

มาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่า เจ้าของสัตว์ หรือ บุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆอันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้น ย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆก็ได้

พระราชบัญญัติ ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

กฎหมายนี้เป็นฉบับหนึ่งที่คนรักสัตว์เฝ้ารอมานาน และเพิ่งออกมาบังคับใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งเนื้อหาครอบคลุมต่อสัตว์ทุกชนิด รวมถึงน้องหมาด้วย ซึ่งแต่เดิมเรามีเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381 และ 382 ที่พูดถึงการทารุณสัตว์ที่ไม่ใช่เหตุจำเป็นหรือไม่ควรเท่านั้น และก็จะมีโทษน้อยมาก คือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 1000 บาท ทำให้คนไม่กลัวและไม่เกิดความเป็นธรรมกับสัตว์ จึงมีการผลักดันกฎหมายฉบับบนี้ออกมา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

“การทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทําหรืองดเว้นการกระทําใด ๆ ที่ทําให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวดความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทําให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชรา หรือสัตว์ที่กําลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทํางานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทํางานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ

“การจัดสวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า การเลี้ยงหรือการดูแลให้สัตว์มีความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีที่อยู่ อาหาร และน้ําอย่างเพียงพอ

“เจ้าของสัตว์” หมายความว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์ และให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ดูแลด้วย

มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร

มาตรา 23 ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทําการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควรการกระทําตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้แก่ผู้ซึ่งประสงค์จะนําสัตว์ไปดูแลแทน

มาตรา 31 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

2C8E1F

วิธีการเดินทางทั้งหมดของสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก มีเครือข่ายรถไฟแบบต่างๆกระจายครอบคลุมเขตตัวเมือง และมีเครือข่ายรถบัสครอบคลุมในส่วนที่เหลือ โดยมีบัตรชำระเงินแบบเติมเงินที่ใช้ร่วมกันได้หมดทุกระบบ รวมทั้งบางซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย เรียกว่า บัตร EZ-Link Card ซึ่งสามารถหาซื้อได้หลายแห่งเช่นที่สนามบิน นอกจากนี้ก็จะมีรถแท๊กซี่ระบบมิเตอร์ที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง เหมือนๆกับบ้านเรา เพียงแต่จะมีเงื่อนไขการเพิ่มค่าโดยสารที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร ทั้งหลายทั้งปวงทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ค่อนข้างจะง่ายแม้แต่กับนักท่องเที่ยวมือใหม่ก็ตาม เราไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าว่า การเดินทางแต่ละแบบของประเทศสิงคโปร์เป็นยังไงกันบ้าง

สำหรับข้อมูลวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

สำหรับข้อมูลบัตรเดินทางประเภทต่างๆ เช่น EZ-Link, City Pass ของสิงคโปร์ กดตามลิงค์นี้เลย

1. การเดินทางด้วยรถไฟ จะเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นที่นิยมที่สุด เพราะเข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็ว และราคาประหยัด เครือข่ายรถไฟหลักของสิงคโปร์ เรียกว่าระบบ MRT(Mass Rapid Transit) เหมือนกับบ้านเรา ที่ส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่ใต้ดินยกเว้นสถานีห่างไกลก็จะขึ้นมาบนดิน โดย ณ ปัจจุบันปี 2016 มีอยู่ทั้งหมด 6 สายกับประมาณ 121 สถานี ซึ่งสิงคโปร์ก็ยังมีแผนในการก่อสร้างเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ วิธีการใช้งานรถไฟใต้ดินสิงคโปร์ก็เหมือนที่เมืองไทยแทบจะทุกประการ โดยสามารถกดซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติทีละรอบก็ได้ หรือจะซื้อบัตรเติมเงิน EZ-Link เอาแทนก็จะสะดวกมากกว่า ซึ่งใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะหลักๆของสิงคโปรได้หมด ทั้งรถไฟ รถราง และรถบัส

ราคาเริ่มต้นของค่าโดยสารรถไฟ MRT ประมาณ 0.78 เหรียญ SGD ถึง 2.6 เหรียญ SGD รถไฟเริ่มวิ่งเที่ยวแรกประมาณ 5:30 และเที่ยวสุดท้ายตอนเที่ยงคืน

ใครอยากรู้ว่าไปสถานีไหนราคาเท่าไหร่บ้าง เพื่อจะคำนวนว่าจะใช้บัตรแบบไหน แนะนำให้เข้าไปลองกันที่เว็บนี้เลย ถ้าเรารู้แล้วว่าเราจะไปที่ไหนบ้าง เราก็จะคำนวนออกมาได้หมดว่าจะใช้ค่าโดยสารเท่าไหร่

FREE DOWNLOAD: แผนที่รถไฟใต้ดินสิงคโปร์ Singapore MRT Map

 

2C8E1F

นำเข้าสิ่งของที่ไม่ดีต่อสุขภาพรวมถึงหมากฝรั่ง!!

ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินกฎหมายเรื่องการแบนหมากฝรั่งในประเทศสิงคโปร์ แต่เมื่อเร็วๆ นี้กฎหมายข้อนี้ก็ได้มีการผ่อนปรนลงมาบ้างนิดหน่อยแล้ว

คือจะสามารถใช้หมากฝรั่งได้ สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหรือทันตกรรมanitaphilipson.com แต่ถึงอย่างนั้นแล้วการนำเข้าหมากฝรั่งมาจากต่างประเทศเพื่อการค้านั้น ก็อาจจะทำให้โดนปรับสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) หรือจำคุก 2 ปีเลยทีเดียว

ซึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของหมากฝรั่ง แล้วต้องเคี้ยวมันไปทุกที่ล่ะก็ อย่าได้กังวลใจไปเพราะว่าถ้าเราพกหมากฝรั่งเพียงแค่ 1-2 กล่อง ทางตำรวจที่สิงคโปร์ก็อาจจะไม่ถึงกับจับกุม เพราะถือว่าเป็นการนำมาเพื่อบริโภคส่วนตัว ทว่าถ้ามีจำนวนที่มากเพียงพอสำหรับการนนำมาขายล่ะก็ นั่นก็อาจจะถูกนำตัวไปสอบสวนได้

2C8E1F

จุดเด่นของสิงคโปร์

มีความปลอดภัยสูง กฎหมายเมืองนี้ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากและชาวเมืองก็เคารพสิทธิกันและกัน จัดเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง ที่สำคัญยังเป็นเมืองที่มีความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง หากคุณเผลอทิ้งขยะไม่ลงถังนี่อาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินกระแทกใจ มิหนำซ้ำยังอาจถูกภาคโทษทัณฑ์ได้อีกด้วย

เอื้ออำนวยความสะดวกแก่บุคคลทุพพลภาพ คนพิการสามารถท่องเที่ยวไปทุกแห่งในประเทศสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานีรถ ชานชาลา อาคารและห้างร้านต่างๆ จะมีบริการทางเดินและช่องพิเศษสำหรับรถเข็นคนพิการ นอกจากนนั้นยังบริการรถเข็นให้เช่าและบริการความช่วยเหลือพิเศษสำหรับคนพิการต่างๆ อีกด้วย

อากาศใกล้เคียงเมืองไทย จัดกระเป๋าไปเที่ยวได้ง่ายเพราะสิงคโปร์มีอากาศใกล้เคียงเมืองไทย เพียงแต่อาจมีความชื้นมากกว่าเมืองไทยอยู่สักหน่อย

เที่ยวได้ทั้งปี เมืองนี้เที่ยวได้ทั้งปีดังที่เกริ่นไปแล้วตอนต้น เพราะอากาศตลอดปีค่อนข้างร้อนชื้น เพียงแต่จะร้อนแห้งหรือร้อนฝน นอกจากนั้นสิงคโปร์ก็มีที่เที่ยวแบบอินดอร์ที่หลากหลายและที่เที่ยวแนวช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ และที่เที่ยวสันทนาการจำนวนมากก็อยู่ภายในตัวอาคารติดแอร์ที่ไม่ต้องแคร์สภาพอากาศภายนอกเลย อ่านรีวิวที่เที่ยวในสิงคโปร์

2C8E1F

รู้จักสิงคโปร์

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นสวรรค์ของนักชิมอาหารอีกด้วย วัฒนธรรมมาเลย์ จีน ตะวันตก anitaphilipson.com อินเดียและยูเรเชียของที่นี่ได้ผสมผสานกันเพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกด้านอาหารการกินอันหลากหลายที่ไม่เป็นรองแห่งใดในโลก เดินทางไปที่ไชน่าทาวน์และลิตเติ้ลอินเดียเพื่อลองชิมอาหารเอเชียแสนอร่อยและราคาไม่แพง

ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง ที่อยู่ใกล้ๆคือเกาะเซ็นโตซ่า เซนต์จอห์นและคูซูที่เป็นชายหาดเขตร้อนของประเทศสิงคโปร์ ที่นี่คุณจะสามารถว่ายน้ำหรือพักผ่อนหย่อนใจบนหาดทราย ปิคนิคและหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เมื่อเดินทางเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ คุณจะพบกับอ่างเก็บน้ำ เส้นทางเดินในป่าและฟังเสียงลิงพูดคุยกันบนต้นไม้ สำหรับกิจกรรมผจญภัย สิงคโปร์ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อาทิเช่น การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ การปีนเขาและกีฬาทางน้ำต่างๆ เมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้ลงทุนเป็นเงินมหาศาลเพื่อพัฒนาแหล่งรวมศิลปะด้วยการเปิดโรงละคร Esplanade ซึ่งเป็นโรงละครริมอ่าวอันสวยงาม โดยเป็นอาคารที่มีคุณภาพระดับโลกสำหรับการแสดงด้านศิลปะและเป็นเวทีแสดงของวงสิงคโปร์ซิมโฟนีออร์เคสตร้าเป็นประจำ รวมถึงยังมีสถานที่แสดงดนตรีสด ละครเวทีและภาพยนตร์อีกมากมายภายในเมืองอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปาร์ตี้ ชีวิตยามค่ำคืนของสิงคโปร์ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน คลับบางแห่งเปิดให้บริการตลอดทั้งคืนเนื่องจากมีใบอนุญาตเปิด 24 ชั่วโมง ดังนั้นคุณจะสามารถพบกับสถานที่ที่คุณสามารถเต้นรำได้จนถึงเช้า สิงคโปร์เป็นที่ตั้งของไนท์คลับที่มีชื่อเสียงระดับโลกชื่อ Zouk ที่สามารถดึงดูดผู้คนได้มากมายทุกคืน (คุณจะได้พบกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเปิดการแสดงที่นี่) แหล่งรวมกิจกรรมยามค่ำคืนส่วนใหญ่จะอยู่ตามท่าเรือสามแห่งคือ Boat, Clarke และ Robertson นอกจากนี้ยังมีคลับและบาร์ใน Chinatown, Sentosa และ St James Power Station ที่อยู่ใกล้ๆ รูปแบบการเที่ยวกลางคืนในสิงคโปร์มักจะมีการร้องเพลงคาราโอเกะ โดยมีบาร์คาราโอเกะมากมายอยู่ทั่วเมือง ค่าห้องคาราโอเกะแบบส่วนตัวจะมีค่าบริการราว S$30 ต่อชั่วโมง

ถ้าทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอ อย่าลืมว่าสิงคโปร์คือหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งทำให้นักศึกษาสามารถใช้บริการเที่ยวบินระยะสั้นราคาถูกเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในวันหยุดสัปดาห์ที่ชายหาดบนเกาะที่สวยงามในประเทศไทย กัมพูชาหรืออินโดนีเซียหรือไปสัมผัสกับวัฒนธรรมของประเทศที่อยู่ใกล้ๆ เช่น จีน อินเดียและมาเลเซีย

2C8E1F

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย”

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการหลอมรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัว และยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามหลักความเชื่อของชาวจีน ว่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่งผลให้หลายๆ สิ่งในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบ หากใครได้เดินทางไปสิงคโปร์แล้วล่ะก็ ลองมองไปรอบๆ อาจจะได้รับพลังฮวงจุ้ยกันแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิงคโปร์จะรวบรวมพลังฮวงจุ้ยไว้ที่ไหนบ้าง

แม่น้ำสิงคโปร์ ได้รับการจัดวางให้มีลักษณะคล้ายปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยหลักความเชื่อทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าปลาคาร์ฟ หรือ “หลี่ฮื้อ” เป็นสัญลักษณ์มงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จ เมื่อภูมิศาสตร์แม่น้ำมีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟแหวกว่ายในสายน้ำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจนั่นเอง ใครอยากรับพลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ Bumboat ดูสิ นอกจากจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ยังสามารถเปิดรับพลังจากปลาคาร์ฟได้เต็มๆ อีกด้วย

2C8E1F

30 ข้อควรรู้ก่อน แบ็คแพ็คไปสิงคโปร์

1. สิงคโปร์ใช้ปลั๊กสามขาเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมจตุรัส  casino-viva9988.netไฟ 220 โวลต์ เพราะฉนั้นหา Adapter ไปด้วย

2. น้ำประปาที่นั้นเค้าว่าสะอาดมาก และสามารถดื่มได้

3. น้ำเปล่า กาแฟ โอวัลติน ฯลฯ กับของกินทั่วไป ราคาเท่าๆ กันและขายแพงมากกก

4. กฏบอกห้ามสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ปรับ 1,000 $ แต่จะเห็นเดินสูบกันข้างถนนเลย

5. ภาพลักษณ์เรื่องความสะอาดเค้ามาเป็นอันดับ 1 ใครทิ้งขยะปรับ 1,000 $ (แต่ยังเห็นบ้างนะ 55)

6. บทลงโทษสำหรับพวกที่เกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติด คือ ประหารชีวิตอย่างเดียวไม่มีข้อยกเว้น

7. โสเภณีที่สิงคโปร์ถือว่าถูกกฏหมาย แถมราคาถูก (เค้าว่ามีแถวเกลัง)

8. เมืองสิงคโปร์ปลอดภัยมาก เพราะกฏหมายแข็ง ส่วนใหญ่จึงต้องปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

9. คำพูดส่วนใหญ่ของคนสิงคโปร์ลงท้ายด้วยกันว่า “ล๊าะ (lah)” คนจากที่อื่นฟังแล้วอาจเข้าใจยาก

10. เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ อย่างเช่น เบียร์ มีราคาแพงมาก ถ้าอยากไปแฮงค์ที่นั้น จึงควรเตรียมเงินไปเยอะๆ และต้องไปดริงส์ย่าน clarke quay นะบรรยากาศดีมาก
11. ถึงสนามบินปั๊ปมี wi-fi ให้เล่นฟรี พอเข้าเมืองให้ซื้อ sim ของ Singtel แล้วกด *186 จะได้เล่นเนตฟรีๆ ที่ 1 MB

12. จะซื้อบัตรเครื่องเล่นอะไรก็ตาม ให้ไปที่ sea wheel อยู่ที่ people’ park ลงสถานี China town นะ

13. สำหรับ Backpacker แนะนำให้พักที่ China town ราคาถูกและเดินทางสะดวกมาก

14. อาหารที่ขึ้นชื่อไม่ใช่ลอดช่องสิงคโปร์ แต่เป็นข้าวมันไก่ (แถมราคาแพง และรสชาติไม่ได้ห่างชั้นแถวประตูน้ำบ้านเราเท่าไรเลย)

15. ถ้าไปย่าน orchard ก็คล้ายๆ กับสยามบ้านเรา จะช๊อปอะไรก็ตรงนี้เลย ห้างเยอะมากและสามารถทำเรื่องขอคืนภาษี (refund) ได้ด้วย

16. เมืองสิงคโปร์มีอากาศร้อนมากๆ บางวันร้อนกว่าภูเก็ต กระบี่ หรือเกาะต่างๆ ในไทยเสียอีก

17. คนในสิงคโปร์มีหลากหลายเชื้อชาติมากๆ ทั้งจีน มาเลย์ และแขกอินเดีย ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นเมืองสหประชาชาติเลยทีเดียว

18. ถ้าคิดว่าเล่นสวนสยามแล้วไม่สนุก นั้นอย่าไปเล่น adventure cove waterpark (เพราะความสนุกไม่ต่างกันเลย เตื่อนด้วยความหวังดี )

19. สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ มักอยู่ที่เดียวกันหมดแถวๆ marina bay sand แนะนำให้เริ่มเที่ยวหลังบ่ายสามโมงครึ่งนะ อากาศจะเย็นลง และสวยมากขึ้น

20. ถ้าไม่ได้ไป Universal Studiosถือว่าคุณยังไปไม่ถึงสิงคโปร์ (ขนาดบางคนเคยมาแล้ว ยังต้องกลับไปเที่ยวอีก)

21. ป๊อบคอนกาเล็ต พอกินเสร็จ คนมักจะพูดถึงป๊อบคอนเมเจอร์

22. หมากฝรั่ง และน้ำลาย ห้ามขากลงพื้นเด็ดขาด ถ้าเค้าเจอจะโดนจับพร้อมปรับอีก 1000 $

23. เป็นเมืองที่ไปแล้วงง ต้องถามตัวเองว่ามาทำไม? เพราะหาจุดประสงค์ไม่เจอ หรือไม่ได้สนุกอย่างที่ตนเองหวังไว้!?

24. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ในสนามบินราคาเท่ากับข้างนอก ไม่ชาร์จเหมือนสนามบินบ้านเรา (นับเป็นข้อที่ดีมาก)

25. เวลาขึ้นบันไดเลื่อน ที่นั่นเค้าจะยืนชิดขวาครับ ทิ้งช่องซ้ายไว้ให้กับคนที่รีบเร่งได้จ๊วงกัน : )

26. ขนมปันการ์ดิเนียรสกล้วย กับข้าวโพด อร่อยมากกก > <

27. ที่เซเว่นสิงคโปร์จะมีสเลอปี้รสแอปเปิ้ล และก็มันบดให้กดซื้อกันลองไปกินดู : )

28. สำหรับผู้หญิงที่ไปเยี่ยมชมย่านเกลัง อย่าแต่งตัวหรือแต่งหน้าจัด เพราะเค้าจะคิดว่าคุณเป็นหญิงขายบริการ

29. โสเภณีส่วนใหญ่ import มาจากบ้านเรานิ แหละถ้าเจอน้องพูดไทยได้ก็อย่าตกใจไป!

30. ยังไงก็แล้วแต่ควรขึ้นไปชมวิวที่ Marina Bay Sand ให้ได้เพราะวิวสวยมาก ข้อนี้คอนเฟิร์ม!!!

2C8E1F

กฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องบุคคล ทรัพย์สิน นิติกรรม สัญญา ละเมิด ครอบครัว และมรดก ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย
กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิดและโทษ โดยกำหนดผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายอาญาจึงมีความสำคัญช่วยให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

กฎหมายเกี่ยวกับบุคคล
บุคคล หมายถึง สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
สภาพบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่แรกคลอดเป็นทารกและสิ้นสุดสภาพบุคคลเมื่อตายหรือสาบสูญตาม คำสั่งของศาล
การสาบสูญ คือ การหายจากภูมิลำเนาในภาวะปกติเกิน 7 ปี หรือหายจากภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น เรืออับปาง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3 ปี ถือว่าเป็นคนสาบสูญได้ ในกรณีที่ผู้สาบสูญกลับมา สามารถขอร้องต่อศาลให้ถอนคำสั่งสาบสูญได้

 

บุคคลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. บุคคลธรรมดา หมายถึง บุคคลที่มีความสามารถ สามารถทำนิติกรรมได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนประกอบของสภาพบุคคล
1. ชื่อตัว – ชื่อสกุล
2. สัญชาติ ได้มาโดยการเกิด การสมรส การแปลงชาติ
3. ภูมิลำเนา คือถิ่นที่อยู่ประจำและแน่นอนของบุคคล
4. สถานะ คือ ฐานะของบุคคลตามกฎหมายซึ่งทำให้เกิดสิทธิ เช่น โสด สมรส หย่า
2. นิติบุคคล หมายถึง หมู่คนหรือสิ่งที่กฎหมายรับรองสภาพอย่างบุคคลธรรมดา และมีสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบในนามของกิจการ
เช่น กระทรวง ทบวง กรม บริษัท สมาคม มูลนิธิ และวัด เป็นต้น

ทรัพย์และทรัพย์สิน
ทรัพย์ หมายถึง วัตถุ หรือสิ่งที่มีรูปร่าง
ทรัพย์สิน หมายถึง ทรัพย์และวัตถุที่ไม่มีรูปร่าง เช่น ลิขสิทธิ์ (ทรัพย์สินทางปัญญา)
ประเภทของทรัพย์สิน
1. อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
2. สังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้

นิติกรรม
นิติกรรม คือการแสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับสิทธิ์
หลักการทำนิติกรรม
1. มีการแสดงเจตนาของบุคคล โดยการพูด เขียน หรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
2. การกระทำนั้นต้องทำด้วยความสมัครใจ
3. มีเจตนาที่จะให้เกิดผลตามกฎหมาย

นิติกรรมที่เป็นโมฆะและโมฆียะ
1. นิติกรรมที่เป็น โมฆะ คือ นิติกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก ซึ่งไม่เกิดผลทางกฎหมาย
2. นิติกรรมที่เป็น โมฆียะ คือ นิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้าง เช่น
นิติกรรมที่ผู้เยาว์กระทำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม เมื่อมีการบอกล้างแล้ว โมฆียะกรรมจะกลายเป็นโมฆะ

สัญญาต่าง ๆ
ประเภทของสัญญา

สัญญาซื้อขายธรรมดา แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. คำมั่นว่าจะซื้อหรือจะขาย คือ มีการให้คำมั่นเสนอว่าจะซื้อหรือจะขาย
2. สัญญาจะซื้อจะขาย คือ สัญญาตกลงกันในสาระสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขาย
3. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ เป็นสัญญาที่ตกลงกันตามสาระสำคัญของสัญญากันเรียบร้อยแล้ว

สัญญาซื้อขายเฉพาะอย่าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. สัญญาซื้อขายเงินสด คือ สัญญาที่ผู้ซื้อตกลงชำระราคาสินค้าเป็นเงินสดทันที เมื่อมีการซื้อขายกัน
2. สัญญาซื้อขายผ่อนส่ง คือ สัญญาการซื้อขายที่มีการส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อแล้ว แต่ผู้ซื้อยังไม่ได้ชำระราคา อาจตกลงผ่อนชำระเป็นงวด ๆ
3. สัญญาขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่ผู้ขายฝากต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากผู้ซื้อ จึงนำทรัพย์สินมาโอนให้กับผู้ซื้อฝาก และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินกับคืนได้ภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ หากครบกำหนดไถ่คืนแล้ว ผู้ขายฝากไม่มาไถ่คืน ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด
4. การขายทอดตลาด คือ การซื้อขายที่ประกาศให้ประชาชนมาประมูลซื้อสู้ราคากันโดยเปิดเผย ประกอบด้วยบุคคล 4 ฝ่าย คือ
– ผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือผู้มีอำนาจขายทรัพย์สินได้
– ผู้ทอดตลาด
– ผู้สู้ราคา
– ผู้ซื้อ

สัญญาเช่าทรัพย์ เช่าซื้อ แบ่งออกเป็น
1. สัญญาเช่าทรัพย์
– ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นตัวหนังสือ
– ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
2. สัญญาเช่าซื้อ คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์นั้นให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินหรือจะให้ทรัพย์นั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ โดยมีเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว การทำสัญญาเช่าซื้อต้องทำหนังสือลงลายมือชื่อในสัญญาทั้งสองฝ่าย

สัญญากู้ยืมเงิน
เป็นสัญญาที่ผู้กู้และผู้ให้กู้ได้ตกลงกันในการยืมเงินและจะคืนเงินให้ตามเวลาที่กำหนดไว้โดยมีการเสียดอกเบี้ย
การกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานลงลายมือชื่อผู้กู้ไว้เป็นสำคัญ

กฎหมายเกี่ยวกับครอบครัว
การหมั้น คือ การทำสัญญาระหว่างชายหญิงว่าจะสมรสกัน จะทำได้เมื่อชายและหญิงอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ถ้าชายและหญิงเป็นผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
การสมรส การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์หากมีอายุต่ำกว่านี้ต้องศาลอนุญาต
ทรัพย์สินของสามีและภรรยา แบ่งเป็น
1. สินส่วนตัว คือ ทรัพย์สินที่สามีหรือภรรยามีก่อนสมรส
2. สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรส
การสิ้นสุดการสมรส
1. ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะ
2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม
3. การหย่า

– สิทธิและหน้าที่ของบิดาและมารดา บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตร
– สิทธิและหน้าที่ของบุตร บุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเป็นการตอบแทน

กฎหมายเรื่องมรดก
มรดก คือ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่าง ๆ ของผู้ตายหรือเจ้าของมรดก ซึ่งเมื่อเจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันทีที่ตาย
ทายาท คือ ผู้มีสิทธิได้รับมรดก 2 ประเภท
1. ทายาทโดยธรรม คู่สมรสและญาติสนิท
2. ทายาทตามพินัยกรรม ผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามพินัยกรรมระบุไว้

พินัยกรรม คือ เอกสารที่เจ้าของมรดกแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์

กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
1. กฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นการกำหนดสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ของบุคคล
-สิทธิ หมายถึง ประโยชน์ซึ่งกฎหมายรับรอง คุ้มครองให้กับบุคคล เช่น สิทธิทางการเมือง สิทธิในทรัพย์สิน
-เสรีภาพ หมายถึง การกระทำของบุคคลที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น เสรีภาพในร่างกาย เสรีภาพในการพูด การพิมพ์ การเขียน การนับถือศาสนา
-หน้าที่ คือ สิ่งที่บุคคลจะต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำ ในฐานะสมาชิกของรัฐ เช่น การเสียภาษีอากร การป้องกันประเทศ

2. กฎหมายเลือกตั้ง เป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อควบคุมการจัดและดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและยุติธรรม

3. กฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์
– เมื่อมีคนเกิดต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน
– เมื่อมีคนตายต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 24 ชม.
– เมื่อย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งภายใน 15 วัน

4. กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประชาชน
– บุคคลที่มีสัญชาติไทยอายุ ตั้งแต่ 7 ปี จนถึงอายุ 70 ปี และนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันนี้ (7 เมษายน) นั้น ล่าสุด ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ตามที่วุฒิสภาแก้ไขด้วยคะแนนเสียง 304 ต่อ 2
– การเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล ต้องขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วั น
– บัตรสูญหายต้องขอเปลี่ยนใหม่ ภายใน 60 วัน
บุคคลที่ไม่ต้องมีบัตรประชาชน ได้แก่ พระภิกษุ ข้าราชการ นักโทษ และบุคคลที่มีอายุเกิน 70ปี ขึ้นไป

5. กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร
– ชายไทยที่มีสัญชาติไทย อายุย่างเข้า 18 ปีบริบูรณ์ ให้ไปแสดงตัวเพื่อลงบัญชีพลทหารกองเกินภายในเขตภูมิลำเนาของตน
– เมื่ออายุย่างเข้า 21 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกและต้องทำการตรวจเลือกเพื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการตามกำหนดนัด
*บุคคลที่ไม่ต้องเป็นทหารประจำการ ได้แก่ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ คนพิการทุพพลภาพ บุคคลที่ขาดความสามารถบางประการที่ไม่อาจเป็นทหารได้

2C8E1F