รางวัลแห่งชีวิต! เมื่อเด็กดาวน์ซินโดรมลงมายิง 3 แต้มให้ทีมชนะช่วงวินาทีสุดท้าย

รางวัลแห่งชีวิต! เมื่อเด็กดาวน์ซินโดรมลงมายิง 3 แต้มให้ทีมชนะช่วงวินาทีสุดท้าย

 

พาไปชมเหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนน้ำตาแตก ของ “โรเบิร์ต ลูอิส” เด็กหนุ่มชั้นมัธยมปลาย ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของทีมแฟรงคลิน โร้ด อคาเดมี่

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2016 โรเบิร์ต ซึ่งขณะนั้นอายุ 19 ปี เป็นผู้ป่วยเป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม หรือที่เรียกกันว่า ดาวน์ซินโดรม ตั้งแต่กำเนิด

แต่ โรเบิร์ต ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต และด้วยใจรักในกีฬาบาสเก็ตบอล แม้สภาพร่างกายไม่อาจสานฝันให้เขาเล่นกีฬายัดห่วงเหมือนเพื่อนๆได้ แต่การได้เป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน ได้อยู่ใกล้ๆกับลูกกลมๆสีส้มตลอดเวลา เป็นอะไรที่หล่อเลี้ยงหัวใจเขาได้เป็นอย่างดี

ตลอดการรับตำแหน่งผู้จัดการทีม โรเบิร์ตทุ่มเทเต็มที่ อำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆนักกีฬาอย่างสุดความสามารถทั้งงานหนักงานเบา ไม่ว่าจะเป็นคู่ซ้อมให้นักกีฬา, ปัดกวาดเช็ดถู, จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ เขาทำได้ดีไม่แพ้คนปกติ ทำให้เพื่อนๆและคนในโรงเรียนยอมรับเขาว่าเป็น “ส่วนหนึ่งของทีม” อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

จนในที่สุด เหตุการณ์มหัศจรรย์ของชีวิต โรเบิร์ต ลูอิส ก็มาถึง ในเกม Senior night ที่ทีมโรงเรียนแฟรงคลิน โร้ด อคาเดมี่ พบกับ ทีมโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยแนชวิลล์ โรเบิร์ตถูกโค้ชส่งลงไปสัมผัสการแข่งขันช่วงท้ายเกม

ทันทีที่โรเบิร์ตลงในสนาม ผู้ชมต่างพร้อมใจกันตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “Love you Robert!” ตลอดเวลา

โรเบิร์ตได้บอลครั้งแรกขณะยืนอยู่ริมเส้นด้านขวา ตอนนั้น แฟรงคลิน นำ แนชวิลล์ อยู่ 64-61 คะแนน เขาชู้ตหวังทำ 3 แต้มเพื่อให้ทีมทิ้งห่าง แต่น่าเสียดาย มันพลาดเป้า ลูกเบี้ยวไม่สัมผัสแม้แต่ขอบห่วงหรือตาข่าย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเสียดายจากกองเชียร์ทั้งสนาม

แถมหลังจากจังหวะนี้ ทีมแฟรงคลินยังถูกคู่แข่งบุกขึ้นไปยิง 3 คะแนน ตีเสมอเป็น 64-64 แต้มซะอย่างนั้นด้วย!

แฟรงคลินได้บุกครั้งสุดท้าย ขณะนั้นเหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 10 วินาที โรเบิร์ตวิ่งไปยืนประจำตำแหน่งเดิม รับลูกจากเพื่อนเหมือนเดิม พร้อมตั้งท่าชู้ตเหมือนเดิม บอลถูกปล่อยออกจากมือโรเบิร์ต…

แต่คราวนี้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม ลูกพุ่งลงห่วงไปอย่างสมบูรณ์แบบ!

สียงเฮดังกึกก้องทั้งสนาม ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพากันกระโดดโลดเต้นดีใจไปกับ “3 แต้ม” นี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักบาสฯทีมแนชวิลล์ ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับโรเบิร์ต

ก่อนที่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน พร้อมชัยชนะของทีมแฟรงคลิน โร้ด ด้วยคะแนน 67-64 แต้ม

ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เชิญรับชมกันได้จากคลิปด้านล่าง

และแน่นอนว่าภาพความทรงจำทั้งหมดนี้จะอยู่ในหัวใจของ “โรเบิร์ต ลูอิส” ตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

ฮือฮา! “เจ้าหนูแดนมังกร” คว่ำ “มาร์ค เซลบี้” มือ 1 สอยคิวโลก

ฮือฮา! "เจ้าหนูแดนมังกร" คว่ำ "มาร์ค เซลบี้" มือ 1 สอยคิวโลก

 

หยาน ปิ่นเตา นักแม่นคิวดาวรุ่งจากจีน สร้างชื่อให้ตัวเองได้ชนิดดังเป็นพลุแตก หลังสามารถเอาชนะ มาร์ค เซลบี้ มือหนึ่งของโลกชาวอังกฤษ ลงได้แบบขาดลอย 4-1 ในการแข่งขัน สนุกเกอร์ เวลส์ โอเพ่น 2017

นักสอยคิวแดนมังกร ที่เพิ่งจะฉลองอายุครบ 17 ปี ไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลายเป็นที่จับตาทันที หลังสามารถเขี่ยมือ 1 ของโลก และเจ้าของแชมป์โลกปีล่าสุด อย่าง มาร์ค เซลบี้ ตกรอบ 32 คนสุดท้าย ได้แบบเหลือเชื่อ

ซึ่งแม้ล่าสุด หยาน ปิ่นเตา จะกระเด็นตกรอบ 16 คนสุดท้ายในเวลาต่อมา เมื่อพ่ายให้กับ เคิร์ท มาฟลิน จากนอร์เวย์ 4-1 เฟรม แต่ชื่อของเจ้าตัวกลายเป็นที่กล่าวถึงไปเสียแล้ว

ถึงขนาดที่ “เดอะ ร็อคเก็ต” รอนนี่ โอซุลลิแวน เจ้าของแชมป์โลกสอยคิว 5 สมัย ที่ได้เห็นลีลาการออกคิวของเจ้าหนูรายนี้ ยังต้องออกมายกย่องว่า “ในอนาคต หยาน ปิ่นเตา จะเป็นนักแม่นคิวอันดับต้นๆของโลกแน่นอน และจะสามารถคว้าแชมป์รายการสะสมคะแนนได้ไม่ต่ำกว่า 6 รายการแน่นอน”

เฮทั้งสนาม! “น้องปิ่น” น็อกคู่แข่งเด็กผู้ชายด้วยการ “แตะลอดขา” 3 คนรวด!

เฮทั้งสนาม! "น้องปิ่น" น็อกคู่แข่งเด็กผู้ชายด้วยการ "แตะลอดขา" 3 คนรวด!

 

ไปดูความสามารถของ “น้องปิ่น” เด็กหญิงวัย 12 ปีที่ลงแข่ง “Street Football Panna Knock Out” จนเรียกเสียงฮือฮาในตอนนี้

แม้รูปร่าง อายุ เพศ และทักษะ เป็นรองคู่แข่งที่ล้วนเป็นเด็กผู้ชายทั้งนั้น โดนยิงประตูเป็นว่าเล่น แต่ น้องปิ่น ก็สวมหัวใจสิงห์ “แตะลอดขา” ได้ถึง 3 คนรวด พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จ

ลองไปดูครับว่าสาวน้อยคนนี้เธอเจ๋งขนาดไหน!

ไทยลีกศุกร์แห่งชาติครั้งแรก! “กิเลน” เปิดรังรับมือ “ค้างคาวไฟ” 20.00 น.

ไทยลีกศุกร์แห่งชาติครั้งแรก! "กิเลน" เปิดรังรับมือ "ค้างคาวไฟ" 20.00 น.

 

สำหรับโปรแกรมฟุตบอลไทยลีก จะเริ่มลงฟาดแข้งกันในเกมที่สอง โดยจะมีการใช้โปรแกรมการแข่งขันคืนวันศุกร์เป็นครั้งแรกในเกมระหว่าง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเปิดรัง เอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ค้างคาวไฟ สุโขทัย ยูไนเต็ด

วันนี้เวลา 20.00น. ตามเวลาบ้านเรา ทีมจ่าฝูงของไทยลีก อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เกมแรกบุกไปเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ถึงรัง ลีโอ สเตเดี้ยม ไปได้ 4-0 จะทำศึกฟรายเดย์ไนท์ กับ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เป็นคู่แรกของนัดที่สองของศึกไทยลีก

โดยในเกมนี้ ธชตวัน ศรีปาน อาจจะไม่มีกองหน้าดาวยิงอย่าง เคลตัน ซิลวา ที่ตกเป็นข่าวว่ากำลังย้ายออกจากทีม และมีนักเตะบาดเจ็บอยู่ 2-3 รายด้วยกัน ส่วนคนอื่นๆพร้อมที่จะลงสนาม

ส่วนทางด้าน ค้างคาวไฟ หลังจากกลับมาจากการตกรอบรายการ AFC ก็ยังต้องมาพ่ายให้กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คารังไปอีก 1-0 โดยในเกมนี้ลูกทีมของ สมชาย มูลมาก อย่าง คาตาโนะ ฮิโรมิชิ แนวรับตัวเก่งแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย จะหมดสิทธิ์ลงสนาม เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเพียงรายเดียวเท่านั้น

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เมืองทอง ยูไนเต็ด: กวินทร์, ทริสตอง โด, อาโอยามะ, อดิศร, ธีราทร, สารัช, วัฒนา, ธีรศิลป์ ,ชนาธิป ,พีระพัฒน์, ซิสโก้

สุโขทัย เอฟซี : ไพโรจน์, ศักดรินทร์, พนธกร, ยุทธพงษ์, ปิยะราษฏร์, พิชิต, ก้องนทีชัย, บาจโจ้, แอนทอน , บีรัม, อโดรวิช

ตัดต่อรึเปล่า!? ตูราน แอบซื้อบ้านหลังใหม่ใกล้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมแชะภาพคู่ พี่บ่าว

ตัดต่อรึเปล่า!? ตูราน แอบซื้อบ้านหลังใหม่ใกล้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมแชะภาพคู่ พี่บ่าว

 

สื่อดังจากประเทศ ตุรกี อย่าง เตอกิช ฟุตบอล ได้รายงานว่า อาร์ด้า ตูราน มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลนา ได้จัดการซื้อบ้านหลังใหม่ โดยที่อยู่ใกล้อาณาบริเวณของสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

กองกลางจากแดนไก่งวง ที่มีข่าวว่าอาจจะย้ายออกจากทีม บาร์เซโลนา ไปร่วมกับทีมจากลีก จีน ก่อนหน้านี้ แต่เวลานี้กลับพบว่า เขาอาจจะตกลงปลงใจไปร่วมทีมกับ เชลซี หลังจากได้ไปซื้อบ้านหลังใหม่ใน อังกฤษ

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีภาพหลุดของ ตูราน ที่ถ่ายคู่กับเพื่อนเก่าสมัยอยู่ แอตเลติโก มาดริด อย่าง ดีเอโก้ คอสต้า อีกด้วย จึงเป็นไปได้ว่า คอสต้า อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลของ พี่เจ๋ง แห่ง คัมป์นู

แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทางด้าน หลุยส์ เอ็นริเก้ จะได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าต้องการให้ ตูราน นั้นค้าแข้งในถิ่น คัมป์นู ต่อไป แต่เวลานี้ เอ็นริเก้ เองก็ยังไม่สามารถการันตีเก้าอี้นั่งของตัวเองได้เลย เนื่องจากผลงานที่เป็นที่วิจารณ์กันอย่างมากจากการบุกไปโดน เปแอชเช ถล่มยับมาถึง 4-0 ในรายการ ยูฟา แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ลาขาด “The Sun”

ลาแล้วลาขาดอย่าได้มีเยื่อใยกันอีก หลังผ่านมากว่า 28 ปี แล้วในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจ "ประหารชีวิต" The Sun อย่างเป็นทางการ  แม้กาลเวลาจะล่วงเลยเกือบ 3 ทศวรรษ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจหันหลังให้กับ The Sun แบบเด็ดขาดเปรียบดั่งชีวิตนี้ที่ไม่มีวันเผาผีและไร้ซึ่งการนับญาติตลอดไป  สำหรับ "เดอะ ค็อป" เหตุโศกนาฏกรรม "ฮิลล์สโบโร่" ที่พราก 96 ชีวิตของตนไปเมื่อปี 1989 ยังคงตราตรึงในหัวใจเฉกเช่นเดียวกับการพาดหัวข่าวของ The Sun ในวันนั้นที่ไม่ต่างกับ "ฆาตกรรม" พวกเขาทั้งเป็น  "แฟนบอลลิเวอร์พูลผิดเต็มประตู พวกเขาขโมยทรัพย์สินพรรคพวกเดียวกันเองที่บาดเจ็บ, ทำร้าย และปัสสาวะใส่เจ้าหน้าที่ บางคนพยายามจะเปลื้องผ้าศพหญิงสาวที่ถูกเหยียบย่ำ และนี่คือความจริง"  แม้ 23 ปีต่อมาสำนักพระอาทิตย์จะออกแถลงการณ์ขอโทษถึงความผิดพลาดในครั้งนั้นพร้อมกับยอมตีแผ่ความจริงว่าที่จริงแล้ว แฟน "หงส์แดง" เสียชีวิตจากการโดนเบียดเสียดตายซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ทว่าก็สายเกินการณ์  จากวันที่ The Sun คิดทรยศต่อความจริงด้วยการเต้าข่าวหวังเพิ่มยอดในวันที่ "เดอะ ค็อป" ถูกย่ำยี  วันนั้นคือวันที่ทั้งเมืองเมอร์ซี่ย์ไซด์ลุกโชน และ ตัดขาดจาก The Sun ตลอดไป..  หลังจากต่อต้านมานานโดยมีการยกเลิกขาย The Sun ภายในเมืองและมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า..  นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป The Sun จะไม่มีสิทธิ์เข้ามาทำข่าวในสนามแอนฟิลด์หรือกระทั่งสนามซ้อมเมลวู้ดอีกต่อไป ไม่มีแม้แต่กระทั่งภาพหน้าสนาม..  พูดง่ายๆก็คือสำนักข่าวใดที่ชื่อ "The Sun" จะหมดสิทธิ์ทำข่าวลิเวอร์พูลไปตลอดกาล  ฟังดูอาจไร้ผลกระทบ เพราะทุกวันนี้ที่จริงแล้ว The Sun ก็แทบไร้ข่าว Exclusive หรือ ทำได้แค่รายงานผล ลิเวอร์พูล ไปวันๆอยู่แล้วจากการโดนแอนตี้มาก่อนหน้านี้ แต่ที่สำคัญมีข่าวล่าสุดเมื่อวานนี้ครับว่า  หลังบอยคอตเมื่อสัปดาห์ก่อน ในตอนนี้ "หงส์แดง" ได้กำลังรณรงค์และเข้าประชุมกับกลุ่มแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน อย่างลับๆเพื่อหารือแนวทางที่จะกำราบ The Sun เพิ่มอีก  พูดง่ายๆก็คือ ลิเวอร์พูล กำลังจะจับมือกับ เอฟเวอร์ตัน เพื่อตัดขาดนสพ. The Sun ออกจากเมืองรวมถึงการทำข่าวในสนามกระทั่งแค่ขอทำผลการแข่งขัน  กับ ลิเวอร์พูล โอเค สำนักข่าวพระอาทิตย์อาจยักษ์ไหล่ แต่หากทีม "ทอฟฟี่" เอาด้วยอีกทีมเชื่อได้เลยว่าแท็บลอยด์จอมแฉคงต้องมีหนาวๆร้อนๆ  เรื่องราวนี้ก็ไม่ต่างกับ "บทเรียนชีวิต" สอนใจชีวิตครับ  ก็คงจริงที่นักข่าวรุ่นใหม่ของ The Sun ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับตำนานฉาวก่อนหน้านี้ แต่ทว่า ลิเวอร์พูล นั้นไร้ทางเลือกนอกจากต้องลงโทษ "ตัดคอประหาร" เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง  เพราะ "จรรยาบรรณ" นั้นคือเรื่องสำคัญ การใส่ไฟเพียงเพื่อให้เรื่องราวนั้นดูสนุกอาจทำให้ชีวิต และ ยอดขายของคุณเจริญขึ้น  แต่สำหรับใครบางคนแล้ว ในเรื่องราวอันน่าสนุกสนานของคุณที่เต็มไปด้วยเรื่องโกหกมดเท็จ คุณอาจทำให้พวกเขา "ตายทั้งเป็น"  "The Sun of B**ch" ชื่อนี้จะเต็มไปด้วยคำสาปแช่งที่ "เดอะ ค็อป" แอนตี้ตลอดกาล

 

ลาแล้วลาขาดอย่าได้มีเยื่อใยกันอีก หลังผ่านมากว่า 28 ปี แล้วในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจ “ประหารชีวิต” The Sun อย่างเป็นทางการ

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยเกือบ 3 ทศวรรษ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจหันหลังให้กับ The Sun แบบเด็ดขาดเปรียบดั่งชีวิตนี้ที่ไม่มีวันเผาผีและไร้ซึ่งการนับญาติตลอดไป

สำหรับ “เดอะ ค็อป” เหตุโศกนาฏกรรม “ฮิลล์สโบโร่” ที่พราก 96 ชีวิตของตนไปเมื่อปี 1989 ยังคงตราตรึงในหัวใจเฉกเช่นเดียวกับการพาดหัวข่าวของ The Sun ในวันนั้นที่ไม่ต่างกับ “ฆาตกรรม” พวกเขาทั้งเป็น

“แฟนบอลลิเวอร์พูลผิดเต็มประตู พวกเขาขโมยทรัพย์สินพรรคพวกเดียวกันเองที่บาดเจ็บ, ทำร้าย และปัสสาวะใส่เจ้าหน้าที่ บางคนพยายามจะเปลื้องผ้าศพหญิงสาวที่ถูกเหยียบย่ำ และนี่คือความจริง”

แม้ 23 ปีต่อมาสำนักพระอาทิตย์จะออกแถลงการณ์ขอโทษถึงความผิดพลาดในครั้งนั้นพร้อมกับยอมตีแผ่ความจริงว่าที่จริงแล้ว แฟน “หงส์แดง” เสียชีวิตจากการโดนเบียดเสียดตายซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ทว่าก็สายเกินการณ์

จากวันที่ The Sun คิดทรยศต่อความจริงด้วยการเต้าข่าวหวังเพิ่มยอดในวันที่ “เดอะ ค็อป” ถูกย่ำยี

วันนั้นคือวันที่ทั้งเมืองเมอร์ซี่ย์ไซด์ลุกโชน และ ตัดขาดจาก The Sun ตลอดไป..

หลังจากต่อต้านมานานโดยมีการยกเลิกขาย The Sun ภายในเมืองและมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า..

นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป The Sun จะไม่มีสิทธิ์เข้ามาทำข่าวในสนามแอนฟิลด์หรือกระทั่งสนามซ้อมเมลวู้ดอีกต่อไป ไม่มีแม้แต่กระทั่งภาพหน้าสนาม..

พูดง่ายๆก็คือสำนักข่าวใดที่ชื่อ “The Sun” จะหมดสิทธิ์ทำข่าวลิเวอร์พูลไปตลอดกาล

ฟังดูอาจไร้ผลกระทบ เพราะทุกวันนี้ที่จริงแล้ว The Sun ก็แทบไร้ข่าว Exclusive หรือ ทำได้แค่รายงานผล ลิเวอร์พูล ไปวันๆอยู่แล้วจากการโดนแอนตี้มาก่อนหน้านี้ แต่ที่สำคัญมีข่าวล่าสุดเมื่อวานนี้ครับว่า

หลังบอยคอตเมื่อสัปดาห์ก่อน ในตอนนี้ “หงส์แดง” ได้กำลังรณรงค์และเข้าประชุมกับกลุ่มแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน อย่างลับๆเพื่อหารือแนวทางที่จะกำราบ The Sun เพิ่มอีก

พูดง่ายๆก็คือ ลิเวอร์พูล กำลังจะจับมือกับ เอฟเวอร์ตัน เพื่อตัดขาดนสพ. The Sun ออกจากเมืองรวมถึงการทำข่าวในสนามกระทั่งแค่ขอทำผลการแข่งขัน

กับ ลิเวอร์พูล โอเค สำนักข่าวพระอาทิตย์อาจยักษ์ไหล่ แต่หากทีม “ทอฟฟี่” เอาด้วยอีกทีมเชื่อได้เลยว่าแท็บลอยด์จอมแฉคงต้องมีหนาวๆร้อนๆ

เรื่องราวนี้ก็ไม่ต่างกับ “บทเรียนชีวิต” สอนใจชีวิตครับ

ก็คงจริงที่นักข่าวรุ่นใหม่ของ The Sun ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับตำนานฉาวก่อนหน้านี้ แต่ทว่า ลิเวอร์พูล นั้นไร้ทางเลือกนอกจากต้องลงโทษ “ตัดคอประหาร” เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง

เพราะ “จรรยาบรรณ” นั้นคือเรื่องสำคัญ การใส่ไฟเพียงเพื่อให้เรื่องราวนั้นดูสนุกอาจทำให้ชีวิต และ ยอดขายของคุณเจริญขึ้น

แต่สำหรับใครบางคนแล้ว ในเรื่องราวอันน่าสนุกสนานของคุณที่เต็มไปด้วยเรื่องโกหกมดเท็จ คุณอาจทำให้พวกเขา “ตายทั้งเป็น”

“The Sun of B**ch” ชื่อนี้จะเต็มไปด้วยคำสาปแช่งที่ “เดอะ ค็อป” แอนตี้ตลอดกาล

ที่นี่บ้านผม! ”เจอร์ราร์ด” คัมแบ็กช่วยทีมตำนานหงส์ ดวล เรอัลมาดริด เกมการกุศล

Former Liverpool football star Steven Gerrard applauds the fans after playing for Liverpool Legends against Australian Legends in an exhibition football game at the ANZ Stadium in Sydney on January 7, 2016. AFP PHOTO / Peter PARKS    IMAGE STRICTLY FOR EDITORIAL USE - STRICTLY NO COMMERCIAL USE / AFP / PETER PARKS        (Photo credit should read PETER PARKS/AFP/Getty Images)

 

“สตีวี่จี” สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมลิเวอร์พูล เตรียมรีเทิร์นลงสนามในถิ่น แอนฟิลด์ อีกครั้ง ในเกมการฟาดแข้งระหว่าง ตำนานนักเตะลิเวอร์พูล ดวลกับ ตำนานนักเตะเรอัล มาดริด ในวันเสาร์ที่ 25 มี.ค.นี้

โดยเจอร์ราร์ด ที่ไม่ได้เล่นให้กับลิเวอร์พูล นับตั้งแต่อำลาสโมสรเมื่อปี 2015 หลังจากที่ค้าแข้งกับทีมตั้งแต่อายุ 17 ปี มากถึง 710 นัด พร้อมพาทีมสร้างความยิ่งใหญ่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2005 นั้นเตรียมจะกลับมาลงสนามในสีเสื้อของทีม “หงส์แดง” อีกครั้ง ในช่วงกลางเดือนหน้า

“เวลานี้ผมกำลังมองไปข้างหน้าสำหรับเกม LFC Foundation legends charity match ที่สนาม แอนฟิลด์ สถานที่อันพิเศษในหัวใจที่เป็นเหมือนบ้านของผม”

“มันเป็นเกียรติยศสำหรับผมอย่างแท้จริงที่จะได้เล่นร่วมกับตำนานคนอื่นๆ เพื่อระดมเงินช่วยการกุศลอย่างเป็นทางการของสโมสร” สตีวี่จี กล่าว

สำหรับเกมนี้ เจอร์ราร์ด จะได้ลงเล่นเคียงข้างตำนานหงส์แดง ไม่ว่าจะเป็น เอียน รัช, ร็อบบี ฟาวเลอร์, แกรี แม็คอัลลิสเตอร์, หลุยส์ การ์เซีย, แดเนียล แอ็กเกอร์, แพทริก แบร์เกอร์, เจอร์ซีย์ ดูเด็ค, สเตฟาน อองโชซ์, เจสัน แม็คเคเทียร์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, เดวิด ธอมป์สัน, ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์, จอห์น อัลดริดจ์, ยอห์น อาร์เน รีเซ่, ฟิล บ๊าบบ์ และเจมี คาร์ราเกอร์ ซึ่งราคาตั๋วเข้าชมจะมีราคา 20 ปอนด์เท่านั้น

“บุรีรัมย์” บรรลุสัญญายืมตัว “ภานุพงศ์ พลซา” จากฉลามชล

"บุรีรัมย์" บรรลุสัญญายืมตัว "ภานุพงศ์ พลซา" จากฉลามชล

 

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก บรรลุข้อตกลงกับ ชลบุรี เอฟซี ในการขอยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์อนาคตไกล ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

โดยนายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้เราได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์จากชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ชลบุรี เอฟซี ที่ปล่อยตัวนักเตะมาให้เราใช้งาน ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดตามดูเด็กคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทาง ภานุพงศ์ นั้นถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ มีทักษะฟุตบอลที่ดี อีกทั้งมองว่าเป็นนักเตะอนาคตไกล เราเชื่อว่าสโมสรจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเขา จึงมีการเจรจายืมตัวกันในที่สุด”

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2017 เกมที่ 2 ด้วยการออกไปเยือน ราชนาวี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19.00 น.

ประวัติ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา
ตำแหน่ง : ปีกขวา
วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 มิถุนายน 2537
เกิดที่ : จ.เลย
ส่วนสูง : 166 ซม.   น้ำหนัก : 62 กก.

ภานุพงศ์ พลซา เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนักบอลเขต 4 จังหวัดเลย เป็นผู้ฝึกสอน “ดิว” เข้าสู่วงการลูกหนังอย่างจริงจัง เมื่อคัดตัวติดโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุ 16 ปี รอบประเทศได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี

ปี 2012 ภานุพงศ์ พลซา ก็ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของ ชลบุรี เอฟซี และถูกส่งไปเล่นกับ  พานทอง เอฟซี จากนั้นปี 2014 – 2015 ก็ถูกยืมตัวมาร่วมทีม ทีโอที เอสซี ก่อนที่ปี 2016 ชลบุรี เอฟซี จะเรียกตัวกลับมาใช้งาน และปี 2017 ก็ย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี “ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล”

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี "ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล"

ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก 2017  เปิดฉากประเดิมนัดแรกเป็นที่เรียบร้อย แม้ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี จะพ่ายแพ้ในเกมแรก ขอให้แฟนบอลนั้นใจเย็นซักนิด อีกไม่นานเมื่อการปรับจูนทีมสมบูรณ์ 100 %  เราจะกลับมาไล่ล่าชัยชนะในทุกรายการแข่งขันของฟุตบอลไทย

วันนี้ทีมข่าวค้างคาวไฟ ได้เปิดคอลัมป์ใหม่ เพื่อให้แฟนบอล นั้นติดตามความเคลื่อนไหวของทีมผู้บริหารและนักเตะ เรื่องแรกที่จะนำมาเสนอคือการเปิดใจของ    บิ๊กบอส “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี   คนที่ทำทุกอย่างให้ทีมประผลความสำเร็จ  เพราะเมื่อย้อนกลับไป 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าแทบไม่มีใครรู้จัก สุโขทัย เอฟซี  อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาล่วงเลย ชายคนนี้ได้ทำให้คนในเอเชีย รู้แล้ว ว่า ค้างคาวไฟ แห่งสุโขทัย มีดีอย่างไร

ผลักดันทีมบ้านๆระดับภูธร จนได้ไปโชว์ฝีเท้าไกลถึงถ้วยใหญ่ระดับเอเชีย หวังทำผลงานไทยลีกดีกว่าปีก่อน
บิ๊กบอส ค้างคาวไฟ บอกว่า ทีมสุโขทัย เอฟซี เป็นทีมเล็กๆ ลงทุนโดยเม็ดเงินจำนวนไม่สูงนัก ต้องมองถึงอนาคตข้างหน้า หากใช้เงินมากไป ในระยะยาวอาจมีปัญหาได้ เพราะการจะหาผู้สนับสนุนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนกับทีมใหญ่ ที่ทำมาก่อนหน้า  ส่วนสุโขทัย เอฟซี ถือว่า เริ่มช้ากว่าทีมอื่น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็ง หากเราสามารถยืนหยัดอยู่ในไทยลีกได้ต่อไปยาวๆ ผู้ให้การสนับสนุนจะมีมาก เพราะเวลานี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นทีมที่มีคุณภาพ

ปีนี้เรามีงบประมาณ 70 ล้านบาท  เพื่อไปหานักเตะฝีเท้าที่ดีขึ้นแต่การเสริมทีม  แต่ต้องดูทีมอื่นด้วยว่า เขามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน หากทีมอื่นเขาพร้อมมากกว่า เขาทุ่มมากกว่า ทีมของเราที่ดีขึ้นเล็กน้อย อาจไม่เป็นผล เป้าหมายของเราในปีนี้ก็มีความหวังลึกๆ ว่า ผลงานจะดีขึ้นกว่าปีก่อน เราคิดว่าน่าจะพยายามหาวิธีช่วยให้โค้ชทำงานได้ง่ายขึ้นและคงไม่ไปวู่วาม เช่น ทีมแพ้ผลงานไม่ดีแล้วต้องปลดโค้ช เพราะเรารู้ว่าการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เวลา แต่ขอให้เขาเริ่มต้นไปตามแนวทางและนโยบายของเรา ต้องทำบอลให้มีรูปทรงเป็นตัวของเราเอง

ยกพระราชดำรัส ร.9 อยู่แบบพอเพียง
การทำทีมเวลานี้จะพยามเน้นเรื่องทักษะของนักเตะ ทั้งการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล เกมฟุตบอลสมัยใหม่ต้องใช้ความเร็ว เราจึงพยายามหานักเตะที่มีความเร็วและทักษะดีมาเสริม รวมทั้งพยายามปั้นนักเตะดาวรุ่งและดันเด็กขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้ได้ หากเราไม่ให้โอกาสก็ต้องใช้เงินซื้อนักเตะ เราจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนเราได้อย่างไร

ที่สำคัญเราได้น้อมนำตามพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 คือ ความพอเพียง หมายถึงการประมาณตน ใช้เหตุผล และองค์ความรู้ต่างๆ แต่ถึงวันหนึ่งที่เรามีความพร้อมมากขึ้น ผู้สนับสนุนมากขึ้น เชื่อว่าต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะทุนน้อยเราก็อยู่ได้ หากทุนมากเราก็ต้องดีขึ้น เพราะเราจะได้นักเตะเกรดเอมาเสริมทีมบ้าง เรามีประสบการณ์มาแล้วในไทยลีกปีแรก เรารู้แนวทางของทีมว่าจะเดินไปแบบไหน

เล่นรัดกุมตามแผน ใช้สมองมากกว่าใช้แรง
ทีมของเรานั้นยังไม่อยู่ตัว ไม่เหมือนกับ เอสซีจี เมือง
ทอง ยูไนเต็ด หรือ บุรีรัมย์  ยูไนเต็ด เพราะทีมเขาคงที่แล้ว อันดับท็อป 5 ยังไงเขาก็ต้องได้ เนื่องจากเม็ดเงินที่ลงทุนไปถือว่าชัดเจน ของเราต้องใช้สติปัญญาและมันสมองมากๆ กว่าจะได้ขึ้นมาถึงจุดนี้ หากมีเงินมากก็ดีกว่ามีเงินน้อยอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่มีก็ใช้น้อยหน่อย การเสริมทีมในปีนี้ เราเน้นที่ความสมดุลของทีม  ตัวจริงกับตัวสำรองฝีเท้าต้องไม่ต่างกัน ต้องทดแทนกันได้ เผื่อใครบาดเจ็บ หรือต้องการความสดลงไปบดคู่ต่อสู้

ส่วนแนวการเล่นของทีมในปีนี้ จะเน้นที่แท็กติก การเล่นตามแผนอย่างรัดกุม เน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง สต๊าฟโค้ชของทีมสุโขทัย ทั้งผู้ช่วย และเทรนเนอร์ เราแทบไม่เปลี่ยนเลย อยู่ด้วยกันมา 3 ปี เพื่อให้เขาเข้าใจปรัชญาการทำทีมของเรา ส่วนโค้ชก็ปรับเปลี่ยนไปตามแนวทาง ปีที่แล้ว เราต้องหาโค้ชที่มีประสบการณ์เล่นไทยลีก ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากผมให้นโยบายผิดก็อาจจะตกชั้น ดังนั้นผมถึงบอกว่าอย่าไปโทษใคร อย่าโทษโค้ช อย่าโทษสต๊าฟ ต้องโทษผู้บริหารทีมที่เราเลือกจะใช้ของแบบนี้ ดังนั้นเราต้องมีไอเดียของเราว่า เราต้องให้เขาเดินในเส้นทางไหน เขาถึงจะอยู่ได้

หวังอัพเกรดสนามเทียบเท่าต่างประเทศ
ประธานสโมสร ยังเล่าถึงแผนงานใหม่ คือการขยายสนามในส่วนของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ที่ไม่มีหลังคา หากเป็นไปได้จะทำหลังคาและห้องวีไอพี 10 ห้อง รูปแบบเหมือนสนามฟุตบอลต่างประเทศ สนามทะเลหลวงตอนนี้จุได้ประมาณ 8,000 ที่นั่ง แต่จะเพิ่มให้จุแฟนบอลได้ 10,000 ที่นั่ง แต่เราก็ดูก่อนว่าจะแออัดหรือไม่ แต่หากทำได้เราจะทำฟังก์ชั่นให้ครบ ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แบ่งเป็นโซนวีไอพี ที่นั่งสื่อมวลชน   สนามทะเลหลวงของเราตอนนี้ได้ ผ่านการรับรองและยกให้เป็นระดับเอคลาส สเตเดี้ยมแล้ว  สนามของเราไม่มีลู่วิ่ง ทำให้แฟนบอลสามารถข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้อย่างดี ดูบอลที่ไหนก็ไม่สะดวก หรือสนุกเท่าสุโขทัย เพราะสนามเราให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับนักกีฬาเพราะอยู่ติดขอบสนามเลย

อ้อนแฟนคลับจูงลูกจูงหลานมาให้กำลังใจ
สโมสรสุโขทัย เอฟซี  จะมีวันนี้ไม่ถ้าเราไม่มีแฟนบอลที่คอยติดตาม ทั้งในจังหวัด  รวมถึง แฟนบอลพลัดถิ่น   ขณะนี้เรามีผู้ชมที่ยืนพื้นฐานอยู่ 5,000 คน ที่เข้ามาเชียร์ในสนาม หากจูงลูกจูงหลานมาอีก 1 คน  คนดูในสนามจะเป็นหมื่นคน ในฐานะผู้บริหารจะเร่งเสริมสนามให้  เมื่อแฟนคลับเข้าดูเกมเต็มสนาม สปอนเซอร์จะมาอีกเยอะจังหวัดเราคนน้อย มักจะเสียเปรียบจังหวัดใหญ่ แต่เราก็ต้องใช้ความเป็นจุดอ่อนของเรานั้นมาสร้างเป็นจุดแข็ง คือ ร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างไปด้วยกัน  ช่วยกันภาพลักษณ์ทีมบอลสุโขทัยคือ ชวนเพื่อน ชวนพี่ ชวนน้อง ชวนแฟน มาดูอีกคนหนึ่ง 1ต่อ1 แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ต้องการอะไรมาก

“ผู้บริหารมีประสบการณ์มากขึ้น ดังนั้น เราจะทำให้มันดีขึ้น แต่จะได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับทีมคู่แข่งของเราด้วย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด สุดความสามารถกับเม็ดเงินที่เราใช้อยู่ เราถือว่าไม่น้อย 70 ล้านบาท ปีหน้าค่อยเพิ่มเป็น 80 ล้านบาท จะดีขึ้นไปอีก ขอให้แฟนบอลทุกคนยังศรัทธาทีมแบบนี้ คนแบบผมก็พร้อมที่ตอบแทนแฟนบอลเช่นกัน” สมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวทิ้งท้าย

ทบต้นทบดอก! “ราชันชุดขาว” รัวแซงดับ “นาโปลี” 3-1 เฮนัดแรก

ทบต้นทบดอก! "ราชันชุดขาว" รัวแซงดับ "นาโปลี" 3-1 เฮนัดแรก

 

เปิดเกมมาเพียง 8 นาที มาเร็ค ฮัมซิค จ่ายบอลจากกลางสนามให้ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ที่เห็นว่า เกย์เลอร์ นาวาส ทออกมานอกเส้นมากเกินไป จึงตัดสินใจปั่นโค้งด้วยขวาจากระยะ 20 หลาเสียบเสาเข้าไป นาโปลี นำ 1-0

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 19 ดาเนียล การ์บาฆาล เปิดบอลจากหน้าเขตโทษติดไซด์ก้อยไปเข้าหัว คาริม เบนเซม่า โหม่งตุงตาข่าย เรอัล มาดริด ตีเสมอทันควัน 1-1

นาทีที่ 32 นาโปลีดันเกมขึ้นมาบ้าง เมอร์เท่นส์ เปิดจากทางด้านซ้ายเข้าในให้กับ มาเร็ค ฮัมซิค ยิงด้วยซ้ายจากทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลหลุดเสาแรกไป

นาทีที่ 42 เจ้าถิ่นพลาดได้ประตูจากจังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ผ่านบอลไปในเขตโทษให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเข้าไปซัดสวนตัว โฆเซ่ เรน่า แต่บอลไปชนโคนเสาออกหลังไป หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากบอลขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดเรียดไปหน้าเขตโทษ โทนี่ โครส วิ่งเข้าแปด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาด เรอัล มาดริด แซงนำ 2-1

เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 54 เจ้าถิ่นมาได้ประตูหนีห่าง คาเซมิโร่ วิ่งเข้าซัดด้วยขวาบอลพุ่งหนีมือ โฆเซ่ เรน่า เสียบเสาเข้าไปสุดสวย เรอัล มาดริด นำ 3-1

จบเกม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ นาโปลี 3-1 กุมความได้เปรียบก่อนเตะเลกสองโปรแกรมบอลที่ ซาน เปาโล วันที่ 7 มี.ค.

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เรอัล มาดริด (4-3-3) : เกย์เลอร์ นาวาส – ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), มาร์เซโล่ วิเอยร่า – ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส – ฮาเมส โรดรีเกซ, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้
นาโปลี (4-3-3) : โฆเซ่ เรน่า – เอลซาอิด ฮีซาย, ราอูล อัลบิโอล, กาลิดู กูลิบาลี่, ฟาอูชี่ กูล็อม – พิโอเตอร์ ซีลินสกี้, อมาดู ดิยาวาร่า, มาเร็ค ฮัมซิค (กัปตันทีม) – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส์ เมอร์เท่นส์, ลอเรนโซ่ อินซินเย่
ผู้ตัดสิน : ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)